นาฬิกาหรู : ตำรวจสิงคโปร์ออกหมายจับหญิงไทย+สามีหนีคดีฉ้อโกงกว่า 800 ล้านบาท

ผู้ต้องหา

ที่มาของภาพ, Singapore Police Force

ตำรวจสากลออกหมายแดงตามจับหญิงไทยและสามีสิงคโปร์ หลังหลบหนีตำรวจสิงคโปร์ระหว่างประกันตัวสู้คดีฉ้อโกงมูลค่ากว่า 800 ล้านบาท

ตำรวจสิงคโปร์ระบุว่าผู้ต้องหาทั้งสองคือ นายพี เจียเผิง (Pi Jiapeng) ชายสิงคโปร์วัย 26 ปี และ น.ส. ศิริวิภา พันสุข ภรรยาชาวไทย วัย 27 ปี ที่หลบหนีออกนอกประเทศโดยซ่อนในตู้คอนเทนเนอร์บนรถบรรทุกเมื่อ 4 ก.ค.

นายพีถูกจับเมื่อ 27 มิ.ย. และถูกยึดหนังสือเดินทาง ก่อนได้รับการประกันตัวออกมาในวันรุ่งขึ้น ส่วนภรรยาของเขาส่งมอบหนังสือเดินทางให้เจ้าหน้าที่เมื่อ 30 มิ.ย.

ไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ทั้งสองหลบหนีไปที่ใด แต่บีบีซีไทยได้รับการติดต่อจากสำนักงานตำรวจสิงคโปร์ (SPF) เมื่อ 20 ก.ค. ขอให้ช่วยรายงานข่าวการหาเบาะแสผู้ต้องหาทั้งสองที่เกี่ยวพันกับการสืนสวนของตำรวจในข้อหาฉ้อโกงของห้างหุ้นส่วนจำกัด 2 แห่ง คือ เทรดเนชัน (Tradenation Pte Ltd) และเทรดลักชูรี (Tradeluxury Pte Ltd.) ที่ทั้งสองเป็นเจ้าของ

ตำรวจระบุว่ามีผู้เสียหายอย่างน้อย 180 ราย มีมูลค่าความเสียหายรวมอย่างน้อย 32 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ กว่า 800 ล้านบาท เหยื่ออ้างว่าได้จ่ายเงินล่วงหน้าไปเพื่อซื้อนาฬิกาหรู หรือกระเป๋าแบรนด์ดัง แต่ไม่ได้รับสินค้า

สเตรตส์ไทมส์ สื่อของสิงคโปร์รายงานว่า ได้สัมภาษณ์เหยื่อ 10 ราย อายุระหว่าง 24-52 ปี ส่วนใหญ่บอกว่าเหตุที่ไว้ใจสองสามีภรรยาก็เพราะธุรกิจของทั้งสองขึ้นทะเบียนกับกระทรวงยุติธรรม สิงคโปร์ เป็นผู้ค้าที่อยู่ภายใต้การควบคุม และมีใบอนุญาตเป็นหลักฐานด้วย

โฆษกของกระทรวงยุติธรรมชี้แจงกับสเตรตส์ไทมส์ ว่า เทรดเนชัน ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงในฐานะผู้ค้าอัญมณีและโลหะมีค่า ด้วยเหตุผลเรื่องการต่อต้านการฟอกเงินและการสนับสนุนเงินให้ขบวนการก่อการร้าย

คดีนี้ได้รับความสนใจจากชาวสิงคโปร์และสื่อสิงคโปร์มาก จากการสืบค้นของบีบีซีไทยพบว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดทั้งสองใช้โซเชียลมีเดียในการโฆษณาสินค้า โดย เทรดเนชัน ขายนาฬิกาหรู เช่น โรเล็กซ์ ส่วน เทรดลักชูรี ขายกระเป๋า

ช่องทางโฆษณาสินค้าของเทรดเนชันทางเทเลแกรม

ที่มาของภาพ, Telegram screenshot

คำบรรยายภาพ, ช่องทางโฆษณาสินค้าของเทรดเนชันทางเทเลแกรม
ช่องทางโฆษณาสินค้าของเทรดลักชูรีทางเทเลแกรม

ที่มาของภาพ, Telegram screenshot

คำบรรยายภาพ, ช่องทางโฆษณาสินค้าของเทรดลักชูรีทางเทเลแกรม

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและด่านตรวจสิงคโปร์ ชี้แจงเมื่อ 20 ก.ค. ว่า ได้จับกุมชายชาวมาเลเซียวัย 40 ปี เมื่อ 13 ก.ค. ในข้อหาช่วยสองสามีภรรยาหลบหนีออกนอกประเทศ และจะนำตัวขึ้นสู่การพิจารณาคดี 22 ก.ค. นี้

วันนี้ (21 ก.ค.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณีตำรวจสิงคโปร์ออกหมายจับหญิงไทยและสามีสิงคโปร์ ในคดีฉ้อโกงมูลค่ากว่า 800 ล้านบาท และมีผู้เสียหายกว่า 180 ราย

พ.ต.อ.กฤษณะระบุว่าได้ตรวจสอบข้อมูลจากกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า ปัจจุบัน องค์การตำรวจสากล ได้ออกหมายแดง ตามที่ทางการสิงคโปร์ร้องขอจริง แต่ยังมิได้มีการประสานเรื่องหรือร้องขอมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ดำเนินการแต่อย่างใด

ทั้งนี้ หากได้รับการประสานมาเมื่อใด ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมที่จะดำเนินการแจ้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับทางการสิงคโปร์ทันที และทำการจับกุมตัว เพื่อนำตัวผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากนี้ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งรัดประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำการสืบสวนและติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

2px presentational grey line

หมายแดง คืออะไร

อินเตอร์โพล หรือ องค์การตำรวจสากล มีหน้าที่ประสานงานระหว่างสมาชิก 195 ประเทศ แจ้งเตือนสมาชิกให้เฝ้าระวังบุคคลที่ทางการกำลังจับตาดูอยู่ ผ่านการใช้ ""หมาย" สีต่าง ๆ โดย สีแดง หมายถึง หมายสำหรับผู้ที่ประเทศผู้ยื่นคำร้องต้องการจับกุมตัวเพื่อไปดำเนินคดี ส่วนหมายเหลือง ใช้เพื่อต้องการเสาะหาผู้ที่เชื่อว่าเป็นบุคคลสูญหาย

หมายแดง ไม่ใช่หมายจับ และอินเตอร์โพลก็ไม่มีอำนาจบังคับให้ประเทศสมาชิกจับผู้ที่มีหมายแดงติดตัว ในกรณีการจับกุมผู้ต้องหา การตัดสินใจจับหรือไม่จับเป็นอำนาจของประเทศนั้น

จนถึง 20 ก.ค. 2565 มีผู้ถูกออกหมายแดงอยู่ 7,187 คน

2px presentational grey line

สำนักงานตำรวจสิงคโปร์ขอให้ผู้ที่เบาะแสหรือพบตัวบุคคลทั้งสองติดต่อไปที่สายด่วน+65 6255 0000 หรือแจ้งทางเว็บไซต์ www.police.gov.sg/iwitness