You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
กระแสน้ำมหาสมุทรแอตแลนติกใกล้หยุดไหล จ่อส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลก
เมื่อเดือน ก.พ.ของปีที่แล้ว มีรายงานข่าวว่ากระแสน้ำ Atlantic Meridional Overturning Circulation (AMOC) หรือกระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีม ซึ่งเป็นสายธารหลักในมหาสมุทรแอตแลนติก ได้อ่อนกำลังลงถึงระดับต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งพันปี และอาจหยุดไหลเวียนภายในช่วงสิ้นศตวรรษนี้
ล่าสุดมีการวิจัยถึงผลกระทบจากปรากฏการณ์ดังกล่าว ซึ่งทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลีย ระบุในผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Nature Climate Change ว่าภูมิอากาศทั่วโลกรวมทั้งพื้นที่นอกเขตอิทธิพลกระแสน้ำ AMOC ในยุโรปและอเมริกาเหนือ จะพลอยได้รับผลสะเทือนไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ความเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำที่ไหลช้าลงเรื่อย ๆ จะให้กำเนิด "ภูมิอากาศโลกแบบใหม่" ที่มีสภาพคล้ายปรากฏการณ์ลานีญา (La Niña) มากขึ้น โดยภาวะฝนตกชุกและอากาศเย็นผิดปกติจะครอบคลุมไปถึงเขตร้อนและพื้นที่ใต้เส้นศูนย์สูตร ไกลถึงออสเตรเลียและทวีปแอนตาร์กติกาเลยทีเดียว ทำให้พื้นที่เหล่านี้ต้องเผชิญพายุฝนและอุทกภัยรุนแรงขึ้น ในขณะที่ทางตะวันตกของอเมริกาเหนือและยุโรปกลับต้องเผชิญภัยแล้งและไฟป่าหนักกว่าเดิม
มีการใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์ของระบบภูมิอากาศโลกในปัจจุบัน มาทำนายสภาพการณ์ที่จะเกิดขึ้นเมื่อกระแสน้ำ AMOC หยุดไหล ซึ่งทีมผู้วิจัยพบว่าจะมีความร้อนสะสมตัวที่บริเวณใต้เส้นศูนย์สูตรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ความร้อนนี้จะดันให้อากาศที่อุ่นและชื้นขึ้นไปยังบรรยากาศชั้นโทรโพสเฟียร์ ซึ่งสูงจากพื้นโลกราว 10 กิโลเมตร และทำให้อากาศแห้งเคลื่อนลงมายังแถบตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก
อากาศแห้งดังกล่าวจะหนุนให้ลมการค้า (trade winds) พัดรุนแรงขึ้น ซึ่งก็จะดันให้กระแสน้ำอุ่นเข้าถึงน่านน้ำของประเทศอินโดนีเซียมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้พื้นที่เขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกเผชิญกับสภาพอากาศแบบลานีญาที่รุนแรง อย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน
ส่วนหย่อมความกดอากาศต่ำเหนือทวีปแอนตาร์กติกาทางตะวันตก ก็จะได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์นี้เช่นกัน โดยกระแสลมที่เปลี่ยนแปลงในมหาสมุทรแปซิฟิกจะทำให้มันขยายตัว และเร่งให้แผ่นน้ำแข็งรวมทั้งหิ้งน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น
การที่กระแสน้ำอุ่น AMOC ไหลช้าลงนั้น เป็นผลมาจากภาวะโลกร้อนที่เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก โดยอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นและการละลายของแผ่นน้ำแข็งที่กรีนแลนด์ ทำให้น้ำจืดปริมาณมหาศาลลงสู่มหาสมุทร รบกวนการไหลเวียนของกระแสน้ำที่ขับเคลื่อนด้วยแรงดันเกลือ ส่งผลให้กระแสน้ำอ่อนแรงและไหลช้าลง จนเป็นเหตุให้อุณหภูมิของผิวน้ำและมวลอากาศข้างบนเย็นตัวได้
นอกจากนี้ การที่กระแสน้ำอุ่นซึ่งนำพาแร่ธาตุและสารอาหารจากเขตร้อนไปสู่ซีกโลกเหนือหยุดนิ่ง จะทำให้เกิดหายนะต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรแอตแลนติกอย่างใหญ่หลวงติดตามมาด้วย