ปืนกับคนอเมริกัน : เหตุกราดยิงเทกซัสทำสังคมถกเรื่องกฎหมายควบคุมการมีอาวุธอีกรอบ

US flags fly half mast

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สหรัฐอเมริกาลดธงครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัยต่อเหตุกราดยิง
    • Author, โดย ซาราห์ สมิธ
    • Role, บรรณาธิการ ทวีปอเมริกาเหนือ

โศกนาฏกรรมครั้งล่าสุดทำให้สหรัฐอเมริกากลับมาถกเถียงเรื่องกฎหมายควบคุมการใช้ปืนอีกครั้ง แต่คงเป็นเรื่องยากที่จะเกิดการปฏิรูปอย่างแท้จริง การถกเถียงเรื่องการครอบครองปืนกลายเป็นเรื่องแบ่งแยกทางการเมืองและการยึดติดทางวัฒนธรรมมากเกินกว่าจะก่อให้การเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง

สังคมสหรัฐฯ มองปืนเป็นเรื่องธรรมดา ชาวอเมริกันไม่ได้เกรงกลัวปืนเหมือนคนประเทศอื่น ปืนถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

คาดว่ามีชาวอเมริกันที่ครอบครองปืนราว 80 ล้านคน พวกเขามองว่ามีปืนไว้ป้องกันตัว เป็นสิ่งที่ใช้ปกป้องเสรีภาพและทรัพย์สินของตนเอง

เมื่อ 24 พ.ค. เกิดเหตุวัยรุ่นชายบุกกราดยิงภายในโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งที่รัฐเทกซัสของสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 21 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเด็กนักเรียนวัย 7-10 ปี ถึง 19 คน

ในประเทศที่คุณมีความเสี่ยงต้องเผชิญหน้ากับอาชญากรติดอาวุธที่อาจบุกเข้าบ้านคุณหรือดักทำร้ายคุณบนท้องถนน หลายคนมองว่าการมือปืนไว้ในครอบครองเป็นการป้องกันตัวที่เข้าใจได้

ปืนเป็นสิ่งแพร่หลายในสหรัฐฯ มากจนอาชญากรหามันได้อย่างง่ายดาย ด้วยเหตุนี้ ข้อถกเถียงจึงกลายเป็น "เพราะฉะนั้นคนทั่วไปก็ต้องมีปืนไว้ในครอบครองได้เช่นกัน"

ทุกคนทราบดีว่า มาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ อนุญาตให้ชาวอเมริกันมีสิทธิครอบครองอาวุธปืนเพื่อป้องกันตนเอง ทว่าสิ่งที่คนนอกอาจไม่ทราบแน่ชัดคือทำไมกฎหมายที่ถูกเขียนขึ้นเมื่อ 250 ปี ก่อนเพื่อตอบสนองกับสงครามปฏิวิติในสมัยนั้นถึงยังมีอิทธิพลฝังลึกอยู่ในปี 2022

เสรีภาพและสิทธิในการปกป้องตัวเองไม่ใช่แค่กฎพื้นฐานกับจุดกำเนิดประวัติศาสตร์สหรัฐฯ เท่านั้น แต่ผู้คนจำนวนมากยังมองว่านี่คือคุณค่าของประเทศและคุณค่าของพวกเขา

ข้อโต้แย้งที่สนับสนุนสิทธิในการครอบครองปืนจำนวนไม่น้อยมาจากสมาคมปืนยาวแห่งชาติอเมริกา (NRA) ซึ่งต้องการสนับสนุนผลประโยชน์ของผู้สนับสนุนสมาคมฯ ทว่าบางข้อโต้แย้งก็มาจากคนธรรมดาเช่นกัน

Image shows woman hugging Texas rager

ที่มาของภาพ, Reuters

หลายคนมองว่าสิทธิในการครอบครองปืนเป็นเรื่องพื้นฐานเช่นเดียวกับเสรีภาพในการแสดงออก การห้ามหรือจำกัดการถือครองปืนนับเป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นพลเมืองอเมริกัน

สิทธิเหล่านี้เคยเป็นหัวข้อโต้วาทีมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่มีโศกนาฏกรรมเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรัฐเทกซัส

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2012 มือปืนรายหนึ่งเข้ากราดยิงที่โรงเรียนประถมแซนดี ฮุก ส่งให้ผู้ใหญ่มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และเด็กผู้เสียชีวิต 20 ราย ในโศกนาฏกรรมดังกล่าว

ความเห็นของสังคมส่วนใหญ่เบนไปในทางควบคุมการครอบครองปืน เช่นเดียวกับกระแสที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

บารัค โอบามา ให้คำมั่นสมัยเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าจะทำทุกอย่างตามอำนาจที่เขามีเพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าว พรรคโดเมแครตของเขาเสนอกฎหมายห้ามจำหน่ายปืนบางประเภทและเพิ่มมาตรการตรวจสอบประวัติผู้ซื้อ

มาตรการบางอย่างได้รับการเห็นชอบจากพรรครีพับลิกัน แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ข้อเสนอเหล่านี้ถูกส่งไปถึงรัฐสภาและกลายเป็นกฎหมายจริง

ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่โรงเรียนประถมแซนดีฮุก โกรธเคืองอย่างมากกับความล้มเหลวในการปฏิรูปกฎหมายครอบครองปืนจนหันไปเดินหน้าฟ้องร้องผู้ผลิตปืนไรเฟิล เออาร์-15 ที่มือปืนใช้ในการกราดยิงแทน

เมื่อต้นปีที่ผ่านมาบริษัทผู้ผลิตปืน เรมิงตัน อาร์มส์ ยุติข้อพิพาทกับ 9 ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ยอมจ่ายเงินมูลค่า 73 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 2,500 ล้านบาท) จนหลายฝ่ายมองว่าคดีความเช่นนี้อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต

Image shows Barack Obama

ที่มาของภาพ, Getty Images

ชาวอเมริกันจำนวนไม่น้อยเหนื่อยหน่ายกับเหตุความรุนแรงจากปืนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในประเทศ การเรียกร้องยกระดับไปสู่การจำกัดการถือครองปืนและการสั่งห้ามจำหน่ายอาวุธกึ่งอัตโนมัติที่ไม่มีความจำเป็นสำหรับการป้องกันตัวหรือทรัพย์สินแต่อย่างใด

ผู้สนับสนุนการปฏิรูปออกมาเรียกร้องถึงเสรีภาพในด้านอื่นๆ อาทิ สิทธิที่เด็กสามารถไปโรงเรียนได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกยิง ในประเทศที่ปืนเป็นหนึ่งในสาเหตุลำดับต้น ๆ ของการเสียชีวิตในเด็กและวัยรุ่น

เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มากกว่า 4,300 ราย เสียชีวิตจากบาดแผลที่เกิดจากอาวุธปืนในปี 2020 ขณะที่ตัวเลขเจ้าหน้าที่ตำรวจอเมริกันที่เสียชีวิตจากสาเหตุเดียวกันในปีเดียวกันอยู่ที่เพียง 50 รายเท่านั้น

ทว่าอย่าคาดหวังจะได้เห็นการตอบสนองทางการเมืองอย่างสิ่งที่เกิดขึ้นในปี 1996 กับการสังหารหมู่ที่โรงเรียนดันเบลนในสหราชอาณาจักร จนทำให้สมาชิกรัฐสภาของสหราชอาณาจักรผ่านกฎหมายให้การครอบครองปืนส่วนตัวเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

ในสหรัฐฯ คุณจะได้เห็นการวิจารณ์ทั้งในโทรทัศน์และโซเชียลมีเดียมากมายในช่วงนี้ที่พูดถึงว่าใครควรมีสิทธิที่จะครอบครองปืนได้บ้าง และอาวุธประเภทไหนที่ควรได้รับการอนุญาต แต่จะไม่มีใครออกมาถกเถียงถึงสิทธิในการถือครองปืนอย่างแน่นอน