รัสเซีย ยูเครน : รัสเซียเผยใช้ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงโจมตีคลังกระสุนใต้ดินของยูเครน

รัสเซีย ระบุว่า ได้ยิงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง (hypersonic missile) โจมตีคลังกระสุนของยูเครน ขณะที่การสู้รบในเมืองมาริอูโปลขัดขวางการอพยพประชาชนราว 300,000 คนออกจากเมือง

นายอิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมของรัสเซียกล่าวว่า รัฐบาลรัสเซียได้ทำลายคลังอาวุธใต้ดินทางตะวันตกของยูเครนโดยใช้ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง หรือ ไฮเปอร์โซนิก ในการโจมตี

เขาอ้างว่า คลังอาวุธดังกล่าวเก็บรักษาขีปนาวุธและ "กระสุนการบินของทหารยูเครน"

รัสเซียไม่เคยยอมรับมาก่อนว่า มีการใช้ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงในการสู้รบ

ขีปนาวุธชนิดนี้เป็นขีปนาวุธทิ้งตัวที่ล้ำสมัย สามารถเดินทางในชั้นบรรยากาศที่สูงขึ้นไป ด้วยความเร็วที่มากกว่าความเร็วเสียง 5 เท่า

กองทัพรัสเซีย ระบุว่า ระบบขีปนาวุธ "คินชัล" (Kinzhal) ที่ใช้ในการโจมตีครั้งนี้ มีขีดความสามารถในการทำลายเป้าหมายที่อยู่ในพิสัยกว่า 2,000 กม. และสามารถหลบหลีกระบบป้องกันขีปนาวุธที่มีใช้งานอยู่ในปัจจุบันได้ทุกระบบ

ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงคืออะไร

ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกสามารถเคลื่อนที่ในชั้นบรรยากาศที่อยู่ระดับสูงได้ด้วยความเร็วที่มากกว่าความเร็วเสียงกว่า 5 เท่า

ถือเป็นขีปนาวุธที่มีความสามารถในการเดินทางและหลบหลีกได้ดีกว่าขีปนาวุธปกติ และสามารถเลี่ยงการถูกสกัดจากระบบป้องกันภัยทางอากาศได้ดีกว่า

ปีที่แล้ว รัสเซีย ระบุว่า ประสบความสำเร็จในการทดสอบยิงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงจากเรือรบในทะเลขาว (White Sea) นอกชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย

รัสเซียระบุว่า ตั้งเป้าที่จะติดตั้งขีปนาวุธนี้ไว้บนเรือลาดตระเวนและเรือดำน้ำของรัสเซีย

นอกจากรัสเซียแล้ว จีนและสหรัฐฯ และอีกอย่างน้อย 5 ประเทศ ก็กำลังพัฒนาเทคโนโลยีขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงเช่นกัน

การสู้รบในมาริอูโปลขัดขวางการช่วยชีวิตพลเรือน

สถานการณ์ความปลอดภัยในเมืองท่ามาริอูโปล จุดยุทธศาสตร์สำคัญทางตอนใต้ของยูเครนที่ถูกรัสเซียปิดล้อมโจมตีอย่างหนัก ล่าสุดยิ่งย่ำแย่ลงไปอีกเมื่อมีรายงานว่า กองกำลังรัสเซียสามารถบุกเข้าไปถึงใจกลางเมืองแล้ว ทั้งยังเปิดฉากสู้รบท่ามกลางพื้นที่หลบภัยของพลเรือนหลายแสนคน เป็นอุปสรรคต่อความพยายามในการอพยพประชาชนออกจากเมือง

นายวาดิม บอยเชนโก นายกเทศมนตรีเมืองมาริอูโปลของยูเครน ซึ่งถูกปิดล้อมอยู่ในขณะนี้ กล่าวว่า การสู้รบตามท้องถนนที่อยู่กลางเมือง กำลังขัดขวางความพยายามในการช่วยชีวิตประชาชนหลายร้อยคนที่ติดค้างอยู่ที่ชั้นใต้ดินของโรงละครที่เจ้าหน้าที่ทางการระบุว่า ถูกรัสเซียทิ้งระเบิดโจมตีเมื่อวันพุธ (16 มี.ค.) ทั้งยังระบุว่ากองกำลังรัสเซียปิดทางออกสู่ทะเลอาซอฟได้ทั้งหมดแล้ว ทำให้หลายฝ่ายหวั่นเกรงกันว่าเมืองมาริอูโปลอาจถูกตีแตกในไม่ช้า โดยขณะนี้ที่พักอาศัยและอาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่ถูกทำลายไปกว่า 80% แล้ว

นายกเทศมนตรีเมืองมาริอูโปล กล่าวกับผู้สื่อข่าวบีบีซีนิวส์ว่า เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปเคลื่อนย้ายเศษซากปรักหักพังและอพยพผู้คนออกมาได้ก็ต่อเมื่อการต่อสู้หยุดลงเท่านั้น

"มีรถถัง...และการระดมยิงกระสุนปืนใหญ่ อาวุธทุกประเภทยิงเข้ามาในพื้นที่" เขากล่าว

"กองกำลังของเรากำลังทำทุกอย่างที่สามารถทำได้ เพื่อรักษาฐานที่มั่นในเมืองไว้ แต่เคราะห์ร้าย กองทัพของศัตรูมีขนาดใหญ่กว่าของเรามาก"

เขาไม่สามารถประเมินได้ว่า มีคนที่สามารถอพยพออกมาจากพื้นที่ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาจำนวนเท่าไหร่

รัสเซียปฏิเสธการยิงปืนใหญ่โจมตีอาคารดังกล่าว ซึ่งมีสัญลักษณ์บ่งบอกอย่างชัดเจนว่า เป็นที่หลับภัยของพลเรือน

เมืองท่ายุทธศาสตร์แห่งนี้ ถูกกองทัพรัสเซียล้อมไว้อยู่ และคาดว่า มีคนติดอยู่ในเมืองราว 300,000 คน โดยไม่มีกระแสไฟฟ้า น้ำประปา และระบบทำความร้อนใช้งาน

นายบอยเชนโก ระบุด้วยว่า ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา มีคนสามารถอพยพออกไปจากเมืองนี้แล้ว 40,000 คน และอีก 20,000 คน กำลังรอการอพยพอยู่

การที่กองกำลังรัสเซียระดมโจมตีไม่หยุด ทำให้การกู้ภัยเพื่อช่วยชีวิตพลเรือนนับพันคนที่ติดอยู่ใต้ซากโรงละครประจำเมือง เป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยก่อนหน้านี้หน่วยกู้ภัยของยูเครนรายงานว่า สามารถนำผู้รอดชีวิตขึ้นมาจากชั้นใต้ดินของโรงละครได้เพียง 130 คน จากทั้งหมด 1,300 คนที่ลงไปหลบภัยด้านล่าง การโจมตีอย่างต่อเนื่องของรัสเซียยังทำให้ไม่อาจเปิดช่องทางปลอดภัย เพื่อให้พลเรือนอพยพออกไปนอกเมืองได้อีกด้วย

ด้านประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ออกมาเรียกร้องให้รัสเซียเจรจากับยูเครนในประเด็นสันติภาพและความมั่นคงอย่างจริงจังโดยเร็ว เพราะเป็นโอกาสเดียวที่รัสเซียจะสามารถ "จำกัดความเสียหาย" ที่เกิดจากความผิดพลาดในการรุกรานยูเครนได้

"นี่เป็นเวลาของการพบปะและพูดคุยกัน นี่เป็นเวลาที่ยูเครนจะฟื้นฟูบูรณภาพทางดินแดนและทวงความเป็นธรรมกลับคืนมา ไม่อย่างนั้นรัสเซียจะต้องสูญเสีย ในระดับที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วคนกว่าจะฟื้นคืนสภาพเดิม" ผู้นำยูเครนกล่าว

ก่อนหน้านี้สถาบันศึกษาการสงครามหรือ ISW ของสหรัฐฯ ประเมินว่า กองทัพรัสเซียกำลังประสบความเสียหายอย่างหนักและสูญเสียกำลังพลจำนวนมากในหลายแนวรบ โดยนอกจากที่เมืองมาริอูโปลแล้ว ฝ่ายรัสเซียไม่อาจรุกคืบหน้าเพื่อยึดครองเมืองในยูเครนเพิ่มเติมได้อีก

นักวิเคราะห์ของ ISW ยังระบุว่า กองกำลังรัสเซียมีแนวโน้มจะจัดตั้งองค์กรปกครองท้องถิ่นที่เข้มงวดเหมือนรัฐตำรวจ ในเมืองและภูมิภาคที่ถูกยึดครองอย่างเช่นเคียร์ซอนและเมลิโตโปล แต่ก็ยังพยายามแจกจ่ายเสบียงอาหารให้แก่ประชาชน เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตนเอง

มนุษย์อวกาศรัสเซียสวมชุดสีธงชาติยูเครน

มนุษย์อวกาศของรัสเซียได้เดินทางไปถึงสถานีอวกาศนานาชาติแล้ว โดยได้สวมชุดที่มีสีธงชาติของยูเครน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการแสดงออกถึงการต่อต้านการบุกยูเครน

มนุษย์อวกาศชาย 3 คน เป็นมนุษย์อวกาศที่เพิ่งเดินทางไปถึงสถานีอวกาศเป็นกลุ่มแรก นับตั้งแต่รัสเซียโจมตียูเครนเมื่อเดือนที่แล้ว

พวกเขาได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยเพื่อนมนุษย์อวกาศชาวอเมริกัน ชาวรัสเซีย และชาวเยอรมันได้สวมกอดและทักทายพวกเขา

ทั้งสามคนสวมชุดอวกาศสีเหลืองสดตัดกับแถบสีน้ำเงิน แทนที่จะเป็นเครื่องแบบสีน้ำเงินตามปกติ

เจรจาสันติภาพคืบหน้าแค่ไหนแล้ว

นับตั้งแต่ทหารรัสเซียบุกยูเครนเมื่อ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้มีการจัดการเจรจากันหลายรอบระหว่างผู้แทนจากรัฐบาลยูเครนและรัฐบาลรัสเซีย

เป็นเรื่องยากที่จะประเมินความคืบหน้าของการเจรจาจนถึงขณะนี้

ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์นี้ ไฟแนนเชียล ไทมส์ เปิดเผยแผนการสันติภาพ 15 ข้อ ซึ่งรวมถึง การที่รัฐบาลยูเครนล้มเลิกความต้องการเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Treaty Organization--NATO) หรือ นาโต และรับปากว่า จะไม่ให้ต่างชาติเข้ามาตั้งฐานทัพทหารหรือคลังอาวุธเพื่อแลกเปลี่ยนกับความคุ้มครองจากชาติตะวันตก

หัวหน้าผู้เจรจาของรัสเซีย กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า รัฐบาลรัสเซียและรัฐบาลยูเครนต่างก็ได้แสดงจุดยืนในข้อเสนอเพื่อให้ยูเครนเป็นรัฐที่เป็นกลาง

แต่ชาวยูเครนไม่ได้คาดหวังต่อการเจรจานัก นายมิไคโล โปโดเลียก ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ซึ่งเข้าร่วมในการเจรจา กล่าวว่า จุดยืนของประเทศเขาไม่เปลี่ยนแปลง และระบุว่า มีแต่การร้องขอจากฝ่ายรัสเซีย

นายมิคาอิล คาเซียนอฟ อดีตนายกรัฐมนตรีของรัสเซีย กล่าวกับบีบีซีเมื่อวันศุกร์ (18 มี.ค.) ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ไม่ได้ "จริงจัง" กับการเจรจาสันติภาพและไม่น่าที่จะเสนอทางออกใด ๆ ต่อความขัดแย้งนี้ "ที่จะทำให้ประชาชนยูเครนรู้สึกสบายใจ"

อดีตนายกฯ สหราชอาณาจักร หนุนไต่สวนปูติน

นายกอร์ดอน บราวน์ อดีตนายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร ต้องการให้มีการตั้งคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศขึ้นมาเพื่อสอบสวนนายปูติน จากการกระทำของเขาในยูเครน

นายบราวน์ กล่าวว่า มีการทิ้งระเบิดโจมตีพลเรือนโดยไม่เลือกหน้าในสงครามนี้ ซึ่งเป็นการขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และละเมิดการหยุดยิงทางมนุษยธรรม และ "มีการข่มขู่ว่าจะใช้นิวเคลียร์"

อดีตนายกฯ สหราชอาณาจักรกล่าวกับบีบีซีว่า นับตั้งแต่กำแพงเบอร์ลินถูกทำลาย "เรานึกว่า ประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐจะเป็นฝ่ายชนะ" แต่ปูติน "กำลังเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้นด้วยการใช้กำลัง"

"ถ้าเราไม่สื่อสารออกไปในตอนนี้ เมื่อนั้นเราก็จะเผชิญการรุกรานในประเทศอื่น ๆ ที่อาจจะไม่ถูกลงโทษเช่นกัน"

เมื่อถูกถามว่า เขาเห็นว่า ประธานาธิบดีรัสเซียเป็นอาชญากรสงครามหรือไม่ เขาตอบว่า "นั่นคือสิ่งที่ประธานาธิบดีไบเดนพูด และนั่นคือมุมมองของผม"

นายบราวน์ เป็นหนึ่งในนักวิชาการ นักกฎหมาย และนักการเมือง 140 คน ที่ลงนามในคำร้องให้มีการจัดตั้งระบบกฎหมายตามแบบที่มีการไต่สวนคดีอาชญากรสงครามนาซีในเมืองนูเรมเบิร์ก หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ปูตินลั่นเดินหน้ารบยูเครนต่อไป ไม่หวั่นความสูญเสีย

ในงานเฉลิมฉลองครบรอบ 8 ปีการผนวกดินแดนไครเมีย ชาวรัสเซียนับแสนเข้าฟังคำปราศรัยของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่สนามกีฬาลูชนิกิในกรุงมอสโก

นายปูตินได้กล่าวยกย่องกองทัพที่กำลังสู้รบในยูเครนว่า เป็นตัวอย่างของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวแบบรัสเซีย "เมื่อถึงเวลาจำเป็น พวกเขาต่างก็เอาตัวเข้าป้องกันกระสุนให้กันและกัน ราวกับว่าเป็นพี่น้องร่วมสายเลือด ความสมัครสมานกลมเกลียวแบบนี้เราไม่ได้พบเห็นกันมานานมากแล้ว"

นายปูตินยังกล่าวย้ำข้ออ้างเท็จที่ว่า กองทัพรัสเซียปกป้องผู้คนในทางตะวันออกของยูเครนซึ่งกำลังถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เขาประกาศว่าจะยังคงเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อไป จนกว่าจะบรรลุถึงเป้าหมาย "เรารู้ดีว่าต้องทำอะไรเป็นลำดับถัดไป รู้ว่าต้องทำอย่างไร และต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง เราจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้ทั้งหมดอย่างแน่นอน"

อย่างไรก็ตาม สถานีโทรทัศน์ของทางการที่ถ่ายทอดสดงานดังกล่าว ได้ตัดภาพขณะที่นายปูตินยังกล่าวปราศรัยไม่จบประโยคดี และเปลี่ยนไปฉายภาพการบรรเลงดนตรีแนวชาตินิยมแทน ซึ่งต่อมาทางโฆษกรัฐบาลรัสเซียชี้แจงว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิค

บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "วิกฤตยูเครน"