โควิด : หมอชาวอเมริกันสูญเสียความทรงจำจากอาการ “ลองโควิด”

คำบรรยายวิดีโอ, “ฉันสูญเสียความทรงจำเพราะโควิด”

แม้เวลาจะผ่านมาแล้วถึง 10 เดือน นับแต่ พญ.โรเชลล์ เดวิด ติดโรคโควิด-19 แต่เธอยังคงต้องทนทุกข์กับการสูญเสียความทรงจำ ซึ่งเป็นผลกระทบระยะยาวที่พลิกชีวิตของเธอจากหน้ามือเป็นหลังมือ

พญ.เดวิด เป็นหนึ่งในผู้ป่วยหลายล้านคนที่เผชิญกับภาวะที่เรียกว่า "ลองโควิด" (Long Covid) ซึ่งเป็นความผิดปกติระยะยาวที่เกิดขึ้นแม้ว่าคนไข้จะผ่านการรักษาจนร่างกายปลอดเชื้อไวรัสไปแล้วก็ตาม

แพทย์ชาวอเมริกันผู้นี้เล่าให้บีบีซีฟังว่า ได้รับการวินิจฉัยว่าติดโควิด เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ความเจ็บป่วยครั้งนี้ทำให้ความทรงจำระยะสั้นของเธอได้รับผลกระทบรุนแรง ส่งผลให้เธอกลายเป็นคนขี้หลงขี้ลืม แม้แต่เรื่องที่เพิ่งจะเกิดขึ้น

"ฉันต้องพยายามอย่างมากที่จะจดจำบางอย่างให้ได้ ในขณะที่เดินจากห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่ง" ปัญหานี้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเธอเป็นอย่างมาก

"ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้ถือกุญแจ เพราะมันชัดเจนมากว่า ฉันไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันที่ง่ายที่สุดได้ แน่นอนว่าฉันไม่ควรขับรถด้วย"

การสูญเสียความทรงจำยังส่งผลกระทบต่อการทำงานในฐานแพทย์ของเธอด้วย

"พูดได้เลยว่า ฉันสูญเสียการพึ่งพาตัวเองไปในชั่วข้ามคืน ฉันสูญเสียสติปัญญา และตัวตนของฉันก็ถูกพรากไป" พญ.เดวิด กล่าว

"ถ้าคุณถามฉันก่อนหน้านี้ว่า 'คุณคือใคร' คำตอบแรกของฉันในตอนนี้คือ ฉันเป็นภรรยา เป็นแม่ และยังเป็นอะไรอีกหลายอย่าง แต่คำตอบแรกที่ฉันเคยมีตลอดมาก่อนหน้านี้คือ 'ฉันเป็นอายุรแพทย์ ฉันเป็นศัลยแพทย์ ฉันเป็นสูตินรีแพทย์' แล้วจู่ ๆ ฉันก็ไม่ได้เป็นสิ่งเหล่านี้"

ลองโควิดกับผลกระทบต่อประสาทและสมอง

ภาพสแกนสมอง

ที่มาของภาพ, Getty Images

สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ (National Health Service หรือ NHS) ของสหราชอาณาจักร ระบุว่า ผู้ที่มีอาการป่วยจากโควิด-19 เพียงเล็กน้อยก็สามารถมีปัญหาเรื้อรังจากภาวะลองโควิดได้ ซึ่งมีอาการแตกต่างกันหลายอย่าง เช่น อ่อนเพลีย หายใจลำบาก เจ็บหรือแน่นหน้าอก นอนไม่หลับ รู้สึกซึมเศร้าและวิตกกังวล รวมถึงมีปัญหาด้านความทรงจำ และสมาธิ เป็นต้น

งานวิจัยหลายชิ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ เช่น ผลการศึกษาคนไข้ 740 คน ของระบบสุขภาพเมาต์ ซีนาย (Mount Sinai Health System) ซึ่งเป็นเครือข่ายโรงพยาบาลในนครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ ก็พบหลักฐานบ่งชี้ว่า อาการสูญเสียความทรงจำ และความผิดปกติในการทำงานของสมอง เช่น ภาวะสมองล้า (brain fog) เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นในระยะยาวจากโรคโควิด

ขณะที่ รศ.ดร. เจสสิกา เบอร์นาร์ด นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทกซัสเอแอนด์เอ็มของสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อสันนิษฐานผ่านบทความในเว็บไซต์ The Conversation ว่าโควิดอาจส่งผลกระทบในระดับลึกโดยเร่งกระบวนการแก่ชราของคนเราด้วย เห็นได้จากสมองของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่หายดีแล้ว จะเกิดการสูญเสียเนื้อสมองสีเทา (grey matter) จนหดตัวเล็กลงในลักษณะเดียวกับสมองของคนชราไม่มีผิด

งานวิจัยชิ้นนี้พบว่า การหดตัวของสมองที่ว่านี้เกิดขึ้นในระดับที่ไม่แตกต่างกัน ไม่ว่าผู้ป่วยจะเคยมีอาการของโควิดเพียงเล็กน้อยมาก่อน หรือเคยมีอาการรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลก็ตาม

ข้อสังเกตเรื่องโควิดเร่งกระบวนการแก่ชรามีขึ้น เมื่อทีมวิจัยของสหราชอาณาจักรเผยแพร่ผลการศึกษาเบื้องต้นในคลังเอกสารการแพทย์ออนไลน์ medRxiv.org ในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา โดยผลวิเคราะห์ภาพสแกนสมองของชาวอังกฤษ 45,000 คน ซึ่งนำมาจากคลังข้อมูลชีวภาพ UK Biobank ชี้ว่าผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการป่วยในทุกรูปแบบ มีเนื้อสมองสีเทาซึ่งเป็นตัวเซลล์ประสาทที่ใช้ประมวลผลจัดการข้อมูลต่าง ๆ บางลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมองส่วนหน้าและสมองกลีบขมับ

ตามปกติแล้วสมองของคนเราจะหดตัวเพราะเนื้อสมองสีเทาบางลงได้เมื่อมีอายุมากขึ้น แต่สมองของผู้ป่วยโควิดกลับเปลี่ยนแปลงและหดตัวลดขนาดในอัตราที่มากยิ่งกว่าคนที่แก่ตัวลงตามธรรมชาติด้วยซ้ำ โดยสิ่งนี้ทำให้ผู้ที่เคยป่วยโควิดคิดวิเคราะห์ได้ช้าและแย่ลงเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อไวรัสโควิดเลย

สำหรับกรณีที่มีรายงานว่า ผู้ป่วยโควิดจะสูญเสียประสาทรับกลิ่นและรสไปชั่วคราวนั้น สอดคล้องกับที่ทีมวิจัยพบว่าโครงสร้างรูปกระเปาะซึ่งทำหน้าที่รับกลิ่นในสมองส่วนหน้า (olfactory bulb) ถูกไวรัสโควิดเข้าทำลาย ส่วนการที่สมองกลีบข้าง (temporal lobe) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสมองส่วน Hippocampus ได้รับความเสียหายในกรณีนี้ด้วย อาจเป็นสาเหตุให้สูญเสียความจำและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ไม่ต่างไปจากคนชราและผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ที่สมองส่วนดังกล่าวจะเสื่อมถอยลง