11 ก.ย. : เสียงของเด็ก ๆ ที่เสียพ่อแม่ไปเมื่อ 20 ปีก่อน "เขาเป็นวีรบุรุษ และเขาได้ช่วยคนหลายชีวิตในวันนั้น"

ที่มาของภาพ, Brian Leavey
เหตุวินาศกรรม 9/11 ที่สหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน และเด็กอีกจำนวนมากต้องสูญเสียพ่อหรือแม่ไป
20 ปีผ่านไป บีบีซีไปพูดคุยกับเด็กเหล่านี้ที่พ่อแม่เสียชีวิต

"เขาเป็นวีรบุรุษ และเขาได้ช่วยคนหลายชีวิตในวันนั้น"
พ่อของ ไบรอัน ลีวีย์ เป็นนักดับเพลิงประจำสำนักงานดับเพลิงนครนิวยอร์กซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์วันนั้น
ตอนนั้น ไบรอันอายุ 16 ปี และได้มาฟังเทปบันทึกเสียงขณะพ่อเขาพูดกับทีมขณะขึ้นไปบนตึกฝั่งทิศใต้ของตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์
"เรารู้เรื่องราวของทีมพ่อจากตรงนั้น(เทปบันทึกเสียง) พวกเขาอยู่บนชั้น 78 ขณะที่ตึกถล่มลงมา พวกเขาเป็นหนึ่งในไม่กี่ทีมที่ขึ้นไปถึงชั้นที่มีไฟลุกไหม้ แน่นอน ผมรู้สึกโล่งอกที่ได้รู้ว่าพวกเขาทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมในวันนั้น ผมภูมิใจมากว่าพ่อกล้าหาญแค่ไหน"
ไบรอันบอกว่าพ่อเขาเป็นเหมือนเป็น "เด็กรุ่นพี่" ที่คอยอยู่เคียงข้างลูก ๆ เสมอ
"เขาชอบเป็นพ่อคนและชอบดูแลพวกเรา" ไบรอัน เล่า "ผมโชคดีมากที่ได้มีเวลาอยู่กับเขาถึง 16 ปี ขณะที่น้องสาวได้ใช้เวลาแค่ 10 ปี"
ไบรอันเล่าว่าการจากไปของพ่อเขาทำให้เขา "โตเร็วขึ้น" กว่าเด็กรุ่นเดียวกัน เพราะเขาอยากจะเป็นที่พึ่งและหัวหน้าครอบครัวให้ได้
ตอนนี้ ไบรอันเองก็เป็นพ่อคนแล้ว และเล่าว่าเสียดายที่ไม่ได้ตั้งใจฟังเวลาพ่อสอนงานสร้างหรือซ่อมแซมสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเองในบ้าน
"ผมคิดเรื่องนี้ทุกวัน อยากให้เขายังอยู่ช่วยซ่อมนู่นซ่อมนี่ในบ้าน หรือช่วยผมตกแต่งบ้านใหม่ เป็นหนึ่งในหลายสิ่งที่ผมคิดถึงทุกวัน"
ตอนนี้ ไบรอันทำงานองค์กรการกุศลชื่อ Tuesday's Children ซึ่งเขาคอยให้คำปรึกษาเด็ก ๆ ที่กำพร้าพ่อแม่จากเหตุการณ์ 9/11 และการก่อการร้ายอื่น ๆ
"ผมพยายามจะเปลี่ยนเรื่องลบให้กลายเป็นเรื่องบวก"

"คุณไม่ได้ยินเรื่องราวของคนกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ที่เสียชีวิตในวันนั้น"
แอนจูเนลลี ฌอง-ปิแอร์ อายุ 19 ปี ตอนแม่เธอเสียชีวิตวันนั้น
แม็กซิมา ฌอง-ปิแอร์ เป็นผู้อพยพจากสาธารณรัฐโดมินิกัน และทำงานบริการจัดเตรียมอาหารในตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์

ที่มาของภาพ, Anjunelly Jean-Pierre
"วันพุธนั้นจะเป็นวันทำงานวันสุดท้ายของแม่ แม่เดินทางไป-กลับที่ทำงานไม่ไหวแล้ว" แอนจูเนลลี เล่า
ในวันเกิดเหตุเธออยู่กับพ่อ จากจุดนั้นเธอสามารถมองเห็นเส้นขอบฟ้าเหนือย่านแมนแฮตตัน
"ฉันพยายามโทรหาแม่แต่ก็โทรไม่ติด" เธอเล่า และวันถัดไปก็เดินทางไปหาแม่ที่ที่เกิดเหตุ
"ไม่มีใครรู้เลยว่าจะเริ่มต้นที่ไหน จะไปที่ไหน จะทำอะไร เมืองช่างเงียบอย่างแปลกประหลาด"

ที่มาของภาพ, Anjunelly Jean-Pierre
แอนจูเนลลี และน้องชาย เริ่มเอาโปสเตอร์ประกาศตามหาคนหายไปติดตามกระดานประชาสัมพันธ์หน้าโรงพยาบาลที่ต่าง ๆ
"ทุกวันนี้คุณยังสามารถเห็นแบบจำลองของโปสเตอร์นั้นบนกำแพงที่พิพิธภัณฑ์รำลึก 9/11"
สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับแอนจูเนลลี คือพวกเขาไม่เคยหาร่างแม่เจอ ด้วยเหตุนั้น เธอบอกว่ามันยากที่จะยอมรับว่าคน ๆ นั้นได้จากไปแล้ว และทุกปีที่เธอไปร่วมงานรำลึก ณ ที่เกิดเหตุ เธอก็ต้องพยายามทำใจรับสิ่งที่ยากลำบากมาก
ตอนนี้ แอนจูเนลลีทำงานที่อาคารรัฐสภาในวอชิงตัน คอยต้อนรับแขกต่าง ๆ รวมถึงประมุขของรัฐต่าง ๆ นอกจากนี้ เธอยังเป็นช่างภาพและกำลังโครงการถ่ายทอดเรื่องราวของคนกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ที่เสียชีวิตในวันนั้น
"ฉันเริ่มทำงานนี้เพราะเชื่อว่าคุณไม่ได้ยินเรื่องราวของคนกลุ่มน้อยต่าง ๆ ที่เสียชีวิตวันนั้นและครอบครัวพวกเขา"

"นี่เป็นวันครบรอบแรกที่ผมเป็นพ่อคน"

ที่มาของภาพ, Jonathan Egan
โจนาธาน อีแกน เพิ่งเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่แคลิฟอร์เนียร์สัปดาห์แรกตอนที่พ่อและป้าเขาเสียชีวิตในตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์
ไมเคิล อีแกน มาจากเมืองฮัลล์ สหราชอาณาจักร และเป็นประธานบริหารที่ อิออน บริษัทประกันยักษ์ใหญ่ และเสียชีวิตขณะพยายามช่วยให้เพื่อนร่วมงานหนีออกจากตึก
แม่ของโจนาธานกำลังคุยโทรศัพท์กับพ่อขณะตึกถล่มลงมา
"เขาได้บอกลาแม่ เขาได้บอกว่าเขารักแม่ และฝากจูบลูก ๆ ด้วย"
โจนาธานบอกว่าการสูญเสียพ่อตั้งแต่เด็กทำให้พ่อเขาแทบจะเป็นเหมือนพระเจ้าสำหรับเขา

ที่มาของภาพ, Jonathan Egan
"ในหัวผม ผมพยายามจะใช้ชีวิตให้ได้เหมือนคนคนนี้ที่เป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่และทำงานหนักมาก… เพื่อที่จะทำให้ผมและครอบครัวมีชีวิตที่ดี"
วันครบรอบทุกปีเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากแต่ปีนี้ยากเป็นพิเศษเพราะโจนาธานเพิ่งเป็นพ่อคนเอง โดยชื่อกลางของลูกคือไมเคิล ตามชื่อปู่นั่นเอง
"นี่เป็นวันครบรอบแรกที่ผมเป็นพ่อคน ผมคิดเรื่องพ่อ และก็มีเรื่องราวต่าง ๆ ที่อยากจะได้พูดคุยกับพ่อ"
ตอนนี้ โจนาธานทำงานกับหน่วยงานชื่อ Since 9/11 ซึ่งช่วยให้การศึกษาเด็ก ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น และทำไมถึงเกิดเหตุนี้ขึ้น
"การแบ่งปันข้อมูลเป็นทางเดียวที่จะป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีก มันจะเป็นทางเดียวที่ช่วยโลกเราให้พ้นจากผู้ที่มีความคิดแบบสุดโต่ง"









