โควิด-19: สหราชอาณาจักรจัดไทยลง “บัญชีแดง” เสี่ยงสูงในการเดินทาง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศให้ไทยอยู่ในบัญชีสีแดง อันหมายถึงกลุ่มประเทศและดินแดนที่มีความเสี่ยงสูงสุดในการเดินทางไปเยือน และผู้เดินทางมาจากประเทศเหล่านี้ ต้องถูกกักตัวภายในโรงแรม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การปรับสถานะประเทศไทยให้อยู่กลุ่มประเทศสีแดง ส่งให้ผู้ที่ไม่มีถิ่นพํานัก (นักท่องเที่ยวทั่วไป) ที่เดินทางจากประเทศไทยหรือผ่านประเทศไทยในรอบ 10 วันที่ผ่านมา จะไม่สามารถเดินทางเข้าสหราชอาณาจักรได้ ในขณะที่ผู้ที่มีถิ่นพำนัก (ศึกษาต่อหรือทํางาน) ยังสามารถเดินทางเข้าสหราชอาณาจักรได้ แต่จะต้องกักตัวในโรงแรมที่กําหนดเป็นระยะเวลา 10 วัน โดยจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000-3,000 ปอนด์/ราย หรือประมาณ 89,000-135,000 บาท
นอกจากไทย ยังมีมอนเตเนโกรที่ถูกเพิ่มลงในบัญชีสีแดงด้วย
ขณะที่ 7 ประเทศและดินแดน ประกอบด้วย แคนาดา, เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, สวิสเซอร์แลนด์, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย และอาโซเรส ได้ย้ายไปอยู่ในบัญชีสีเขียวแล้ว ในการเปลี่ยนแปลงล่าสุดตามมาตรการจำกัดและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของสหราชอาณาจักร
ความเปลี่ยนแปลงตามบัญชีใหม่นี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันจันทร์ที่ 30 ส.ค. เวลา 04.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลา 10.00 น. วันอังคาร ตามเวลาไทย

ที่มาของภาพ, Getty Images
นักเดินทางที่มาจากประเทศและดินแดนสีเขียว ไม่ต้องกักตัวเมื่อเข้าสหราชอาณาจักร ไม่ว่าพวกเขาจะฉีดวัคซีนครบ 2 โดสหรือไม่ก็ตาม แต่ยังต้องได้รับการตรวจหาเชื้อก่อนออกจากประเทศ และเมื่อกลับมา ผู้โดยสารเหล่านั้นก็ต้องกรอกเอกสารแจ้งที่พำนักในสหราชอาณาจักรด้วย
ส่วนผู้เดินทางที่มาจากต้นทางประเทศสีแดง อนุญาตให้เฉพาะชาวสหราชอาณาจักร หรือผู้ถือสัญชาติไอริช หรือผู้มีมีสิทธิพำนักในสหราชอาณาจักรเท่านั้น โดยนักเดินทางเหล่านี้ต้องรับผิดชอบค่าจ่ายในการกักตัวเองภายในโรงแรมที่รัฐบาลอนุมัติให้เป็นสถานที่กักกันเป็นเวลา 10 วัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
สำหรับค่าใช้ในการกักตัวภายในโรงแรม ผู้ใหญ่อยู่ที่ 2,285 ปอนด์ (ราว 102,207 บาท) เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปอยู่ที่ 1,430 ปอนด์ (ราว 63,963 บาท) และเด็กอายุ 5-11 ปี อยู่ที่ 325 ปอนด์ (ราว 14,537 บาท)
กระทรวงคมนาคมของสหราชอาณาจักรระบุว่า การเปลี่ยนแปลงในบัญชีสีแดงเป็นผลจาก "อัตราผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในประเทศเหล่านี้ และความเสี่ยงที่สูงขึ้นจากการเดินทางมาจากประเทศเหล่านี้ ซึ่งส่งผลต่อระบบสาธารณสุขของสหราชอาณาจักร"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ทบทวนบัญชีทุก 3 สัปดาห์
รัฐบาลสหราชอาณาจักรแบ่งกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ออกเป็น 3 กลุ่มสีตามไฟสัญญาณจราจร ดังนี้
- เขียว มีความเสี่ยง "ต่ำมาก" ไม่จำเป็นต้องกักตัวเมื่อเดินทางมาสหราชอาณาจักร แต่ต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนออกเดินทางและมีผลลบ
- เหลือง มีข้อตกลงต่างตอบแทน ไม่ต้องกักตัวเมื่อเดินทางมาจากสหราชอาณาจักร แต่ต้องได้รับวัคซีนครบโดส อย่างไรก็ตามผู้เดินทางต้องตรวจหาเชื้อโควิด 3 วันก่อนออกจากต้นทาง และ 2 วันหลังเดินทางถึงสหราชอาณาจักร ส่วนผู้ได้รับวัคซีนไม่ครบโดส ต้องตรวจหาเชื้อแบบ PCR
- แดง มีความเสี่ยง "สูงมาก" เมื่อเดินทางเข้าสหราชอาณาจักร ต้องถูกกักตัว 10 วัน ผู้เดินทางต้องตรวจหาเชื้อโควิด 3 วันก่อนออกจากต้นทาง และตรวจซ้ำอีก 2 ครั้งในระหว่างกักตัวภายในโรงแรม
สำหรับหลักเกณฑ์ในการจัดกลุ่มความเสี่ยงของประเทศเหล่านี้ ประกอบด้วย การระบาดของไวรัส จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ และศักยภาพในการเกิดโรคในแต่ละประเทศ โดยจะมีการทบทวนบัญชีทุก 3 สัปดาห์
นอกจากไทย ยังมีประเทศสมาชิกอาเซียนถูกจัดอยู่ในกลุ่มสีแดงเช่นกัน ได้แก่ อินโดนีเซีย เมียนมา และฟิลิปปินส์
ข้อแนะนำถึงพลเมืองอังกฤษ หากต้องมาไทย
เว็บไซต์ของรัฐบาลอังกฤษระบุไว้ในหน้าที่เกี่ยวกับประเทศไทยในวันนี้ว่า ไทยจะถูกย้ายไปอยู่ในบัญชีสีแดงสำหรับการเดินทางเข้าอังกฤษ ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค. และแนะนำให้หลีกเลี่ยงทุกการเดินทางไปยัง จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และบางส่วนของสงขลา
นอกจากนี้ยังมีข้อควรรู้และคำแนะนำต่าง ๆ ในกรณีจำเป็นต้องเดินทางเข้าไทย สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
- ทางการไทยออกมาตรการควบคุมโรคซึ่งมีทั้งระดับประเทศและระดับท้องถิ่น สถานการณ์มีแนวโน้มทรงตัว การเปลี่ยนแปลงข้อแนะนำหรือยกเลิกมาตรการจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ คุณควรปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการไทย
- มีการระดมฉีดวัคซีนทั้งประเทศให้แก่ชาวไทย รวมถึงชาวต่างชาติ ในหลายพื้นที่ การกระจายวัคซีนและการลงทะเบียนมีจำนวนจำกัด และจุดบริหารวัคซีนบางแห่งได้ระงับการให้บริการชั่วคราว
- ในพื้นที่แพร่ระบาดหนัก การให้บริการทางการแพทย์อยู่ในระดับที่เต็มศักยภาพ ทำให้ยากที่จะเข้าถึงการตรวจหาเชื้อโควิด-19 และเข้ารับการรักษาพยาบาล

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เว็บไซต์ของรัฐบาลอังกฤษยังให้ข้อมูลเรื่องการชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่ทั่วไทยในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งในกรุงเทพฯ การชุมนุมอาจเกิดขึ้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน, ย่านการค้าราชประสงค์, สกายวอล์กใกล้ห้างสรรพสินค้า MBK, แยกดินแดง, ถ.เพลินจิต, แยกอโศก, วัดพระแก้ว, พระบรมมหาราชวัง, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ โดยเส้นทางการเดินขบวนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาสั้น ๆ และปราศจากการแจ้งเดือนล่วงหน้า การชุมนุมอาจขัดขวางการจราจรและการขนส่งสาธารณะ และมีการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมบางกลุ่มกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว











