รัสเซียระบุคว่ำบาตรเมียนมาเป็นนโยบายอันตราย อาจทำให้เกิดสงครามกลางเมืองเต็มรูปแบบ

Protesters and military in a Yangon street in 1988

ที่มาของภาพ, EPA

วันที่ 6 เม.ย. สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า รัสเซียคัดค้านการคว่ำบาตรคณะผู้ก่อรัฐประหาร โดยเตือนว่ามาตรการลงโทษนี้อาจนำไปสู่การเกิดสงครามกลางเมืองอย่างกว้างขวางในประเทศ ความเห็นของรัสเซียเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับจีนที่ออกมาคัดค้านการคว่ำบาตรเมียมาก่อนหน้านี้

สำนักข่าวอินเทอร์แฟ็กซ์ (Interfax) ของรัสเซียรายงานว่าโฆษกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของรัสเซียกล่าวว่า "การมุ่งหน้าข่มขู่และกดดัน ซึ่งรวมถึงการคว่ำบาตรทางการเมียนมาไม่ใช่ทางออก แต่เป็นเรื่องอันตรายมาก" และจะผลักดันเมียนมาเข้าสู่สงครามกลางเมืองอย่างเต็มรูปแบบ

ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ พยายามกดดันกองทัพเมียนมาด้วยการจัดการกับผลประโยชน์ทางธุรกิจต่าง ๆ อาทิ ธุรกิจค้าหยกและทับทิม อย่างไรก็ดี ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังไม่สามารถยับยั้งกองทัพเมียนมาให้หยุดปราบปรามประชาชนได้

สงครามกลางเมือง

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอีกว่า กลุ่มติดอาวุธต่างชาติพันธุ์ 10 กลุ่ม ออกมาสนับสนุนขบวนการประท้วงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดเป็นสงครามกลางเมืองอย่างกว้างขวาง และสหประชาชาติก็ออกมาเตือนแล้วว่าอาจเกิดการ "นองเลือด" เร็ว ๆ นี้

คำบรรยายวิดีโอ, หลุมหลบภัยที่ค่ายผู้อพยพอิตูท่า

ที่บริเวณชายแดนไทยติดกับเมียนมา เกิดวิกฤตผู้ลี้ภัยหลังทหารเมียนมาเริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในเขตอิทธิพลของกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ เคเอ็นยู ตั้งแต่เย็นวันที่ 27 มี.ค. โดยชาวบ้านกะเหรี่ยงกว่า 3,000 คน จาก 9 หมู่บ้านในเมืองลูตอ รัฐกะเหรี่ยง ที่ต้องทิ้งบ้านเรือนพยายามหนีเข้ามาฝั่งไทย

Karen humanitarian group handout

ที่มาของภาพ, Karen humanitarian group handout

คำบรรยายภาพ, กลุ่มผู้อพยพกะเหรี่ยงที่หนีภัยการโจมตีทางอากาศโดยทหารเมียนมาในเขตรัฐกะเหรี่ยงมุ่งหน้าเข้ามาหลบภัยในไทย

เจ้าหน้าที่เคเอ็นยูให้ข่าวกับสื่อไทยว่าอีกสาเหตุหนึ่งของการโจมตีรัฐกะเหรี่ยงและรัฐมอญเกิดจากการที่เคเอ็นยูไม่ยอมเปิดเส้นทางให้กองทัพเมียนมาส่งเสบียงไปให้ทหาร ผลของการโจมตีทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 20 คน และทำให้คนหนุ่มสาว เด็กเล็ก และคนชรา ในรัฐกะเหรี่ยงกว่า 12,000 คนต้องหนีตายทิ้งบ้านเรือน

เคเอ็นยูอ้างว่าการโจมตีเกิดขึ้นอีกหลายครั้งตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ทางการเมียนมาประกาศทางโทรทัศน์ว่าจะหยุดยิงเป็นเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ก็ตาม

เมียนมาตกอยู่ในวิกฤตตั้งแต่กองทัพก่อรัฐประหารเข้ายึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 ก.พ. สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (Assistance Association for Political Prisoners--AAPP) ระบุว่า มีคนถูกจับกุมไปแล้วกว่า 2,700 ราย และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 570 ราย โดยในจำนวนนั้นมีเด็ก 47 ราย

ทหารของ KNU ยืนคุ้มกันในวันครบรอบ 70 ปี วันปฏิวัติแห่งชาติกะเหรียงในเมืองกอว์ ตู เลย รัฐกะยิน 31 ม.ค. 2019 (แฟ้มภาพ)

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ทหารเคเอ็นยูยืนรักษาการในวันครบรอบ 70 ปี วันปฏิวัติแห่งชาติกะเหรียง ในรัฐกะเหรี่ยง 31 ม.ค. 2019

นอกจากนี้ ทางการได้ออกหมายจับผู้มีชื่อเสียง 80 ราย อาทิ นักร้อง นายแบบและนางแบบ และอินฟลูเอนเซอร์ทางโซเชียลมีเดีย โดยกล่าวหาว่าพวกเขาเผยแพร่ข้อมูลที่อาจทำให้เกิดการขัดขืนคำสั่งในหมู่ทหาร