รัฐประหารเมียนมา: 12 ชาติรุมประณาม หลังผู้ประท้วงกว่า 90 คน ถูกสังหารในวันกองทัพ

สภาพพื้นที่หลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงปะทะกับผู้ประท้วงในนครย่างกุ้ง เมื่อ 27 มี.ค.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, สภาพพื้นที่หลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงปะทะกับผู้ประท้วงในนครย่างกุ้ง เมื่อ 27 มี.ค.

รัฐมนตรีกลาโหมจาก 12 ชาติเอเชียแปซิฟิกและยุโรป ออกแถลงการณ์เมื่อ 28 มี.ค. ประณามกองทัพเมียนมา หลังสังหารผู้ประท้วงการรัฐประหารเมื่อวันเสาร์. ไปกว่า 90 คน ส่วนประชาชนที่อาศัยตามแนวชายแดนในรัฐกะเหรี่ยง อพยพหนีการโจมตีทางอากาศเข้ามาที่ฝั่งไทย

"กองทัพที่มีความเป็นมืออาชีพ ย่อมต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสากล และมีความรับผิดชอบในการปกป้อง, ไม่ใช่ทำร้าย, ประชาชนที่พวกเขาป้องดูแล" แถลงการณ์ระบุพร้อมเรียกร้องให้ กองกำลังของเมียนมายุติการใช้ความรุนแรง พร้อมทั้งนำ "ความนับถือและความเชื่อถือที่สูญไปในหมู่ประชาชนให้กลับมา"

รัฐมนตรีจาก 12 ชาติที่ร่วมลงชื่อได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา เดนมาร์ก เยอรมนี กรีซ อิตาลี และเนเธอร์แลนด์

พิธีสวนสนามเนื่องในวันครบรอบ 76 ปีกองทัพเมียนมา จัดขึ้นที่กรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงของเมียนมา

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, พิธีสวนสนามเนื่องในวันครบรอบ 76 ปีกองทัพเมียนมา จัดขึ้นที่กรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงของเมียนมา

เมื่อประชาชนต้องล้มตายในวันกองทัพ

กองกำลังฝ่ายความมั่นคงของเมียนมาสังหารผู้ประท้วงต่อต้านการรัฐประหารกว่า 90 ราย ในวันกองทัพเมียนมา เมื่อ 27 มี.ค. ซึ่งนักเคลื่อนไหวระบุว่า วันที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในวันเดียว นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารเมื่อ 1 ก.พ.

สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (Assistance Association for Political Prisoners--AAPP) ระบุเมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 27 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 89 คน รวมถึงเด็กหลายคน

การปราบปรามอย่างโหดร้ายเกิดขึ้นขณะที่ผู้ประท้วงจำนวนมากฝ่าฝืนคำเตือนและออกมาประท้วงบนท้องถนนในวันกองทัพในหลายเมืองทั่วประเทศ

เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรปต่างประณามความรุนแรง

"กองกำลังความมั่นคงได้ทำลายเกียรติภูมิของตัวเองด้วยการยิงพลเรือนที่ไร้อาวุธ" แดน ชุกก์ ทูตอังกฤษ ระบุในแถลงการณ์

จำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุดทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตนับตั้งแต่มีการปราบปรามการประท้วงหลังเกิดรัฐประหารเมื่อ 1 ก.พ. เพิ่มเป็นมากกว่า 400 คนแล้ว

พิธีสวนสนามเนื่องในวันกองทัพเมียนมา 27 มี.ค. ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่กรุงเนปิดอว์ เพื่อแสดงความแข็งแกร่งของกองทัพท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดภายในประเทศ โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ของทางการเมียนมา

ดร. ซาซา โฆษกคณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ หรือ Committee Representing Pyidaungsu Hluttaw (CRPH) กลุ่มต่อต้านรัฐประหารที่ตั้งขึ้นโดยอดีต ส.ส. เมียนมา กล่าวกับรอยเตอร์ว่า "วันนี้เป็นวันแห่งความน่าอับอายของกองทัพ นายพลเมียนมากำลังเฉลิมฉลองวันกองทัพ หลังพวกเขาก่อเหตุสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์กว่า 300 คน"

ทารเมียนมา

ที่มาของภาพ, Reuters

เมื่อวันศุกร์ (26 มี.ค.) สถานีโทรทัศน์ของทางการเมียนประกาศเตือนผู้ชุมนุมว่า "เสี่ยงที่จะถูกยิงศีรษะ" โดยระบุว่าประชาชน "ควรเรียนรู้จากโศกนาฏกรรมของการเสียชีวิตอย่างน่าสยดสยองก่อนหน้านี้ว่า คุณสามารถตกอยู่ในอันตรายที่จะถูกยิงเข้าศีรษะและหลังได้'

ถึงขณะนี้มีประชาชนชาวเมียนมากว่า 400 ราย ต้องเสียชีวิตในระหว่างร่วมประท้วงต่อต้านกองทัพที่เข้ายึดอำนาจเมื่อ 1 ก.พ.

สุรเกียรติ์ ชี้ ไทยต้องแสดงจุดยืน

มติชนออนไลน์ อ้างถ้อยแถลงของ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย(APRC) และ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในวันที่ 28 มี.ค. ที่กล่าวถึงสถานการณ์ในเมียนมาว่า การที่ประเทศไทยเลือกที่จะนิ่งเฉยเมื่อมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงโดยอ้างหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในนั้น นอกจากจะเป็นการอ้างหลักต่อสถานการณ์ที่ผิดจากหลักปฏิบัติระหว่างประเทศแล้ว จะทำให้สังคมระหว่างประเทศมองด้วยความเข้าใจว่าประเทศไทยยอมรับหรืออาจมองว่าสนับสนุนการใช้กระสุนจริง การกระทำของกองทัพเมียนมาที่มีผลต่อการสูญเสียชีวิตของคนเมียนมาทั้งๆที่ผมมั่นใจว่าไม่ใช่จุดยืนของประเทศไทยและคนไทย

ผู้นำรัฐประหารพูดอะไรบ้าง

พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้นำรัฐประหาร กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ โดยสัญญาว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ระบุถึงวันเวลาที่ชัดเจน

"กองทัพจะแสวงหาความร่วมมือกับประชาชนทั้งประเทศเพื่อปกป้องประชาธิปไตย" และ "การแสดงออกด้วยวิธีการรุนแรงซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคง ถือเป็นการเรียกร้องที่ไม่เหมาะสม" พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย กล่าวในพิธีสวนสนาม

พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ยังระบุถึงสาเหตุที่กองทัพต้องเข้ายึดอำนาจเมื่อ 1 ก.พ. ว่าเป็นเพราะพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางออง ซาน ซูจี "ทำผิดกฎหมาย"

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้พูดถึงคำสั่งอนุญาตให้ทหารยิงสังหารประชาชนแต่อย่างใด โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลทหารได้กล่าวอ้างว่าเป็นการยิงกันเองในหมู่ผู้ชุมนุมประท้วง

พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย เตือนผู้ประท้วงว่าเป็นการเรียกร้องที่ไม่เหมาะสม

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เตือนผู้ประท้วงว่าเป็นการเรียกร้องที่ไม่เหมาะสม

ยกรัสเซียเป็น "เพื่อนแท้" ส่วนไทยส่งผู้แทนร่วมงานด้วย

ในพิธีสวนสนามครั้งนี้ มี อเล็กซานเดอร์ โฟมิน รมช.กลาโหมของรัสเซีย เข้าร่วมด้วย

พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย กล่าวขอบคุณกองทัพรัสเซีย และยกย่องให้เป็น "เพื่อนแท้" หลังจากทั้งคู่ได้พบปะและหารือกันตั้งแต่วันศุกร์

โดยปกติ ประเทศต่าง ๆ จะส่งผู้แทนทหารเข้าร่วมงาน แต่ในปีนี้หลายประเทศโดยเฉพาะชาติประชาธิปไตยในฝั่งตะวันตกไม่ส่งตัวแทนมาร่วมงาน

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป ได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรเพื่อตอบโต้การรัฐประหารของกองทัพเมียนมา

อย่างไรก็ตามนิเคอิ เอเชีย รายงานว่า นอกจากรัสเซียแล้ว ยังมีอีก 7 ประเทศที่ส่งเจ้าหน้าที่ทหารเป็นตัวแทนเข้าร่วมงานวันกองทัพเมียนมาด้วย ได้แก่ จีน, อินเดีย, ปากีสถาน, บังกลาเทศ, เวียดนาม, ลาว และไทย

สวนสนาม

ที่มาของภาพ, Reuters

กะเหรี่ยงเคเอ็นยูถล่มฐานที่มั่นทหารเมียนมา ตาย-เจ็บนับสิบ

แหล่งข่าวจากกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) เปิดเผยว่า ช่วงย่ำรุ่งของวันที่ 27 มี.ค. ทหารเคเอ็นยู จากกองพลน้อยที่ 5 ตรงข้าม อ.แม่สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ได้เข้าโจมตีค่ายทหารเมียนมา กองพันเคลื่อนที่เร็วที่ 342 หรือฐานที่มั่นตีมูต๊ะ ตรงข้ามชายแดนด้าน จ.แม่ฮ่องสอน โดยใช้อาวุธปืน ค.60 และอาวุธปืนนานาชนิดยิงใส่ค่ายทหารเมียนมา และส่งกำลังทหารเข้าโจมตี ทำให้ทหารเมียนมาเสียชีวิต 5-6 ราย และบาดเจ็บ 20 ราย นอกจากนี้ยังจับกุมทหารเมียนมาได้อีกกว่า 20 คน

สภาพค่ายเต็มไปด้วยกองเลือด และร่องรอยกระสุนปืน มีทหารเมียนมาหนีไปได้หลายคน แต่ทางเคเอ็นยูสามารถยึดพื้นที่ และอาวุธยุทโธปกรณ์ได้จำนวนมาก อาทิ ปืนกล อาวุธปืนประจำกาย ปืนพกสั้น ปืน ค. ขนาดต่างๆ ซองกระสุนปืน กระสุนอาร์พีจี แผงโซล่าร์เซลล์ รวมถึงยุทโธปกรณ์อื่น ๆ

"การสู้รบครั้งนี้ ถือว่าเป็นการสู้รบครั้งใหญ่ครั้งหนึ่ง นับแต่การเจรจาหยุดยิง เราไม่สามารถควบคุมกองกำลังของหน่วยรบได้ทั้งหมด เพราะหลังจากการรัฐประหารที่ผ่านมา มีชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มไม่พอใจการกระทำของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย" แหล่งข่าวเคเอ็นยูกล่าวกับผู้สื่อข่าว

สำหรับค่ายดังกล่าวตั้งอยู่ลึกจากบริเวณทูมวยทะ ตรงข้าม อ.แม่สามแลบ ไปไกลมาก ใช้เวลาเดินทางด้วยเรือหางยาวนาน 4 ชม. ซึ่งที่มั่นทหารเมียนมาอยู่ใกล้กับกองบัญชาการกองพลที่ 7 ทำให้ฝ่ายเคเอ็นยูต้องจัดการยึดพื้นที่ไว้ก่อน

อาวุธที่เคเอ็นยูยึดได้จากค่ายทหารเมียนมา

ที่มาของภาพ, KNU handout

คำบรรยายภาพ, อาวุธที่เคเอ็นยูยึดได้จากค่ายทหารเมียนมา
ทหารเมียนมากว่า 20 คนถูกเคเอ็นยูควบคุมตัวหลังเหตุโจมตีฐาน

ที่มาของภาพ, KNU handout

คำบรรยายภาพ, ทหารเมียนมากว่า 20 คนถูกเคเอ็นยูควบคุมตัวหลังเหตุโจมตีฐาน

กองทัพเมียนมาถล่มกลับเคเอ็นยู ทำชาวบ้านหนีเข้าไทย

ต่อมาในช่วงค่ำของวันเดียวกัน กองทัพเมียนมาได้ส่งเครื่องบินรบไม่ทราบแบบ จำนวน 2 ลำ บินไปถล่มพื้นที่กองบัญชาการกองพลน้อยที่ 5 เคเอ็นยู โดยจุดที่ถูกถล่มชื่อเดโปโน ( DePoNo) จังหวัดผาปูน รัฐกะเหรี่ยง เป็นศูนย์ราชการของฝ่ายเคเอ็นยู และมีบ้านเรือนประชาชนอาศัยอยู่ด้วย ซึ่งเป็นอาณาบริเวณเดียวกับกองบัญชาการกองพลน้อยที่ 5 ตรงข้ามกับ จ.แม่ฮ่องสอน

แหล่งข่าวจากเคเอ็นยูเปิดเผยว่า เครื่องบินรบดังกล่าวถูกส่งมาจากฐานทัพอากาศเมืองตองอู ของเมียนมา ปฎิบัติการโจมตี 2 ครั้ง ทำให้ประชาชนกะเหรี่ยงเสียชีวิต 3 คน และได้รับบาดเจ็บ 7 คน มีบ้านเรือนเสียหายจากการถูกไฟไหม้ไปหลายหลัง ประชาชนต่างวิ่งหนีหาที่หลบซ่อนกัน และต่อมาทหารกะเหรี่ยงมีการอพยพชาวบ้านและผู้ได้รับบาดเจ็บไปยังจุดที่ปลอดภัยเพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้น

เจ้าหน้าที่ของเคเอ็นยูบอกว่า เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี ที่กองทัพเมียนมาส่งเครื่องบินโจมตีที่มั่นของเคเอ็นยู การปฏิบิตการดังกล่าวไม่มีทหารเคเอ็นยูเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

เจ้าหน้าที่เคเอ็นยูบอกด้วยว่า ช่วงบ่ายของ 28 มี.ค. ชาวกะเหรี่ยงหมู่บ้านอีตูทะ และหมู่บ้านใกล้เคียง ที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ในจังหวัดผาปูน รัฐกะเหรี่ยง กว่า 3,000 คน เริ่มอพยพออกจากหมู่บ้าน โดยนั่งเรือข้ามแม่น้ำสาละวิน ไปอาศัยอยู่ในเขตไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ของตำบลแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ทั้งนี้เนื่องจากเกรงกลัวเครื่องบินรบของรัฐบาลทหารเมียนมาจะไปทิ้งระเบิดอีก เช่นเดียวกับเมื่อคืนวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา การอพยพดังกล่าว มีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ คนชรา ต่างนำสิ่งของมีค่าข้ามมาเขตไทย โดยทิ้งบ้านไว้ หมู่บ้านดังกล่าว หากใช้เส้นทางเรือหางยาวจากบริเวณสบเมย ต้องใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง