You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ทบทวนความสัมพันธ์อันซับซ้อนของ ออง ซาน ซู จี กับกองทัพเมียนมาช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา
กองทัพเมียนมากลับมาควบคุมประเทศอีกครั้ง และผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งของเมียนมาก็ถูกควบคุมตัวอีกครั้งหนึ่ง เราลองมาดูความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของนางออง ซาน ซู จี กับกองทัพในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา
ออง ซาน ซู จี ถูกจับตัวอีกครั้งหนึ่ง ผู้นำของเมียนมาได้รับอิสรภาพมานานกว่า 10 ปี นับตั้งแต่ได้รับการปล่อยตัวในปี 2010 จากการถูกควบคุมตัวไว้ในบ้านพัก แต่รัฐประหารของกองทัพเมื่อ 1 ก.พ. ทำให้เธอต้องถูกควบคุมตัวอีกครั้ง พร้อมกับสมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) อีกหลายคน
หลังจาก ออง ซาน ซู จี ได้รับการปล่อยตัวในปี 2010 เธอได้รับตำแหน่งที่ปรึกษาแห่งรัฐ แทนที่จะสู้รบตบมือกับผู้นำทางทหาร เธอเลือกที่จะเจรจาและทำงานร่วมกับพวกเขาเพื่อให้เกิดการปฏิรูป
รัฐธรรมนูญห้ามเธอไม่ให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี แต่เธอก็ถูกมองว่าเป็นผู้นำในทางพฤตินัยของเมียนมา
ในการเลือกตั้งปี 2015 พรรคของเธอ ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย แต่รัฐบาลของเธอก็ถูกจำกัดอำนาจ กองทัพยังคงควบคุมด้านกลาโหมความมั่นคง และการโยกย้ายถิ่นฐาน
ความสัมพันธ์ของเธอกับกองทัพมีความซับซ้อน ในช่วงเกิดวิกฤตโรฮิงญา เธอสนับสนุนเหล่านายพลของเมียนมา ชาวมุสลิมหลายแสนคนหนีออกนอกประเทศในปี 2017 หลังจากมีการปราบปรามอย่างรุนแรงของกองทัพเมียนมา
ออง ซาน ซู จี ปฏิเสธที่จะประณามความโหดร้ายเหล่านั้น ซึ่งศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเรียกว่า "ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์"
ในต่างประเทศ เธอเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ในประเทศ เธอยังคงได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในหมู่ชาวพุทธซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของเมียนมา ในการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย. พรรคของเธอได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายอีกครั้งหนึ่ง แต่การหาจุดร่วมกับกองทัพ มีปัญหาอย่างมาก
เหล่านายพลจึงกลับมาควบคุมประเทศอย่างเต็มที่อีกครั้ง
พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย คือผู้นำคนใหม่ของเมียนมา เขาเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพเมียนมา ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดทางทหาร ตั้งแต่รับตำแหน่งนี้ในปี 2011 ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ขณะที่เมียนมาเดินหน้าสู่การปกครองแบบประชาธิปไตย เขาต่อต้านความพยายามต่าง ๆ ที่จะจำกัดอำนาจของกองทัพ
ด้วยวัย 64 ปี ก่อนหน้านี้คาดว่า เขาจะเกษียณอายุในเดือน ก.ค.นี้ แต่ดูเหมือนว่า เขาจะยังคงทำหน้าที่ต่อไปอีกอย่างน้อย 1 ปี หรือนานกว่านั้น ขณะที่เมียนมามุ่งหน้าสู่หนทางที่ไม่ทราบว่าจะต้องพบเจอกับอะไรบ้าง