ปฏิวัติเขียว : ห้ามขายรถใช้น้ำมัน ผลิตไฟฟ้าจากลมทะเลเพิ่ม คือส่วนหนึ่งของแผน 10 ปีเพื่อสิ่งแวดล้อมอังกฤษ

ที่มาของภาพ, Getty Images
บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ประกาศว่า ตั้งแต่ปี 2030 เป็นต้นไป จะห้ามขายรถเก๋งและรถตู้ใหม่ที่ใช้น้ำมันเบนซินหรือน้ำมันดีเซลอย่างเดียว
อย่างไรก็ดี เขาบอกว่าจะยังอนุญาตให้ขายรถยนต์ที่ใช้น้ำมันและไฟฟ้าคู่กัน หรือระบบไฮบริด บางประเภทอยู่
นี่เป็นส่วนหนึ่ง "การปฏิวัติอุตสาหกรรมสีเขียว" เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก และสร้างงานในภาคธุรกิจต่าง ๆ อย่างเช่น พลังงานนิวเคลียร์
ฝ่ายผู้วิพากษ์วิจารณ์บอกว่า เงินทุน 4 พันล้านปอนด์ (1.6 แสนล้านบาท) สำหรับความพยายามในครั้งนี้ถือว่าน้อยเกินไป
อย่างไรก็ดี นายอล็อก ชาร์มา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธุรกิจ พลังงาน และยุทธศาสตร์ด้านอุตสาหกรรม ของสหราชอาณาจักร บอกว่า เงินจำนวนนี้เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนในภาคสาธารณะซึ่งจะทำเงินได้กลับมาจากภาคเอกชนอีกเป็น 3 เท่า
นายชาร์มา ซึ่งเป็นประธานการประชุมภาคีแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 26 หรือ COP26 ซึ่งสหราชอาณาจักรจะเป็นเจ้าภาพปีหน้า บอกว่า เงิน 4 พันล้านปอนด์ จะช่วยสร้างงาน "สีเขียวและมีคุณค่า" 2.5 แสนตำแหน่ง และรัฐบาลหวังว่าตำแหน่งงานใหม่จำนวนมากจะมีขึ้นสำหรับผู้คนทางตอนเหนือของอังกฤษ (England) และเวลส์ และ 6 หมื่นตำแหน่งสำหรับการผลิตไฟฟ้าจากกระแสลมในทะเล
ส่วนหนึ่งของแผนจะเป็นการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีแนวโน้มจะเป็นที่มณฑลซัฟฟอล์ก
ในปี 2023 รัฐบาลจะให้บ้านที่สร้างใหม่เลิกใช้ระบบแก๊สให้ความอบอุ่น โดยตั้งเป้าติดตั้งปั๊มสร้างความร้อน (heat pumps) 6 แสนตัว แทน โดยนี่เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานต่ำสำหรับให้ความอบอุ่นในครัวเรือน
นอกจากนี้จะมีการผสมเชื้อเพลิงไฮโดนเจนเข้าไปในก๊าซธรรมชาติเพื่อลดการปลดปล่อยคาร์บอนโดยรวม

ที่มาของภาพ, PA Media
สำหรับการเตรียมการเพื่อห้ามขายรถที่ใช้น้ำมัน จะมีการลงทุน 1.3 พันล้านปอนด์ติดตั้งจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า จะให้เงินสนับสนุนผู้ที่จะเปลี่ยนมาซื้อรถยนต์ไฟฟ้าถึง 582 ล้านปอนด์
นี่เท่ากับว่าสหราชอาณาจักรตามหลังเพียงนอร์เวย์ประเทศเดียว ซึ่งมีแผนยกเลิกให้ขายรถยนต์ที่ใช้น้ำมันในปี 2025

ที่มาของภาพ, Getty Images
10 ข้อ 10 ปี
แผน "การปฏิวัติอุตสาหกรรมสีเขียว" 10 ข้อ ของบอริส จอห์นสัน ได้แก่
- พลังงานไฟฟ้าจากกระแสลมในทะเล ผลิตให้ได้ 40 กิกะวัตต์ ในปี 2030 และจะจ้างงานได้ถึง 6 หมื่นตำแหน่ง
- เชื้อเพลิงไฮโดรเจน มุ่งเป้าให้มีกำลังการผลิตให้ได้ 5 กิกะวัตต์ ในปี 2030
- พลังงานนิวเคลียร์ พัฒนาให้เป็นแหล่งพลังงานสะอาด และสร้างงาน 1 หมื่นตำแหน่ง
- รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ทยอยระงับการจำหน่ายรถยนต์ที่ใช้เบนซินและดีเซลให้หมดสิ้นในปี 2030
- ระบบการขนส่งสาธารณะ จักรยาน และการเดิน เพื่อลดการปลดปล่อยคาร์บอน
- พัฒนาเครื่องบินและเรือที่จะลดการปลดปล่อยคาร์บอนให้เหลือศูนย์
- บ้านและอาคารสาธารณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- เทคโนโลยีกักเก็บและขจัดคาร์บอนไดออกไซด์ ลดคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศให้ได้ 10 ล้านตันในปี 2030
- การอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติ ตั้งเป้าปลูกต้นไม้ปีละ 187,500 ไร่
- เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อทำให้กรุงลอนดอนเป็นศูนย์กลางทางการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อม










