ผู้หญิงโปแลนด์ลุกฮือประท้วงกฎหมายห้ามทำแท้งแทบทุกกรณี

ที่มาของภาพ, Omar Marques via Getty
ผู้หญิงในโปแลนด์ออกมาชุมนุมและหยุดงานประท้วงทั่วประเทศเพื่อแสดงพลังคัดค้านการที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้การทำแท้งในกรณีที่ทารกในครรภ์มีความพิการรุนแรงเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ส่งผลให้การทำแท้งกลายเป็นเรื่องต้องห้ามแทบจะทุกกรณีในประเทศนี้
โปแลนด์ ซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก ถือเป็นประเทศที่มีกฎหมายห้ามการทำแท้งเข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป แต่กระแสความไม่พอใจของประชาชน โดยเฉพาะผู้หญิงได้ปะทุขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ผู้หญิงในโปแลนด์สามารถทำแท้งได้เฉพาะกรณีที่ตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืน การร่วมประเวณีกับคนครอบครัวเดียวกัน หรือหากการตั้งครรภ์จะเป็นอันตรายต่อมารดา
คำตัดสินดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก ส.ส.พรรค PiS ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมได้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเมื่อปีที่แล้ว
นายยารอสวาฟ คาชินสกี แกนนำพรรค PiS และรองนายกรัฐมนตรีโปแลนด์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้กุมอำนาจตัวจริงในประเทศ ระบุว่า ไม่สามารถกลับคำพิพากษาดังกล่าวของศาลรัฐธรรมนูญได้ พร้อมกับชี้ว่า การประท้วงที่เกิดขึ้นทั่วประเทศนั้นเป็นความพยายาม "ทำลาย" โปแลนด์ และเรียกร้องให้ประชาชน "ปกป้อง" ประเทศชาติและศาสนจักรคาทอลิก
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่สามารถร้องอุทธรณ์ได้ และจะเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อมีการตีพิมพ์ลงในวารสารกฎหมาย แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็นเมื่อใด
สถานการณ์ประท้วงล่าสุดเป็นอย่างไร

ที่มาของภาพ, Omar Marques via Getty Images
ผลการสำรวจความเห็นประชาชนที่จัดทำโดยหนังสือพิมพ์ Gazeta Wyborcza บ่งชี้ว่า 59% ของผู้ตอบแบบสำรวจไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ
ขณะที่ผู้หญิงโปแลนด์แสดงความคัดค้านด้วยการนัดหยุดงานและหยุดเรียน รวมทั้งปฏิเสธการทำงานบ้าน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการประท้วงของผู้หญิงในไอซ์แลนด์เมื่อปี 1975
กระแสความไม่พอใจที่เกิดขึ้นได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการเดินขบวนประท้วงไปตามท้องถนนในหลายเมืองทั่วประเทศ และเมื่อวันที่ 27 ต.ค. ได้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นในรัฐสภา หลังจากกลุ่ม ส.ส.ฝ่ายค้านประท้วงคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยการชูแผ่นป้ายที่มีข้อความว่า "นี่คือสงคราม" และ "น่าละอายใจ"

ที่มาของภาพ, EPA
การทำแท้งถือเป็นประเด็นที่คนในโปแลนด์มีความเห็นแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ผลการสำรวจความคิดเห็นเมื่อปี 2014 พบว่า 65% ของคนโปแลนด์ต่อต้านการทำแท้ง ส่วนอีก 27% มองว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ และอีก 8% บอกว่ายังไม่ได้ตัดสินใจในเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป ผลสำรวจหลายสำนักพบหลักฐานชัดเจนว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายห้ามการทำแท้งที่มีความเข้มงวดขึ้น
มีข้อมูลว่าในแต่ละปีมีการทำแท้งอย่างถูกกฎหมายในโปแลนด์กว่า 1,000 ราย แต่กลุ่มเพื่อสตรีระบุว่าแต่ละปีอาจมีผู้หญิงโปแลนด์ทำแท้งโดยผิดกฎหมายในประเทศหรือไปทำแท้งนอกประเทศมากถึง 80,000 - 120,000 ราย
โดย 98% ของการทำแท้งอย่างถูกกฎหมายในโปแลนด์เมื่อปีก่อน เป็นการทำจากเหตุผลที่ทารกในครรภ์มีความพิการรุนแรง ซึ่งตอนนี้ได้ถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ก่อนหน้านี้ ไอร์แลนด์ ซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก ได้ลงประชามติยกเลิกกฎหมายห้ามทำแท้ง ส่งผลให้ผู้หญิงที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์สามารถทำแท้งได้อย่างถูกกฎหมายตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ในประเทศที่เคยมีกฎหมายการทำแท้งเข้มงวดที่สุดในยุโรปมายาวนาน









