เลือกตั้งสหรัฐ 2020: ทรัมป์-ไบเดน โต้วาทีเดือด ชิงคะแนนโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ปธน. สหรัฐฯ

Joe Biden and Donald Trump debate

ที่มาของภาพ, Reuters

การโต้วาทีรอบสุดท้ายของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระหว่างนายโจ ไบเดน ตัวแทนพรรคเดโมแครต กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกันและประธานาธิบดีคนปัจจุบัน มีขึ้นที่มหาวิทยาลัยเบลมอนต์ในเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (23 ต.ค.) ตามเวลาในประเทศไทย

ทั้งสองปะทะคารมกันอย่างดุเดือดในการแข่งขันโค้งสุดท้าย ก่อนจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 3 พ.ย.ที่จะถึงนี้ ซึ่งเท่ากับว่าเหลือเวลาหาเสียงกันอีกราว 10 วันเท่านั้น โดยการโต้วาทีครั้งนี้จะมีความสำคัญอย่างมากต่อผู้ออกเสียงหลายล้านคนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกใครอย่างแน่ชัด

ประเด็นในการถกเถียงเริ่มต้นที่การระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ในสหรัฐฯ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่าสองแสนราย โดยนายทรัมป์บอกว่าขณะนี้ยอดผู้ติดเชื้อโดยรวมของทั้งประเทศไม่พุ่งสูงขึ้นอีกต่อไปแล้ว ส่วนตัวเลขสถิติที่ยังพุ่งสูงในบางรัฐก็กำลังจะหมดไปในไม่ช้า เนื่องจากมีความพร้อมนำวัคซีนที่พัฒนาสำเร็จออกแจกจ่ายแก่ประชาชนในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าหรือภายในสิ้นปี ทั้งยังมีหนทางรักษาอื่น ๆ ที่ได้ผล ซึ่งเขาได้ทดลองด้วยตนเองระหว่างที่ติดเชื้อและเข้ารับภูมิคุ้มกันบำบัดในโรงพยาบาลก่อนหน้านี้

Joe Biden

ที่มาของภาพ, Getty Images

อย่างไรก็ตาม นายไบเดนมองว่าสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศยังคงย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ ในทิศทางตรงข้ามกับที่รัฐบาลของนายทรัมป์พยายามอวดอ้าง เขาชี้ว่านายทรัมป์ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ทั้งในเรื่องปกปิดข้อมูล ไม่เตือนประชาชนให้สวมหน้ากาก ไม่แจ้งให้ทราบถึงระดับความร้ายแรงที่แท้จริงของโรค ไม่มีแผนการรับมือที่ชัดเจน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ทรัมป์ไม่ควรจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกต่อไป

คำพูดของไบเดนทำให้ทรัมป์โต้ว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ไม่ใช่ความผิดของเขา เพราะโรคนี้แพร่ระบาดมาจากจีน และทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน โดยไม่พยายามไปไล่ปิดชุมชน โรงเรียน หรือห้างร้านอย่างเข้มงวด ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของผู้คนได้รับผลกระทบ ส่วนไบเดนแย้งในประเด็นนี้ว่า ทรัมป์ไม่ยอมมอบเงินช่วยเหลือที่จำเป็นแก่ประชาชนในยามวิกฤติ

สำหรับประเด็นเรื่องความมั่นคงของชาติ นายไบเดนเปิดการอภิปรายอย่างแข็งกร้าวว่า ประเทศใดก็ตามที่แทรกแซงก้าวล่วงอธิปไตยของสหรัฐฯ จะต้องจ่ายให้กับสิ่งที่ทำลงไป ไม่ว่าจะเป็นรัสเซียหรืออิหร่านที่ตอนนี้พยายามเข้ามาแทรกแซงการเมืองภายในประเทศ เขายังปฏิเสธข่าวที่ว่าตัวเขาและบุตรชายรับเงินจากกลุ่มธุรกิจในจีนและยูเครน โดยระบุว่าเป็นการใส่ร้ายป้ายสี ในขณะที่นายทรัมป์คือผู้ได้รับผลประโยชน์จากรัสเซียมายาวนานอย่างแท้จริง ทั้งมีบัญชีเงินฝากในจีน แต่ไม่ยอมเปิดเผยหลักฐานการเสียภาษีที่เขาอาจเสียให้จีนมากกว่าประเทศบ้านเกิดเมืองนอนเสียอีก

ทรัมป์โต้ว่าตัวเขาได้เสียภาษีแบบจ่ายล่วงหน้าไปแล้วหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไม่ใช่แค่เจ็ดร้อยกว่าดอลลาร์อย่างที่เข้าใจกัน ส่วนบัญชีเงินฝากที่มีอยู่ในจีนนั้นเขาได้ปิดบัญชีไปเมื่อหลายปีก่อนแล้ว

Donald Trump debates Joe Biden

ที่มาของภาพ, Reuters

อย่างไรก็ตาม ไบเดนกล่าวว่าทรัมป์ได้ทำให้สหรัฐฯ พบความเสี่ยงในประเด็นความมั่นคงอย่างยิ่ง ทั้งการทำสงครามการค้ากับจีนจนภาคการผลิตและอุตสาหกรรมได้รับความเสียหาย ทั้งในเรื่องการจัดการกับเกาหลีเหนือที่ทรัมป์ไปสร้างความชอบธรรมให้กับอันธพาล แทนที่จะกดดันให้เกาหลีเหนือลดศักยภาพด้านอาวุธนิวเคลียร์ลงอย่างจริงจัง

ทรัมป์แย้งไบเดนว่า ตัวเขาต่างหากที่เป็นผู้สะสางปมปัญหายุ่งเหยิงเรื่องเกาหลีเหนือที่รัฐบาลยุคนายบารัก โอบามา ได้สร้างเอาไว้ การที่เขามีความสัมพันธ์ฉันมิตรที่ดีกับนายคิม จอง อึน นั้น กลับส่งผลดีมากกว่าและทำให้โลกขณะนี้ไม่เกิดสงครามขึ้น

ในประเด็นเรื่องปากท้องและความเป็นอยู่ของครอบครัวชาวอเมริกัน ทั้งสองเน้นถกกันในเรื่องของระบบประกันสุขภาพ ซึ่งทรัมป์กล่าวว่าเขาประสบความสำเร็จในการแก้ไขระบบ "โอบามาแคร์" โดยช่วยเหลือประชาชนให้ไม่ต้องถูกบังคับซื้อประกันสุขภาพส่วนบุคคลเอง ส่วนนายไบเดนบอกว่า เขาจะปรับปรุงให้ระบบประกันสุขภาพแบบโอบามาแคร์ที่มีอยู่เดิม กลายเป็นระบบ "ไบเดนแคร์" ซึ่งเพิ่มทางเลือกอื่น ๆ ให้กับประชาชนมากขึ้น รวมทั้งมีแผนจะเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำอีกด้วย

Composite image of Donald Trump and Joe Biden debating

ที่มาของภาพ, Reuters

สำหรับประเด็นเรื่องความยุติธรรมระหว่างเชื้อชาติและสีผิว นายไบเดนชี้ว่ามีการแบ่งแยกกีดกันและเลือกปฏิบัติอย่างเป็นระบบในสังคมอเมริกัน ซึ่งเขาจะวางแผนการที่ชัดเจนเพื่อขจัดปัญหานี้ และทำให้ชุมชนคนผิวดำรวมทั้งชนกลุ่มน้อยปราศจากความรุนแรง เขายังชี้ว่าบุคลิกและการกระทำของนายทรัมป์นั้นสุดโต่ง ทั้งเป็นประธานาธิบดีที่เหยียดผิวมาตั้งแต่รับตำแหน่งวันแรก ในขณะที่นายทรัมป์แย้งว่า เขาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ทำประโยชน์เพื่อคนผิวดำมากที่สุด หากไม่นับรวมอับราฮัม ลินคอล์น โดยที่ผ่านมาเขาได้มอบทุนการศึกษาให้จำนวนมาก

ในประเด็นสุดท้ายเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทั้งสองต่างถกเถียงกันถึงแนวทางที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมโดยไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยทรัมป์ย้ำว่าแผนการในด้านนี้ของตนมีอยู่แล้ว ซึ่งจะไม่กระทบต่อภาคอุตสาหกรรมพลังงาน และที่ผ่านมารัฐบาลในยุคของเขามีประวัติควบคุมปริมาณการปล่อยคาร์บอนที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับรัฐบาลสหรัฐฯ ในอดีต แต่แผนการด้านสิ่งแวดล้อมของไบเดนนั้นเหมือนทุบบ้านทิ้งแล้วสร้างใหม่ด้วยค่าใช้จ่ายที่แพงกว่าเดิม

ด้านนายไบเดนตอบโต้ว่า หากเขาได้เป็นประธานาธิบดี เขาจะลงทุนเพื่อสร้างงานหลายล้านตำแหน่งในภาคอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งแผนการของเขาได้รับการสนับสนุนจากบรรดาผู้ผลิตและองค์กรด้านการอนุรักษ์อย่างกว้างขวาง