The Mole: สารคดีที่เปิดโปงความพยายามหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติของเกาหลีเหนือ
หนังสารคดีเรื่องใหม่ของผู้กำกับชาวเดนมาร์ก ที่ส่งนักแสดงปลอมตัวไปติดต่อทำธุรกิจมืดกับเกาหลีเหนือ แล้วหลอกให้เจ้าหน้าที่ของนายคิม จอง-อึน ยอมลงนามในสัญญาทำธุรกิจผลิตอาวุธสงครามและยาเสพติดด้วย ช่วยเปิดโปงให้เห็นถึงความพยายามของเกาหลีเหนือในการหลบเลี่ยงการคว่ำบาตรจากประชาคมโลก เพื่อหารายได้เข้าประเทศ
หนังสารคดีเรื่องนี้มีชื่อว่า The Mole ผลงานการผลิตของผู้กำกับชาวเดนมาร์กที่ชื่อ แมตส์ บูกเกอร์ ซึ่งถูกนำไปเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ของเดนมาร์ก สวีเดน นอร์เวย์ และทางบีบีซี
บูกเกอร์ ระบุว่า เขาใช้เวลาในการผลิตหนังสารคดีเรื่องนี้นานถึง 10 ปี โดยส่งนักแสดงแทรกซึมเข้าไปในเกาหลีเหนือและใช้ภาพที่บันทึกได้จากกล้องแอบถ่ายที่ซ่อนไว้ที่ตัวนักแสดง
The Mole แบ่งเนื้อหาออกเป็นสามตอน เผยให้เห็น อูลริค ลาร์เซน ตัวละครเอกของเรื่อง ที่แสดงเป็นชายชาวเดนมาร์กผู้ฝักใฝ่ในเรื่องเกาหลีเหนือ แล้วแฝงตัวเข้าไปใน "สมาคมมิตรภาพเกาหลี" (Korean Friendship Association หรือ KFA) ซึ่งเป็นองค์กรที่สนับสนุนประเทศเกาหลีเหนือ จนได้รับความไว้วางใจจากคนในสมาคม ที่แนะนำให้เขาได้รู้จักกับ อเลฆานโดร ซาว เดอ เบนอส ชนชั้นสูงชาวสเปน เจ้าของฉายา "ผู้คุมประตูสู่เกาหลีเหนือ" ซึ่งอ้างว่ามีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบรรดาผู้นำของเกาหลีเหนือ ซึ่งรวมถึงนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุด
นอกจากนี้ ในสารคดีเรื่อง The Mole ยังมี จิม ลาเทรค-ควอร์ทรัฟ นักแสดงอีกคนที่รับบท "มิสเตอร์เจมส์" พ่อค้าอาวุธและยาเสพติดชาวฝรั่งเศสที่ต้องการทำธุรกิจมืดกับเกาหลีเหนือ
ในตอนหนึ่งของเรื่องเผยให้เห็น ลาร์เซน และ "มิสเตอร์เจมส์"เดินทางไปเกาหลีเหนือ โดยพวกเขาถูกพาไปยังสถานที่ลับในย่านชานกรุงเปียงยาง ซึ่งที่นั่นพวกเขาได้พบผู้ที่ระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือที่นำแค็ตตาล็อกระบบอาวุธสงครามของเกาหลีเหนือออกมาให้ดู ก่อนที่พวกเขาจะลงนามในสัญญาทำธุรกิจค้าอาวุธร่วมกัน
สารคดีเรื่องนี้ ยังเผยให้เห็น ลาร์เซน และ "มิสเตอร์เจมส์" เดินทางไปพบกับกลุ่มคนที่ดูเหมือนเจ้าหน้าที่ทูตของเกาหลีเหนือในประเทศต่าง ๆ ทั้งในเอเชียและแอฟริกา เพื่อเจรจาเรื่องการทำธุรกิจมืด
ในตอนหนึ่งแสดงให้เห็น "นายแดนนี" เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือที่พูดกำชับให้ "มิสเตอร์เจมส์" เก็บเรื่องธุรกิจนี้ไว้เป็นความลับ
"สถานการณ์ตอนนี้ สหรัฐฯ กำลังจับตามองประเทศของเรา…หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ จะต้องไม่ล่วงรู้เกี่ยวกับโครงการนี้"
ส่วนอีกตอนเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือเล่าให้ "มิสเตอร์เจมส์" ฟังว่าการที่นานาชาติใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือ ทำให้พวกเขาหาลูกค้าที่จะซื้ออาวุธยุทธภัณฑ์จากเกาหลีเหนือได้ยากมาก
ฮิวจ์ กริฟฟิธส์ ผู้ประสานงานคณะผู้เชี่ยวชาญเรื่องเกาหลีเหนือของสหประชาชาติระหว่างปี 2014 - 2019 ให้สัมภาษณ์กับ พอล อดัมส์ ผู้สื่อข่าวสายการทูตของบีบีซี ถึงหนังสารคดีเรื่องนี้ว่า "มีความน่าเชื่อถือมาก"
"สารคดีเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สร้างความอับอายให้ท่านประธานคิม จอง-อึน มากที่สุดเท่าที่เราเคยเห็นมา" เขาชี้ว่า แม้มันจะดูเหมือนมือสมัครเล่นมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความตั้งใจจะขายอาวุธเพื่อหาเงินเข้าประเทศของเกาหลีเหนือจะไม่ใช่เรื่องจริง "ภาพที่ปรากฏในเรื่องสอดคล้องกับสิ่งที่เราเคยได้ทราบมา"
อดีตเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ ชี้ว่า ภาพที่ได้เห็นในสารคดีเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือพร้อมจะทำธุรกิจกับนักธุรกิจที่พวกเราไม่รู้จัก
"มันแสดงให้เห็นว่าการคว่ำบาตรของสหประชาชาติได้ผล เกาหลีเหนือดูสิ้นหวัง และกระตือรือร้นที่จะขายอาวุธของพวกเขาจริง ๆ"
