เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020: 'ซูเปอร์ ทิวส์เดย์' สำคัญอย่างไร
"ใครจะสามารถเอาชนะ โดนัลด์ ทรัมป์ แล้วก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครตคนต่อไป?" นั่นคือคำถามที่สมาชิกพรรคเดโมแครตจำนวนมากกำลังถามตัวเองในวันอังคารที่ 3 มี.ค. ซึ่งถูกเรียกว่า เป็น "ซูเปอร์ ทิวส์เดย์" เพราะว่า สมาชิกพรรคเดโมแครตใน 14 รัฐของสหรัฐฯ รวมถึง รัฐที่มีประชากรมากที่สุด 2 แห่งคือ แคลิฟอร์เนียและเทกซัส จะลงคะแนนเพื่อเลือกผู้แทนในการลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2020
อังคารที่ 3 มี.ค. 2020 ถือเป็นอีกวันสำคัญของการเมืองสหรัฐฯ แม้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน แต่การแข่งขันเพื่อตำแหน่งใหญ่ในทำเนียบขาวก็เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตกำลังวุ่นอยู่กับการหาตัวแทนไปท้าชิงกับโดนัลด์ ทรัมป์
พวกเขาจัดการหยั่งเสียงมาแล้วในหลายมลรัฐ หาผู้เหมาะสมที่สุด แต่ "ซูเปอร์ ทิวส์เดย์" ที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะอะไร
แจ็คพอตก้อนโต
การหยั่งเสียงครั้งนี้เป็นการลงคะแนนในวันเดียวมากที่สุด ครอบคลุมคะแนนของผู้สนับสนุนเดโมแครต 1 ใน 3 ของทั้งประเทศ สมาชิกพรรคใน 14 รัฐ จะไปลงคะแนนในวันนั้น เพื่อเลือกตัวแทนเพียงคนเดียวจากผู้สมัครที่ยังเหลืออยู่ ผู้สมัครคนไหนได้คะแนนน้อยที่สุดก็ไม่ง่ายนักที่จะทำคะแนนตามได้ทัน
เจ้าบุญทุ่ม
มลรัฐที่จัดการหยั่งเสียงในช่วงแรก มักได้รับความสนใจมาก และผู้สมัครก็ต้องใช้เงินมาก มีรายงานว่า ไมเคิล บลูมเบิร์ก อภิมหาเศรษฐีผู้สมัครที่มาทีหลังจ่ายค่าโฆษณาไป 124 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับการหยั่งเสียง ซูเปอร์ ทิวส์เดย์
แม้แต่ เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกที่รับบริจาคจากประชาชนทั่วไปก็จ่ายไปมากโข เงินจำนวน 5.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เขาใช้ไปอาจดูไม่มากนักเมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ
น่าตื่นเต้น
ผลสำรวจความเห็น เงินบริจาค หรือแรงสนับสนุน เปลี่ยนแปลงได้ในชั่วข้ามคืน ผลของการหยั่งเสียง ซูเปอร์ ทิวส์เดย์จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้การรณรงค์นั้นสำเร็จหรือล้มเหลว แต่ถ้าไม่มีผู้ชนะขาดลอย การแข่งขันจะลากยาวและเหนื่อยขึ้น โดยผู้สมัครมีเวลาถึงวันที่ 6 มิ.ย. ที่จะโน้มน้าวให้ได้เสียงสนับสนุนเพิ่มจากรัฐที่เหลือ เพื่อได้โอกาสไปเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจาก โดนัลด์ ทรัมป์


