ผู้หญิง : บารัค โอบามา เชื่อผู้นำหญิงดีกว่าผู้ชาย

บารัค โอบามา

ที่มาของภาพ, Reuters

นายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เห็นว่าหากทุกประเทศในโลกใบนี้ได้ผู้หญิงเป็นผู้นำแล้วละก็ ผลลัพธ์และมาตรฐานความเป็นอยู่ของผู้คนบนโลกนี้จะดีขึ้น

แม้จะไม่เห็นว่าผู้หญิงมีความสมบูรณ์แบบ แต่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เห็นว่าผู้หญิงนั้น "ดีกว่าผู้ชายอย่างไม่มีอะไรมาโต้แย้งได้"

นายโอบามาซึ่งพูดเรื่องนี้ในการประชุมว่าด้วยความเป็นผู้นำซึ่งจัดขึ้นที่สิงคโปร์ กล่าวด้วยว่า ปัญหาส่วนใหญ่ในโลกนี้เกิดขึ้นเพราะคนอายุมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย เป็นผู้มีตำแหน่งหรืออยู่ในอำนาจ

สำหรับเขาเองขณะอยู่ในตำแหน่ง ก็เคยคิดอยู่เช่นกันว่าโลกจะเป็นอย่างไรหากมีสตรีเป็นผู้นำ "ผู้หญิงทั้งหลาย ผมอยากให้คุณรู้ว่า พวกคุณไม่สมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่ผมบอกได้คือว่า พวกคุณดีกว่าพวกเรา (ผู้ชาย) อย่างไม่มีอะไรมาโต้แย้งได้"

"ผมมั่นใจเหลือเกินว่าหากทุกชาติในโลกนี้ได้ผู้หญิงเข้ามาบริหาร คุณจะได้เห็นพัฒนาการรอบด้านอย่างชัดเจน…ทั้งผลลัพธ์และมาตรฐานความเป็นอยู่"

เมื่อถามว่าเขาคิดจะกลับไปเป็นผู้นำทางการเมืองอีกไหม นายโอบามา บอกว่าเขาเชื่อว่าคนเป็นผู้นำจะเปิดทางให้ผู้อื่นเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

จาซินดา อาร์เดิร์น ผู้นำหญิงของนิวซีแลนด์

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, จาซินดา อาร์เดิร์น ผู้นำหญิงของนิวซีแลนด์

"หากคุณมองดูว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นในโลก จะเห็นว่ามักจะเป็นคนแก่ มักจะเป็นผู้ชาย ที่ไม่ยอมเปิดทางให้คนอื่น" นายโอบามา กล่าว

"มันเป็นเรื่องสำคัญที่บรรดาผู้นำทางการเมืองจะพยายามและเตือนตัวเองว่าพวกเขาอยู่ที่นั่นก็เพื่อทำงาน แต่ไม่ใช่ว่าจะอยู่ตลอดชีวิต ไม่ได้อยู่เพื่อค้ำจุนความรู้สึกทะนงในอำนาจของตัวเอง"

นายโอบามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงปี 2009-2017 และนับตั้งแต่พ้นจากตำแหน่งเขาและนางมิเชล โอบามา ได้ก่อตั้งมูลนิธิที่ให้คำปรึกษาแก่ผู้นำรุ่นใหม่ทั่วโลก

นางซันนา มารีน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นางซันนา มารีน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของฟินแลนด์

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นางซันนา มารีน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของฟินแลนด์ กลายเป็นนักการเมืองหญิงที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคนหนึ่งเพราะเธอก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งขณะมีอายุ 34 ปี สร้างสถิติเป็นนายกรัฐมนตรีอายุน้อยที่สุดในโลก

นางมารีน เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 3 ของฟินแลนด์ และเป็นแกนนำรัฐบาลผสมสายกลางซ้ายของฟินแลนด์ที่ประกอบไปด้วย 5 พรรคการเมือง ซึ่งล้วนมีหัวหน้าพรรคเป็นผู้หญิงทั้งหมด โดย 4 ใน 5 เป็นนักการเมืองหญิงรุ่นใหม่อายุไม่ถึง 35 ปี

ขณะที่ ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นผู้นำที่มีอายุมากที่สุดในปัจจุบัน คือ 94 ปี เขาหวนคืนอำนาจหลังกำชัยชนะในศึกเลือกตั้งมาเลเซียปี 2018 เหนือคู่แข่งขัน-ผู้เป็น "ศิษย์การเมือง" อย่างนายนาจิบ ราซัค

ดร.มหาเธร์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งแรกในปี 1981 โดยขณะนั้นเขาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของมาเลเซีย