ประหารชีวิต : ตัวเลขต่ำสุดในรอบทศวรรษ ขณะไทยนำกลับมาใช้ใหม่

ที่มาของภาพ, Getty Images
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุ ในปี 2018 ตัวเลขการประหารชีวิตทั่วโลกลดลงถึงเกือบ 1 ใน 3 นับว่าต่ำที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ
หากไม่นับประเทศจีน มีนักโทษราว 690 คนที่ถูกประหารชีวิตใน 20 ประเทศเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าลดลงถึง 31 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการประหารนักโทษ 993 คน ในปี 2017
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล พบว่า การประหารชีวิตในอิหร่านลดลงถึง 50 เปอร์เซ็นต์หลังจากประเทศยกเลิกโทษประหารจากความผิดฐานที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
แอมเนสตี้ฯ ยังบอกอีกว่า น่าจะมีนักโทษหลายพันที่ถูกประหารชีวิตในจีน แต่ทางการเก็บข้อมูลนี้เป็นความลับ นี่จะทำให้จีนมียอดการประหารชีวิตสูงที่สุดในโลก
ประเทศในลำดับถัดมาได้แก่ อิหร่าน, ซาอุดีอาระเบีย, เวียดนาม และอิรัก ซึ่งคิดเป็น 77 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนนักโทษ 690 คน

ที่มาของภาพ, Reuters
รายงานของแอมเนสตี้ฯ ว่าอย่างไรบ้าง
รายงานซึ่งตีพิมพ์วันที่ 10 เม.ย. ระบุว่า แม้ว่าตัวเลขการประหารชีวิตจะลดลงในบางประเทศ แต่ในบางประเทศอย่าง สหรัฐฯ, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, ซูดานใต้ และเบลารุส กลับเพิ่มขึ้น
คูมิ ไนดู เลขาธิการแอมเนสตี้ฯ บอกว่า จำนวนที่ลดลงอย่างมากเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า แม้แต่ประเทศที่ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงก็ยังปรับตัว และตระหนักว่าโทษประหารไม่ใช่คำตอบ
"นี่เป็นสัญญาณที่สร้างความหวังว่าอีกไม่นานการลงโทษอันโหดร้ายนี้จะเป็นแค่เรื่องในประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นที่ที่มันควรจะอยู่"
ทุกปี อิหร่านทำการประหารชีวิตนักโทษหลายร้อยคนโดยส่วนใหญ่จากความผิดฐานที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ก็ผ่อนปรนโทษทางอาญาลงใน 2018 การบังคับใช้กฎหมายย้อนหลังด้วยมีผลต่อนักโทษราว 5 พันคนที่รอรับโทษอยู่
ถึงปลายปีที่แล้ว มี 106 ประเทศที่ยกเลิกโทษประหารโดยสิ้นเชิง
ประเทศที่โทษประหารมีจำนวนลดน้อยลงอย่างชัดเจนระหว่างปี 2017 และ 2017 ได้แก่
- อิหร่าน - จาก 507 เหลือ 253
- อิรัก - จาก 125 เหลือ 52
- ปากีสถาน - จาก 60 เหลือ 14
- โซมาเลีย - จาก 24 เหลือ 13
มีประเทศไหนที่กลับมาใช้โทษประหารอีกไหม
เมื่อปีที่แล้ว ประเทศไทยกลับมาใช้โทษประหารเป็นครั้งแรกปีที่แล้วหลังจากครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2009 (พ.ศ. 2552) เมื่อช่วงที่ผ่านมาในปีนี้ ศรีลังกาเริ่มมองหาเพื่อว่าจ้างผู้ประหารชีวิตซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายปราบปรามการลักลอบขนยาเสพติด
การประหารชีวิตในศรีลังกาเป็นเรื่องถูกกฎหมาย มีนักโทษเกือบ 1,300 คนรอรับโทษอยู่แต่ไม่มีการประหารชีวิตในประเทศมาตั้งแต่ปี 1976
"ประเทศเหล่านี้เป็นเพียงชาติส่วนน้อยที่จำนวนลดลงเรื่อย ๆ แล้ว" นายไนดู กล่าวและเชิญชวนว่า
"ถึงประเทศต่าง ๆ ที่ยังหาทางออกด้วยการประหารชีวิตอยู่ ผมขอท้าให้พวกคุณกระทำอย่างกล้าหาญ และหยุดการลงโทษที่น่ารังเกียจนี้ซะ"

ที่มาของภาพ, Getty Images
การประหารชีวิตในไทย
การประหารชีวิตนักโทษครั้งแรกในรอบ 9 ปีของไทยเมื่อปีที่แล้ว นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องยังคงสมควรมีโทษประหารในประเทศไทยหรือไม่
ในขณะที่ฝ่ายส่งเสริมสิทธิมนุษยชนเห็นว่าประเทศไทยควรจะยกเลิกโทษประหารไปได้แล้ว เพราะการประหารเป็นการละเมิดสิทธิพื้นฐานของความเป็นมนุษย์อย่างรุนแรง ส่วนประชาชนทั่วไปก็มีทั้งสนับสนุนโทษประหารและคัดค้าน
ย้อนไปปีที่แล้ว กรมราชทัณฑ์แถลงว่าการประหาร นายธีรศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุลเพื่อไม่ให้กระทบกับครอบครัว) อายุ 26 ปีมีขึ้น เขาเป็นนักโทษคดีฆ่าชิงทรัพย์ แทงผู้ตายทั้งหมด 24 แผลเมื่อปี 2012 (พ.ศ. 2555)และศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ลงโทษด้วยการฉีดสารพิษให้ตาย ซึ่งนายธีรศักดิ์นับเป็นนักโทษรายล่าสุดที่ถูกลงโทษประหารนับตั้งแต่ปี 2009 (พ.ศ. 2552)
แอมเนสตี้ฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขของกระทรวงยุติธรรมระบุว่า จนถึงสิ้นปี 2017 มีนักโทษประหารอยู่จำนวน 510 คน โดยเป็นผู้หญิง 94 คน ในจำนวนนี้ 193 คนเป็นนักโทษเด็ดขาดที่ผ่านกระบวนการอุทธรณ์คดีหมดสิ้นแล้ว ทั้งนี้ แอมเนสตี้ฯ เชื่อว่ากว่าครึ่งหนึ่งของนักโทษเหล่านี้ต้องโทษประหารชีวิตในคดียาเสพติด









