อาบู บาการ์ บาเชียร์ จะไม่ถูกปล่อย ตัวถ้าปฏิเสธเซ็นชื่อยอมรับหลักการปัญจศีลของอินโดนีเซีย

ที่มาของภาพ, Antara
นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เผยนายอาบู บาการ์ บาเชียร์ นักการศาสนาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุระเบิดบนเกาะบาหลีเมื่อปี 2002 จะได้รับการปล่อยตัวหากเขายอมลงชื่อรับหลักการปัญจศีล (Pancasila) ซึ่งเป็นปรัชญาในการปกครองของประเทศ
ก่อนหน้านี้นายวิโดโด กล่าวว่าการปล่อยตัวนายบาเชียร์ วัย 81 ปี เป็นไปด้วยเหตุผลทางด้านมนุษยธรรม ทั้งเรื่องอายุและสุขภาพที่อ่อนแอ และที่ปรึกษาด้านกฎหมายของนายวิโดโดกล่าวด้วยว่าการปล่อยตัวจะเป็นไปอย่างไม่มีเงื่อนไข
เรื่องนี้เรียกเสียงวิจารณ์หนาหูในอินโดนีเซีย ทำให้ล่าสุดนายวิโดโดออกมายืนยันว่าการปล่อยตัว "จะเป็นไปอย่างมีเงื่อนไข" หลังจากมีการทบทวนเรื่องนี้เมื่อวานนี้ (22 ม.ค.)
ที่ผ่านมาผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวจากการคุมขังก่อนครบกำหนดโทษ จะต้องให้การรับรองว่าจะปฏิบัติตามหลักปัญจศีล (Pancasila) ซึ่งเป็นปรัชญาในการปกครองของประเทศ และจะต้องไม่ก่ออาชญากรรมใด ๆ อีก แต่ทนายความของนายบาเชียร์ยืนยันว่าลูกความของเขาจะไม่ลงชื่อยอมรับหลักปัญจศีล
นายบาเชียร์ เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มจามาอะห์ อันซอรุต เตาฮิด (Jamaah Anshorut Tauhid) หรือ เจเอที หลังจากออกจากกลุ่มเจมาห์ อิสลามิยาห์ (Jemaah Islamiah) หรือ เจไอ ที่อยู่เบื้องหลังการวางระเบิดบนเกาะบาหลีเมื่อปี 2002 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 202 คน
นายอับดุล รอฮิม บาเชียร์ ลูกชายคนเล็กของเขา เปิดเผยกับบีบีซีภาคภาษาอินโดนีเซียว่า เมื่อได้รับอิสรภาพแล้ว นายอาบู บาการ์ บาเชียร์ จะกลับไปสอนศาสนา นอกจากนี้ยังระบุว่า ทางครอบครัวเตรียมเชิญเพื่อนบ้านมาร่วมงานเลี้ยงขอบคุณ เพื่อแสดงความยินดีที่พ่อของเขาได้รับการปล่อยตัว
ส่วนทางโรงเรียนประจำสอนศาสนาอิสลามมุกมิน งรูกี (Mukmin Ngruki) ซึ่งก่อตั้งโดยนายอาบู บาการ์ บาเชียร์ ก็เตรียมจัดงานเลี้ยงต้อนรับเขาเช่นกัน
"เชื่อฟังแต่อิสลามเท่านั้น"
บีบีซีภาคภาษาอินโดนีเซีย รายงานว่า นายยูสริล อิห์ซา มาเฮนดรา ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของประธานาธิบดีโจโก วิโดโด และนายมารุฟ อามิน ผู้ที่ลงสมัครเป็นรองประธานาธิบดีคู่กับนายวิโดโด ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซียที่กำลังจะเกิดขึ้น กล่าวว่า นายอาบู บาการ์ บาเชียร์ ปฏิเสธที่จะลงนามในเอกสารอภัยโทษซึ่งระบุข้อความว่า จะเชื่อฟังหลักการปัญจศีล แต่เขาระบุ "เชื่อฟังอิสลาม" เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
"เขาต้องการเชื่อฟังอิสลามเพียงอย่างเดียว และเราก็เข้าใจ ไม่มีความขัดแย้งระหว่างอิสลามและหลักปัญจศีล เราก็เลยไม่อยากจะโต้แย้งให้ยืดยาวกับเขา" นายยูสริล กล่าวกับ บีบีซีภาคภาษาอินโดนีเซีย

ที่มาของภาพ, Yulius Satria Wijaya/ANTARA FOTO
ปัจจุบัน นายอาบู บาการ์ บาเชียร์ รับโทษจำคุกมาแล้ว 9 ปี จากโทษจำคุก 15 ปี ที่ถูกพิพากษาเมื่อเดือน มิ.ย. 2011 จากความผิดฐานสนับสนุนเงินทุนให้แก่การฝึกผู้ก่อการร้ายในจังหวัดอาเจะห์และสนับสนุนการก่อการร้ายในอินโดนีเซีย
ก่อนหน้านี้ ครูสอนศาสนาวัย 81 ปี ผู้นี้ ถูกจำคุกที่เรือนจำนุซากัมบางัน (Nusakambangan) ในเมืองชิลาจับ (Cilacap) แต่ได้ถูกย้ายมารับโทษที่เรือนจำกุนุง ซินดูร์ (Gunung Sindur) ในเมืองโบกอร์ (Bogor) เพราะเหตุผลด้านสุขภาพที่ทรุดโทรมลง
นายยูสริล ระบุว่า นายบาเชียร์ ได้รับการอนุมัติให้ปล่อยตัวจากประธานาธิบดีวิโดโด หลังได้รับการพิจารณาตามหลักมนุษยธรรม เพราะ "เขาอายุ 81 ปีแล้ว และสุขภาพก็ย่ำแย่ลง โดยขามีอาการบวมและคล้ำ"
นายยูสริล กล่าวกับ บีบีซี อินโดนีเซีย ด้วยว่า กระบวนการของทางการในการปล่อยตัวนายบาเชียร์จะใช้เวลาไม่นาน แต่ตัวเขาเองได้ขอเวลา 3-5 วัน ในการเก็บของ
ไม่ได้สนับสนุนไอเอสอีกแล้ว
บีบีซี อินโดนีเซีย รายงานโดยอ้างซิดนีย์ โจนส์ นักวิจัยด้านก่อการร้ายว่า นายบาเชียร์ เคยถูกมองว่าเป็นสาวกของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มรัฐอิสลาม (Islamic State) หรือ ไอเอส ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่นายบาเชียร์ถูกจำคุกแล้ว แต่จากอิทธิพลของลูกชายทั้ง 2 คนของนายบาเชียร์ ทำให้ครูสอนศาสนาผู้นี้ เลิกสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มไอเอสแล้ว
ซิดนีย์ กล่าวว่า "ชัดเจนว่า อับดุล รอฮิม และอับดุล รอชิด ลูกชายของเขาไม่สนับสนุนไอเอส นั่นหมายความว่า พวกเขาอาจจะมีอิทธิพลต่อพ่อ และหากเป็นเช่นนั้น การปล่อยตัวเขาก็อาจไม่มีความเสี่ยง โดยปัจจุบันกลุ่มไอเอส ยังเป็นกลุ่มที่อันตรายที่สุดในอินโดนีเซีย"
ทั้งนี้ กลุ่มไอเอส เคยอ้างว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุโจมตีในกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซียเมื่อเดือน ม.ค. 2016 โดย พล.อ.กาตอต นูร์มานต์โย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดอินโดนีเซีย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อเดือน มิ.ย. 2017 ว่า การตรวจสอบของทางการพบว่า มีสมาชิกกลุ่มไอเอสเข้าไปแฝงตัวอย่างลับ ๆ ในพื้นที่เกือบทุกจังหวัด ยกเว้นจังหวัดปาปัวที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ และคนกลุ่มนี้มีแนวโน้มจะร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มหัวรุนแรงอื่น ๆ ได้โดยง่าย
อาบู บาการ์ บาเชียร์ คือใคร
หลังเกิดเหตุวางระเบิดบนเกาะบาหลีของอินโดนีเซียเมื่อปี 2002 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 202 คน รวมถึงชาวออสเตรเลีย 88 คน นายอาบู บาการ์ บาเชียร์ ถูกระบุว่าเป็นผู้ต้องสงสัย และต่อมาถูกพิพากษาจำคุก 2 ปี 6 เดือน หลังจากถูกตัดสินว่า สมรู้ร่วมคิดในการก่อเหตุก่อการร้ายครั้งนั้น เขาได้รับการปล่อยตัวเมื่อเดือน มิ.ย. 2006 และถูกจับตัวอีกครั้งเมื่อเดือน ส.ค. 2010 จากหลายข้อหาเกี่ยวกับการก่อตั้งกลุ่มก่อการร้ายในจังหวัดอาเจะห์

ที่มาของภาพ, Yusril Ihza Mahendra
เขาได้ออกจากกลุ่มเจมาห์ อิสลามิยาห์ (Jemaah Islamiah) หรือ เจไอ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นกลุ่มที่อยู่เบื้องการก่อเหตุวางระเบิดบนเกาะบาหลีปี 2002 และการก่อการร้ายอีกหลายครั้ง จากนั้นเขาได้ก่อตั้งกลุ่มจามาอะห์ อันซอรุต เตาฮิด (Jamaah Anshorut Tauhid) หรือ เจเอที ขึ้นในปี 2008
กลุ่มเจเอที ของเขา ถูกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีเป็นองค์กรก่อการร้ายต่างประเทศ ในปี 2012 โดยในช่วงนั้นทางกลุ่มต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการก่ออาชญากรรมหลายครั้ง รวมถึง การปล้นธนาคารเพื่อนำเงินไปสนับสนุนกิจกรรมของตัวเอง นอกจากนี้ยังต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่โบสถ์ในเมืองโซโลของจังหวัดชวากลางเมื่อปีที่แล้ว และที่มัสยิดในเมือชิเรอบอน จังหวัดชวาตะวันตกด้วย
ปัญจศีล คืออะไร
"ปัญจศีล" เป็นหลักปรัชญาแห่งรัฐ 5 ประการของอินโดนีเซีย ได้แก่ 1) นับถือพระเจ้าองค์เดียว 2) เป็นมนุษย์ผู้เจริญและมีความเที่ยงธรรม 3) ความเป็นเอกภาพของอินโดนีเซีย 4) เป็นประชาธิปไตย 5) ความยุติธรรมในสังคมชาวอินโดนีเซีย
การไม่เคารพหลักการเหล่านี้มีความผิดทางกฎหมาย เช่น ชาวอินโดนีเซียจะต้องนับถือศาสนาตามหลักปัญจศีลข้อแรก ดังนั้นการไม่นับถือศาสนาใด ๆ จึงเป็นสิ่งผิดกฎหมายในอินโดนีเซีย
หลักการปัญจศีล ถือเป็นหลักการที่อินโดนีเซียให้ความสำคัญอย่างมาก และเคยเป็นชนวนเหตุให้ต้องระงับความสัมพันธ์ทางการทหารทั้งหมดกับออสเตรเลียมาแล้วเมื่อปี 2017 หลังพบว่า "เนื้อหาการสอน" ในหลักสูตรการฝึกอบรมทหารของกองทัพออสเตรเลียมีลักษณะเชิงดูหมิ่น "หลักปัญจศีล"








