ไขปริศนาน้ำยาอาบศพ "สูตรต้นตำรับ" ของมัมมี่อียิปต์โบราณ

ที่มาของภาพ, EPA
เส้นใยจากผ้าที่ใช้ห่อมัมมี่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ร่างหนึ่ง ถูกนำมาวิเคราะห์หาองค์ประกอบทางเคมี จนได้ค้นพบ "สูตรต้นตำรับ" ของน้ำยาอาบศพแบบอียิปต์โบราณที่ใช้สืบต่อกันมานานถึง 4,000 ปี เพื่อรักษาสภาพศพให้สมบูรณ์สำหรับชีวิตหลังความตาย ตามความเชื่อทางศาสนาในยุคนั้น
ทีมนักโบราณคดีจากสหราชอาณาจักรและออสเตรเลีย ร่วมกันตีพิมพ์รายงานการค้นพบดังกล่าวในวารสารวิทยาการโบราณคดี ( Journal of Archaeological Science ) โดยระบุว่าการวิเคราะห์เส้นใยผ้าที่ซึมซับน้ำยาอาบศพสูตรเก่าแก่นี้เอาไว้ ทำให้ทราบถึงองค์ประกอบของวัตถุดิบที่มาจากพืชหลายชนิดในน้ำยาดังกล่าว
มีการตรวจสอบมัมมี่ร่างหนึ่งซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ที่เมืองตูรินของอิตาลี โดยคาดว่ามัมมี่นี้เป็นชายวัย 20-30 ปี และน่าจะเสียชีวิตลงเมื่อราว 3,700 ปีก่อนคริสตกาล ทีมผู้วิจัยระบุว่ามัมมี่นี้ยังไม่เคยผ่านกระบวนการช่วยอนุรักษ์วัตถุโบราณใด ๆ มาก่อน จึงอยู่ในสภาพดั้งเดิมอย่างแท้จริงโดยไม่มีการปนเปื้อนสารเคมีสมัยใหม่

ที่มาของภาพ, DR STEPHEN BUCKLEY/ UNIVERSITY OF YORK
เผยสูตรต้นตำรับโบราณ
แต่เดิมคาดกันว่าศพของชายผู้นี้กลายเป็นมัมมี่ตามธรรมชาติ หลังถูกฝังในทะเลทรายที่สภาพอากาศร้อนจัดและแห้งแล้งเป็นเวลานาน
นักโบราณคดีรุ่นก่อน ๆ ไม่คิดว่ามัมมี่ร่างนี้เกิดจากกระบวนการทำมัมมี่แบบอียิปต์โบราณโดยตรง เพราะเชื่อว่าวัฒนธรรมดังกล่าวเกิดขึ้นหลายพันปีหลังชายผู้นี้เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งก็คือราว 2,600 ปีก่อนคริสตกาล ตรงกับช่วงที่เริ่มก่อสร้างมหาพีระมิดแห่งกีซา
อย่างไรก็ตาม ผลการวิเคราะห์ทางเคมีจากเส้นใยผ้าที่ติดอยู่ตรงส่วนมือของศพชี้ว่า ร่างไร้ชีวิตของชายผู้นี้ได้ผ่านกระบวนการทำมัมมี่ตามแบบอียิปต์โบราณมาอย่างแน่นอน โดยร่องรอยของสารเคมีที่ปรากฏอยู่ชี้ว่า น้ำยาอาบศพสูตรที่น่าจะใช้กันแพร่หลายเป็นสูตรแรก ๆ มีส่วนประกอบดังนี้
- น้ำมันที่ทำจากพืชเช่นน้ำมันงา
- สารสกัดคล้ายขี้ผึ้งที่เรียกกันว่า Balsam ซึ่งได้จากต้นหรือรากของพืชบางชนิด เช่น ต้นกกธูปหรือธูปฤๅษี (Cattail)
- ยางไม้รับประทานได้ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นน้ำตาลตามธรรมชาติ เช่นยางที่สกัดจากต้นอะคาเซีย (Acacia)
- ยางสน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่สุด เพราะหากนำไปผสมในน้ำมันและส่วนประกอบอื่น ๆ แล้ว จะทำให้น้ำยาอาบศพมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันไม่ให้ศพเน่าเปื่อย

ที่มาของภาพ, Image copyrightSTEPHEN BUCKLEY/UNIVERSITY OF YORK
ฉีกตำราประวัติศาสตร์
ดร. สตีเฟน บักลีย์ นักโบราณคดีผู้นำทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยยอร์กของสหราชอาณาจักรบอกว่า "สูตรน้ำยาอาบศพนี้นับว่ามีองค์ประกอบในสัดส่วนที่คล้ายคลึงกับสูตรน้ำยาอาบศพที่ชาวอียิปต์ใช้กันอย่างแพร่หลายตลอดช่วงเวลา 2,000 ปีต่อมา ซึ่งแสดงถึงการเป็นสูตรต้นตำรับอย่างแท้จริง"
"หลักฐานนี้ชี้ว่าการทำมัมมี่ในอียิปต์มีอยู่อย่างแพร่หลายแล้วก่อนยุคที่คาดกันไว้นับพันปี แสดงว่าอัตลักษณ์และอารยธรรมแบบอียิปต์มีมาก่อนการก่อตั้งอาณาจักรเมื่อช่วง 3,100 ปีก่อนคริสตกาลเสียอีก" ดร. บักลีย์กล่าว
ทั้งนี้ การทำมัมมี่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของอารยธรรมอียิปต์ โดยจะเริ่มจากการนำอวัยวะภายในของศพออกมา และนำเนื้อสมองออกด้วยการตีให้กลายเป็นของเหลว จากนั้นจะดองศพด้วยการพอกเกลือให้แห้งเป็นเวลาหลายวัน แล้วเคลือบร่างด้วยน้ำยาอาบศพเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ก่อนพันด้วยผ้าลินินและบรรจุในโลงต่อไป
ติดตามข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีล่าสุดได้ทุกวันทางเว็บไซต์ bbcthai.com และเฟซบุ๊กของบีบีซีไทย









