สาว ๆ กับเทรนด์ผมหงอกธรรมชาติ

Kate, who has a grey curly bob, is pictured sitting in a restaurant

ที่มาของภาพ, @katedinota

คำบรรยายภาพ, เคท บอกว่า ผู้หญิงอย่างเธอรู้สึกกดดันทุกวันที่จะต้องไม่ดูแก่
    • Author, เคลลี-เลห์ คูเปอร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซี

เคท ดิโนตา อายุเพียง 7 ขวบ ตอนที่แม่พบเส้นผมหงอกเธอครั้งแรก พออายุ 14 ปี เธอต้องเริ่มย้อมผมตลอดเวลา พออายุ 28 ปี หลังจากคิดคำนวณว่าได้ใช้เวลาราวหนึ่งพันชั่วโมงและเสียเงิน 14,000 ปอนด์ หรือ ราว 6 แสนบาท ไปกับการย้อมผม เธอก็ตัดสินใจยอมรับในสิ่งที่ตัวเธอเป็น

เคทเป็นหนึ่งในผู้หญิงหลายคนที่ลงรูปในบัญชีอินสตาแกรม "Grombre" ซึ่งรวมผู้หญิงทุกวัยที่ตัดสินใจเลิกย้อมผม

มาร์ธา ทรัสโลว์ สมิธ ในวัย 26 ปี ก่อตั้ง Grombre ขึ้นมาเพราะว่าเธอไม่อาจได้รับการสนับสนุนและคำแนะนำได้จากที่ไหนสำหรับผู้หญิงที่มีผมหงอก

บัญชีอินสตาแกรมซึ่งมีผู้ติดตามถึงหนึ่งหมื่นคนนี้ชวนให้ผู้หญิงส่งรูปและแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

เคท ซึ่งอาศัยอยู่นครนิวยอร์ก บอกว่า ผู้หญิงอย่างเธอรู้สึกกดดันทุกวันที่จะต้องไม่ดูแก่ และต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่เธอจะไม่ทำเช่นนั้นอีกต่อไป และจะยอมรับตัวตนที่แท้จริงของเธอ

"คนชอบบอกว่า แน่ใจเหรอ? แล้วอาชีพการงานล่ะ? เธอยังเด็กอยู่เลย" เคท เล่า และบอกว่า สังคมต้องมีการวาดภาพผู้หญิงผมหงอกในทุก ๆ ช่วงอายุให้ดีกว่านี้

Side-by-side photographs of Martha showing off hair progress

ที่มาของภาพ, @Grombre

คำบรรยายภาพ, มาร์ธา ทรัสโลว์ สมิธ ก่อตั้ง Grombre ขึ้นมาเพราะว่าเธอไม่อาจได้รับการสนับสนุนและคำแนะนำได้จากที่ไหนสำหรับผู้หญิงที่มีผมหงอก

ผมหงอกคือสีบลอนด์ยุคใหม่

อย่างไรก็ตาม สีผมหงอกได้กลายมาเป็นเทรนด์แฟชั่นไปทั่วโลก ซึ่งเป็นผลมาจากนักร้องดังอย่าง เลดี้ กาก้า และอะรีอานา กรานเด

ช่างทำสีผมชื่อดังอย่าง ริตา ฮาซาน ซึ่งเคยทำสีผมให้กับนักร้องอย่างบียอนเซ่ และมารายห์ แครีย์ บอกว่าร้านทำผมในลักษณะเดียวกับร้านเธอได้รับคำขอจากลูกค้าให้ย้อมผมเป็นสีเทาเงินและเทาขาวเป็นประกายแบบแพลตตินั่มมากขึ้น

เรเชล กิบสัน หรือที่รู้จักกันในชื่อ Hair Historian บนโลกโซเชียลมีเดีย บอกว่า ในขณะที่เทรนด์สีผมตามบุคคลผู้มีชื่อเสียงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การหมกมุ่นกับการดูเด็กเป็นเรื่องที่เพิ่งมีมาไม่นานนี้

ในอดีต ผมหงอกถูกมองสัญลักษณ์ของสติปัญญาและความรู้ ตลอดศตวรรษที่ 18 การใส่วิกออกเทาขาวเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่กลุ่มคนชั้นสูงในยุโรป และมุมมองนี้ยังคงอยู่ในบางที่มาจนทุกวันนี้

มีการใช้ส่วนผสมย้อมสีผมมาตั้งแต่ยุคอียิปต์และโรมันโบราณแล้ว แต่การย้อมผมในรูปแบบใหม่เพิ่งจะเริ่มต้นในศตวรรษที่ 20 เท่านั้นเอง แต่เรเชลก็บอกว่าในยุคนั้น การย้อมผมไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงดี ๆ จะทำกัน เพราะมันดูเหมือนว่าคนย้อมผมจะเป็นพวกหลงใหลในความงามจนเกินเหตุ

Miss Clairol vintage advert

ที่มาของภาพ, Shutterstock

อย่างไรก็ตาม ในยุค 50 ภาพลักษณ์ของ "แม่บ้านผู้สมบูรณ์แบบ" ได้แพร่หลายไปอย่างกว้างขวาง และแบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามต่าง ๆ ก็เริ่มวางตลาดผลิตภัณฑ์ย้อมผมที่ปลอดภัยและสามารถทำเองได้ที่บ้าน โดยมีกลุ่มผู้หญิงที่อยากจะดูอ่อนเยาว์เป็นกลุ่มเป้าหมาย และอีกไม่กี่ทศวรรษหลังจากนั้น ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายก็เริ่มออกวางขายบ้าง

"คนยุคเบบี้บูมเมอร์มักจะไม่ยอมให้ตัวเองดูแก่ชรา เหมือนกับคนรุ่นพ่อแม่ของเขา" ราเชลอธิบาย

โอบรับรากเหง้าของเรา

ศ.เดสมอน โทบิน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสีผมและสีผิว ที่มหาวิทยาลัยแบรดฟอร์ดในสหราชอาณาจักร อธิบายว่าเป็นเรื่องปกติที่คนยุโรปจะเริ่มมีผมหงอกเมื่ออายุ 20 ต้น ๆ และผลวิจัยชี้ว่า คนที่มีลักษณะกายภาพต่างกันจะมีอัตราการแก่ตัวต่างกันด้วย คนแอฟริกันและเอเชียตะวันออกมีแนวโน้มที่จะมีผมหงอกช้ากว่า นอกจากนี้ ยังมีผลการวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่า นอกจากปัจจัยเรื่องฮอร์โมนและความเครียดที่มีผลต่อการสร้างผมแล้ว แนวโน้มเรื่องพันธุกรรมก็มีผลเรื่องผมหงอกและหัวล้านเช่นกัน

Shelli lies on a bed with her long hair splayed and grey visible at front

ที่มาของภาพ, Shelli Gillis

คำบรรยายภาพ, เชลลี กิลลิส เชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงในสื่อจะมีผลสำคัญในการช่วยให้ผู้หญิงรู้สึกมั่นใจมากขึ้นที่จะมีผมหงอก

ในขณะที่ผู้ชายอาจรับเรื่องการเริ่มมีผมหงอกได้ง่าย ๆ เหมือนจอร์จ คลูนีย์ ที่ผมสีเทาเงินยิ่งเสริมบุคลิกให้เขา แต่ความเปลี่ยนแปลงนี้อาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้หญิง มาร์ธาบอกว่าอินสตาแกรม Grombre ช่วยให้เธอและผู้หญิงคนอื่น ๆ รับมือกับช่วงเวลายาก ๆ ได้

เชลลี กิลลิส ในวัย 46 ปี เชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงในสื่อจะมีผลสำคัญในการช่วยให้ผู้หญิงรู้สึกมั่นใจมากขึ้นที่จะมีผมหงอก

"ฉันคิดว่าเราจะเห็นผู้หญิงที่โอบรับกับความเปลี่ยนแปลงนี้มากขึ้นเมื่อเขาเห็นบุคคลที่เป็นตัวอย่าง เป็นแรงบันดาลใจว่าการเป็นแบบนี้ก็สวยได้" เชลลี กล่าว "สิ่งที่ฉันบอกกับคนอื่น ๆ คือ ฉันรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มันยาก แต่จุดหมายปลายทางก็ดูคุ้มค่าสำหรับฉัน"