เกาหลีใต้ตั้งอดีตผู้บริหารซัมซุงเป็นทูตเวียดนาม ผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

เกาหลีใต้ แต่งตั้งนายคิม โด-ฮยุน ผู้บริหารระดับสูงของ ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ บริษัทต่างชาติที่ลงทุนมากที่สุดในเวียดนาม เป็นเอกอัครราชทูตประจำเวียดนาม ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าอาจสร้างปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างบริษัทเอกชนและรัฐบาลได้

นายคิม เป็นหนึ่งใน 19 เอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ในบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายที่ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (29 เม.ย.)

ก่อนหน้านี้ เขาเป็นข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่ในอิหร่าน รัสเซีย ยูเครน และโครเอเชีย ก่อนจะลาออกจากราชการเมื่อปี 2013 เพื่อเข้าดูแลด้านการประสานงานทั่วโลกของซัมซุง จนในปี 2017 ได้รับตำแหน่ง ผู้บริหารด้านการขายผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือทั้งหมดของซัมซุง ในต่างประเทศ

"นี่เป็นการแต่งตั้งที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนได้" กลุ่มรณรงค์ภาคประชาสังคมกล่าวในคำให้สัมภาษณ์ตามรายงานของ ไฟแนนเชียลไทมส์ พร้อมระบุว่า "เขาอาจเลือกผลประโยชน์ของบริษัทเอกชน ก่อนผลประโยชน์ของรัฐ"

ด้านกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า นายคิม "เคยทำงานให้ทั้งภาคราชการ และเอกชน จึงแต่งตั้งให้เป็นเอกอัครราชทูตประจำเวียดนาม เพราะเล็งเห็นความเชี่ยวชาญ เราเชื่อว่าเขาจะทำหน้าที่ใหม่ในฐานะข้าราชการได้ดี"

ปัจจุบัน ซัมซุง เป็นบริษัทต่างชาติรายใหญ่ที่สุดที่ลงทุนในเวียดนาม โดยมีโรงงานผลิตโทรศัพท์มือถือสองแห่ง ที่เป็นฐานการผลิตโทรศัพท์มือถือเพื่อส่งขายทั่วโลก และจ้างงานราว 100,000 คน

อย่างไรก็ตาม ซัมซุงถูกวิจารณ์ว่า สภาพการทำงานในโรงงานทั้งสองแห่งไม่ได้มาตรฐานด้านสาธารณสุขและความปลอดภัย ซึ่งทางซัมซุงปฏิเสธข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ได้เรียกร้องให้ซัมซุงชี้แจงเกี่ยวกับรายงานที่ระบุว่า มีพนักงานโรงงานที่เวียดนาม ถูกข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมาย หากนำข้อมูลเกี่ยวกับสภาพการทำงานออกมาเปิดเผย

ส่วนเมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา รายงานร่วมที่จัดทำโดยไอเพน ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่ขึ้นต่อรัฐบาลของสวีเดน และศูนย์วิจัยเรื่องเพศ ครอบครัว และสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาของเวียดนาม อ้างว่ามีพนักงานหญิงจากโรงงานของซัมซุง ต้องทำงาน 8-12 ชั่วโมง จนมีปัญหาสุขภาพ เช่น หน้ามืด เวียนหัว และแท้งบุตร รวมถึงมีพนักงานที่ไม่ได้รับเอกสารคู่สัญญาการจ้างงานตามที่กฎหมายเวียดนามกำหนด

ด้านซัมซุง ปฏิเสธข้อกล่าวหาในรายงานดังกล่าว โดยระบุว่า การดำเนินงานของทางบริษัทในเวียดนาม มีมาตรฐานตามกฎหมายท้องถิ่นและกฎหมายระหว่างประเทศ

เมื่อต้นปีนี้ ประธานาธิบดีมุน แจ อิน ของเกาหลีใต้เคยให้สัญญาว่า จะปฏิรูประบบการทำธุรกิจแบบครอบครัว ที่ให้สมาชิกถือหุ้นในกลุ่มบริษัทต่าง ๆ

แต่นางนา ฮยุนปิล จากโคเรียนเฮาส์ ฟอร์ อินเตอร์เนชันแนล โซลิดาริตี ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ออกมาประท้วงการแต่งตั้งนายคิม กล่าวว่า "เรารู้สึกว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีมูน แจอิน ไม่ได้ใส่ใจเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยบริษัทต่าง ๆ ที่ไปเปิดกิจการในต่างประเทศ... และ เขาแต่งตั้งคนของซัมซุง เป็นเอกอัครราชทูตประจำเวียดนาม"