You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
"ลูวินสกี" กล่าวโทษคลินตัน ใช้อำนาจแสวงหาความสัมพันธ์ทางเพศ
นางสาวโมนิกา ลูวินสกี อดีตนักศึกษาฝึกงานผู้มีสัมพันธ์ทางเพศอื้อฉาวกับอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน เมื่อกว่า 20 ปีก่อน เขียนบทความลงในนิตยสารวานิตี้แฟร์ โดยระบุว่า แม้ความสัมพันธ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นด้วยความยินยอมพร้อมใจของเธอเอง แต่อดีตผู้นำสหรัฐฯ มีส่วนผิดอย่างมาก เพราะใช้อำนาจในทางที่มิชอบอย่างไร้ความละอาย เพื่อแสวงหาความสัมพันธ์ทางเพศกับหญิงสาวที่อ่อนประสบการณ์
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อนางสาวลูวินสกีมีอายุได้ 22 ปี และเป็นประเด็นที่สื่อทั่วโลกให้ความสนใจอย่างยิ่งตลอดช่วงปี 1998-1999 หลังอดีตประธานาธิบดีคลินตันยอมรับว่า "มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดทางกายที่ไม่เหมาะสม" กับนางสาวลูวินสกีจริง เหตุการณ์นี้ยังทำให้อดีตประธานาธิบดีคลินตันถูกสมาชิกรัฐสภายื่นถอดถอนออกจากตำแหน่งอีกด้วย แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ
นางสาวลูวินสกี ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 44 ปี ได้รับเชิญจากนิตยสารวานิตี้แฟร์ให้เขียนบทความดังกล่าว เพื่อสะท้อนส่วนหนึ่งของกระแสการรณรงค์ต่อต้านการคุกคามล่วงเกินทางเพศ หรือที่รู้จักกันในชื่อของขบวนการ #MeToo โดยเธอบอกว่าตนเองต้องตกเป็นเหยื่อของการรังเกียจกีดกันจากสังคมอย่างหนัก หลังเรื่องอื้อฉาวดังกล่าวถูกเปิดเผยออกไป จนแพทย์วินิจฉัยว่าเธอมีอาการผิดปกติจากความเครียดหลังประสบเหตุสะเทือนใจ (PTSD)
แม้นางสาวลูวินสกี จะยังคงยืนยันในบทความนี้ว่า ความสัมพันธ์กับอดีตประธานาธิบดีคลินตันเกิดขึ้นด้วยความยินยอมพร้อมใจของเธอเอง แต่เขาและเธอก็มีสถานะที่แตกต่างกันในเชิงอำนาจอยู่มาก ตัวเธอนั้นมีความเข้าใจต่อผลที่จะเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ครั้งนี้น้อยมาก และสุดท้ายต้องมานั่งเสียใจกับเรื่องดังกล่าวอยู่ทุกวัน
"ความหมายของคำว่า "ยินยอมพร้อมใจ" ในพจนานุกรมน่ะหรือ ? ก็คือการอนุญาตให้บางอย่างเกิดขึ้น แต่คำว่าบางอย่างนี้ก็กินความรวมไปถึงหลายเรื่อง เช่นพลวัตรของอำนาจ ตำแหน่งของเขา และอายุของฉันด้วย เขาเป็นเจ้านายของฉันและชายผู้ทรงอำนาจที่สุดในโลก แถมยังมีอายุมากกว่าฉัน 27 ปี น่าจะมีประสบการณ์ชีวิตมามากพอที่จะรู้ดีกว่าฉันด้วยซ้ำ" นางสาวลูวินสกี ระบุในบทความดังกล่าว
นับตั้งแต่นางสาวลูวินสกี ปรากฏตัวต่อสาธารณชนอีกครั้งในปี 2014 เธอได้อ้างมาตลอดว่าตนเองคือเหยื่อของการกลั่นแกล้งรังแกทางไซเบอร์คนแรก และได้ออกรณรงค์ต่อต้านในเรื่องนี้มาโดยตลอด เธอยังเขียนในบทความว่ารู้สึกยินดีและซาบซึ้งใจอย่างมากที่มีสมาชิกของขบวนการ #MeToo เข้ามาแสดงความเห็นอกเห็นใจเธอ และว่าตนเองคงจะไม่โดดเดี่ยวหากมีขบวนการนี้ตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงหลายคนเห็นว่ากรณีของนางสาวลูวินสกีไม่เข้าข่ายการคุกคามล่วงเกินทางเพศโดยผู้มีอิทธิพลแต่อย่างใด