เปิดแฟ้มประวัติศาสตร์ การปฏิวัติรัสเซีย

คำบรรยายวิดีโอ, 4 เรื่องน่าทึ่งของอดีตสหภาพโซเวียต

เดือนพฤศจิกายนปี 2017 เป็นเดือนแห่งการครบรอบ 100 ปี การปฏิวัติรัสเซีย ซึ่งนอกจากจะเป็นเหตุการณ์สำคัญยิ่งทางประวัติศาสตร์เหตุการณ์หนึ่งแล้ว ยังเป็นต้นกำเนิดของระบบการเมืองใหม่ที่เรียกว่าคอมมิวนิสต์

เกิดอะไรขึ้นในการปฏิวัติรอบแรกในปี 1917?

เป็นเวลาราว 300 ปี ที่รัสเซียอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์โรมานอฟอันทรงอำนาจ ทว่าพระเจ้าซาร์ นิโคลัส ที่ 2 ซึ่งปกครองรัสเซียในขณะนั้น ถูกมองว่าเป็นจักรพรรดิที่เลวร้าย

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ได้เกิดการจลาจลครั้งใหญ่ทั่วเมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ชาวเมืองต่างแค้นเคืองที่ต้องอยู่อย่างอดอยาก

Tsar Nicholas II sits with his family - his wife, Tsarina Alexander, leans on the back of his chair and his children sit around him

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สมาชิกราชวงศ์โรมานอฟ จากซ้ายไปขวา โอลก้า, มารี, พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2, จักรพรรดินีอเล็กซานดรา, อนาสตาเซีย, อเล็กซี และทาเทียน่า ถ่ายไว้ไม่นานก่อนเกิดการปฏิวัติปี 1917

พระเจ้าซาร์ นิโคลัส ที่ 2 ตัดสินพระทัยว่า ทรงไม่อาจปกครองรัสเซียได้อีกต่อไป เพราะเหล่าทหารจำนวนมากไม่ปฏิบัติตามบัญชาของพระองค์ที่ให้ควบคุมจลาจล และทรงสละราชสมบัติ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ซึ่งถือเป็นจุดจบของราชวงศ์โรมานอฟ

ในขณะนั้นมีประชาชนจำนวนหนึ่งเรียกร้องให้จัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลขึ้นปกครองประเทศ

สำหรับชาวรัสเซียแล้วพวกเขาหวังว่าเมื่อราชวงศ์โรมานอฟพ้นไปแล้ว จะสามารถลืมตาอ้าปากและได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม ทว่า รัฐบาลเฉพาะกาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาอีกหลายด้านที่ค้างคาได้ และนำไปสู่การปฏิวัติอีกเป็นครั้งที่ 2 ในเดือนตุลาคม

หากมองในหลาย ๆ แง่ ถือได้ว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งที่ 2 นี้ มีความสลักสำคัญมากกว่าครั้งแรก เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของระบอบการเมืองที่ไม่เคยมีการทดลองใช้มาก่อน นั่นก็คือระบอบคอมมิวนิสต์ ซึ่งมีผู้นำคนแรกคือนายวลาดิเมียร์ เลนิน

นายวลาดิเมียร์ เลนิน รู้ดีว่าชนชาวรัสเซียระทมทุกข์มากน้อยเพียงใด เขาประกาศนโยบายแก้ปัญหาหลายอย่าง ภายใต้สโลแกน สันติภาพ ขนมปัง และแผ่นดิน ที่ทำให้เขากลายเป็นที่นิยมในหมู่ชน

A man examines three colour portraits of Vladimir Lenin

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การปฏิวัติครั้งที่ 2 เป็นจุดเริ่มต้นของระบอบคอมมิวนิสต์ ซึ่งมี นายวลาดิเมียร์ เลนิน เป็นผู้นำคนแรก

เหตุแห่งการปฏิวัติ?

มีเหตุผลอยู่หลายประการ ส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องกับการบริหารปกครองประเทศในขณะนั้น

ชาวรัสเซียจำนวนมากรู้สึกว่าชีวิตเต็มไปด้วยความยากลำบากและไม่เป็นธรรม พวกเขารู้สึกได้ว่าคนกลุ่มน้อยที่ร่ำรวยและทรงพลังนั้นมีทุกสิ่งทุกอย่าง แต่หมู่คนยากจนกลับสิ้นไร้ทรัพย์สิน ชาวบ้านรู้สึกด้วยว่าพระเจ้าซาร์ไม่ได้พยายามนำความเป็นธรรมมาสู่ปวงชน

และเพื่อให้เข้าใจถึงเหตุการณ์ในช่วงปี 1917 ได้ถ่องแท้มากขึ้น เราอาจต้องย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นในปี 1905

วันอาทิตย์ทมิฬ (Bloody Sunday)

ในปี 1905 ชาวบ้านไปรวมตัวกันประท้วงต่อต้านพระเจ้าซาร์ นิโคลัส ที่ 2 ที่ด้านนอกพระราชวังฤดูหนาวในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และเรียกร้องสิทธิที่พึงมี รวมทั้งให้ดูแลความเป็นอยู่และสภาพการจ้างงาน

แม้การประท้วงครั้งนั้นจะดำเนินไปอย่างสงบ แต่กลุ่มผู้ประท้วงกลับถูกกองกำลังรักษาพระองค์ทำร้าย เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นที่จดจำในประวัติศาสตร์รัสเซียว่าเป็นเหตุการณ์วันอาทิตย์ทมิฬ

Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพถ่ายทอดการชุมนุมประท้วงอย่างสงบในวันอาทิตย์ทมิฬ (Bloody Sunday)

ชาวบ้านจำนวนมากพากันตำหนิว่าพระเจ้าซาร์ทรงสั่งให้ทำร้ายประชาชน ดังนั้นเพื่อเรียกความไว้วางใจจากประชาชนกลับคืนมา พระเจ้าซาร์ทรงจัดตั้งสภาดูมาขึ้น ทำหน้าที่ดูแลประชาชนให้ได้รับความเป็นธรรมและมีพลังมากขึ้น

อย่างไรก็ดี องค์จักรพรรดิมิได้รักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ และทรงสั่งยุติการทำหน้าที่ของสภาดูมา เมื่อองค์กรแห่งนี้ดำเนินการในสิ่งที่ไม่ทรงปรารถนา ในเวลาเดียวกัน สภาดูมาเองก็มีอำนาจอยู่เพียงน้อยนิด

สงคราม ความยากจนและความหิวโหย

ตลอดเวลา 10 ปี จากนั้น รัสเซียภายใต้การปกครองของพระเจ้าซาร์ นิโคลัส ที่ 2 ยังตกอยู่ในห้วงแห่งปัญหา

ในปี 1914 เยอรมนีประกาศสงครามกับรัสเซีย นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งขยายวงกว้าง หลายชาติประกาศตัวเข้าร่วม

ในส่วนของรัสเซียนั้นสูญเสียกองทหารไปจำนวนมาก และต้องพ่ายแพ้ในการสู้รบหลายสมรภูมิ ในขณะที่กองกำลังขาดแคลนทั้งเสบียงและยุทโธปกรณ์

ในรัสเซียเองชาวบ้านต้องเผชิญกับความอดอยาก หิวโหย ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเหน็บและราคาอาหารที่พุ่งสูงลิ่ว ไม่นับรวมปัญหาอื่น ๆ อีกหลายประการ

Picture shows the Tsarina and Tsar standing together on the left, and a still of Rasputin on the right.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 และจักรพรรดินีอเล็กซานดรา (ภาพซ้าย) และกริกอรี รัสปูติน (ภาพขวา) บุรุษลี้ลับจากไซบีเรีย ผู้มีอิทธิพลต่อราชวงศ์โรมานอฟของรัสเซีย

ขณะนั้นพระเจ้าซาร์ตัดสินพระทัยที่จะเป็นผู้นำทัพไปสู้รบในแนวหน้า โดยมอบให้พระมเหสี ซารินา อเล็กซานดรา เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แต่การตัดสินพระทัยดังกล่าวไม่ได้รับการขานรับจากประชาชน เพราะซารินา อเล็กซานดรา ทรงมีเชื้อสายเยอรมันซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าพึงใจของชาวรัสเซีย

นอกจากนี้พระนางยังถูกมองว่าตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของรัสปูติน บุรุษลึกลับที่เข้าไปมีอิทธิพลในราชวงศ์โรมานอฟ โดยรัสปูตินนั้นเป็นที่ชังทั้งในหมู่คนยากจนและร่ำรวย

เกิดอะไรขึ้นหลังรัสเซียปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์?

หลังจากคอมมิวนิสต์กุมอาจการปกครองในรัสเซียแล้ว รัสเซียและอีกหลายชาติภายใต้การปกครองได้รับการเรียกชื่อใหม่ว่าเป็นสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต (The Union Soviet Socialist Republics-USSR) หรือที่รู้จักกันว่าสหภาพโซเวียต

ในยุคนั้นถือได้ว่ารัสเซียมีอำนาจและบทบาทสำคัญต่อภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก โดยหลังจากการปฏิวัติเมื่อเดือนตุลาคม หลายชาติรวมทั้งจีน เกาหลีเหนือและคิวบา ต่างหันมายึดแนวทางการปกครองแบบคอมมิวนิสต์

A picture of Vladimir Lenin behind a standard showing the communist symbol

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ค้อนและเคียว สัญลักษณ์ของลัทธิคอมมิวนิสต์ สื่อถึงกลุ่มชนชั้นแรงงาน

ตลอดช่วงเวลาดังกล่าวชาติคอมมิวนิสต์และประเทศอื่น ๆ อาทิ สหรัฐฯ ก็มีความบาดหมางกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ความตึงเครียดทางการเมืองและการทหารที่เกิดขึ้นนั้น นำโลกให้อยู่ในภาวะสงครามเย็น เป็นเวลายาวนาน จนกระทั่งยุติลงในปี 1991

ขณะที่การคงอยู่ของสหภาพโซเวียตในฐานะชาติคอมมิวนิสต์ดำรงอยู่ในปี 1922 จนถึงปี 1991 ปัจจุบันรัสเซียปกครองด้วยระบอบสาธารณรัฐ มีผู้นำคือประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน