แว่นหนาเตอะ ส้นเตี้ย และผมไม่บลอนด์ เคล็ดลับก้าวหน้าในอาชีพการงานของผู้หญิง?

EILEEN CAREY

ที่มาของภาพ, EILEEN CAREY

    • Author, ซาราห์ บัคลีย์ & อามีเลีย บัทเทอลี
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซี

ไอลีน แครีย์ อายุเพียง 30 ต้น ๆ แต่มีตำแหน่งหน้าที่การงานเป็นถึงประธานกรรมการบริหารผู้ประสบความสำเร็จคนหนึ่งแห่งซิลิคอนวัลเลย์ เธอสวมแว่นสายตาและมีผมสีน้ำตาลเข้ม แต่นี่ไม่ใช่รูปลักษณ์ของเธอในอดีต

"ฉันย้อมผมครั้งแรกเพราะผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในแวดวงธุรกิจเงินร่วมลงทุนแนะนำมา" แครีย์เล่า ผู้หญิงคนนั้นยังแนะเธอด้วยว่านักลงทุนจะรู้สึกสบายใจเวลาพูดคุยกับผู้หญิงผมสีน้ำตาลเข้มมากกว่าสีบลอนด์ และคนมักรู้จำภาพลักษณ์ประธานกรรมการบริหารหญิงที่ผมสีน้ำตาลเข้มมากกว่าด้วย แครีย์เลยตัดสินใจย้อมผมตอนที่จะไปร่วมงานระดมทุนงานหนึ่ง

ทฤษฎีการรู้จำแบบเป็นทฤษฎีที่ชี้ว่าคนเรามักจะมองหาประสบการณ์ที่คุ้นเคย หรือผู้คนที่ตนรู้สึกคุ้นชิน ซึ่งช่วยให้สบายใจมากขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับสิ่งที่อาจถือว่าเป็นความเสี่ยงที่ต้องพบเจอ

แครีย์ เล่าอีกว่าตอนเธอมีผมสีบลอนด์ คนชอบบอกว่าเธอหน้าเหมือนเอลิซาเบธ โฮล์มส์ ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทเธอร์รานอส บริษัทเทคโนโลยีด้านสุขภาพซึ่งเป็นที่รู้จักจากอุปกรณ์ทดสอบเลือดต้นทุนต่ำ และตกเป็นประเด็นถกเถียงเมื่อปีที่แล้ว

"ผมสีน้ำตาลเข้มช่วยให้ฉันดูแก่ขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันต้องการเพราะฉันรู้สึกว่ามันจะทำให้คนปฏิบัติกับฉันอย่างจริงจังมากขึ้น" แครีย์บอก เธอเล่าด้วยว่านอกจากสีผมแล้ว แครีย์ยังเลิกใส่คอนแทคเลนส์มาสวมแว่นสายตาแทน เลือกใส่เสื้อผ้าที่ไม่รัดรูป และเป็นแนวกึ่ง ๆ ผู้ชาย ผู้หญิง

แครีย์ เป็นเจ้าของบริษัทสตาร์ทอัพชื่อกลาสเบรคเกอร์ ซึ่งผลิตซอฟต์แวร์ที่บริษัทต่าง ๆ นำไปใช้ในงานด้านทรัพยากรมนุษย์ โดยมีเป้าหมายในการดึงดูดกลุ่มบุคลากรที่มีความหลากหลายและสร้างพลังให้พวกเขาเหล่านั้น เธอเองพบว่ามีผู้หญิงผมบลอนด์ที่ตั้งใจย้อมผมเป็นสีน้ำตาลเข้มตอนที่มาสัมภาษณ์เพื่อเข้าทำงานที่บริษัทของเธอเป็นจำนวนมาก

EILEEN CAREY

ที่มาของภาพ, EILEEN CAREY

"เราคุยกันเรื่องความคลั่งไคล้สาวผมบลอนด์ ตัวฉันเองตอนที่มีผมสีบลอนด์ คนในบาร์มักจะเข้ามาจีบมากกว่า ซึ่งก็ไม่ต่างจากคนอื่น" แครีย์ บอกด้วยว่าการจะประสบความสำเร็จในวงการเทคโนโลยีนั้น เธอต้องทำตัวให้เป็นจุดสนใจน้อยที่สุดโดยเฉพาะ "ในทางเพศ"

"ฉันอยากให้คนมองฉันว่าเป็นผู้นำทางธุรกิจ ไม่ใช่วัตถุทางเพศ และบ่อยครั้งที่คนในวงการนี้ยังล้ำเส้นไปมาระหว่างสองสถานะนี้อยู่"

แต่ถึงอย่างนั้น แครีย์บอกว่ายังพบเห็นเรื่องราวที่ผู้หญิงถูกคุกคามทางเพศทั้งในที่ทำงานหรือที่สาธารณะ ในแวดวงเทคโนโลยีที่เธอทำงานอยู่ก็เช่นกัน เธอยกตัวอย่างตอนไปงานเลี้ยงสำหรับผู้บริหารบริษัทซอฟต์แวร์แห่งหนึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ พนักงานเสิร์ฟค็อกเทลแต่งตัวเป็นนางฟ้า ซึ่งเธอเห็นว่าการให้พนักงานเสิร์ฟแต่งตัวแบบนี้ไม่เหมาะสมและไม่เป็นมืออาชีพเอาเสียเลย

แครีย์บอกว่าแม่ของเธอมีอิทธิพลอย่างมากต่อมุมมองในเรื่องความเป็นชาย เป็นหญิง และประเด็นเรื่องเพศโดยรวม เรียกได้ว่าทั้งแม่และป้าของเธอเป็นนักสตรีนิยมในยุค 80

"แม่ฉันไว้ผมสั้น ไม่เคยแต่งหน้า ไม่ใส่ส้นสูง และไม่ใส่ชุดหญิง ๆ แม่เป็นอย่างนั้นตลอด" แครีย์บอก และตัวเธอเองจากที่เคย

เข้าร้านเสริมสวยเพื่อทำผม ทำเล็บ ตอนนี้เธอไม่ต่างจากแม่คือเลือกสวมเสื้อผ้าที่ใส่แล้วรู้สึกสบายเวลาทำงานไม่ต้องเมื่อยกับการสวมส้นสูงหรือคิดเรื่องแต่งหน้าไปทำงาน

แครีย์ บอกด้วยว่าการจะประสบความสำเร็จในวงการเทคโนโลยีนั้น เธอต้องทำตัวให้เป็นจุดสนใจน้อยที่สุดโดยเฉพาะ "ในทางเพศ"

ที่มาของภาพ, LAUREN HEPLER

คำบรรยายภาพ, แครีย์ บอกด้วยว่าการจะประสบความสำเร็จในวงการเทคโนโลยีนั้น เธอต้องทำตัวให้เป็นจุดสนใจน้อยที่สุดโดยเฉพาะ "ในทางเพศ"

แครีย์บอกด้วยว่าเธอไม่ได้ถูกบังคับให้ทำตัวหรือมีภาพพจน์เป็นหญิงมาตั้งแต่เด็ก ๆ อย่างที่คนที่เติบโตมาในครอบครัวหัวเก่าเป็นกัน ซึ่งถือว่าเป็นโชคดีของเธอ

ทุกวันนี้เรื่องเพศภาพและอคติทางเพศเป็นประเด็นที่ทำให้บริษัทในวงการเทคโนโลยีหลายราย ทั้งอูเบอร์หรือกูเกิล ตกเป็นข่าวคราว ซึ่งแครีย์เห็นว่าพนักงานต้องไม่ลืมว่าตัวเองมีสิทธิ์เลือกว่าตัวเองจะทำงานที่ไหน การพยายามจะเปลี่ยนวัฒนธรรมในบริษัทใดบริษัทหนึ่งเป็นเรื่องที่ยาก และอาจทำให้พนักงานโดนคุกคามกลับจนเป็นฝ่ายเจ็บเสียเอง

"คุณต้องเป็นความเปลี่ยนแปลงที่คุณอยากจะเห็นมันเกิดขึ้นในโลกใบนี้เสียเอง นั่นอาจจะหมายถึงการสละชีวิตส่วนตัวไปกับคดีความการฟ้องร้องว่ามีการเลือกปฏิบัติ มันน่าเสียดายค่ะที่คุณต้องทำอย่างนั้นหากอยากจะเป็นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ไม่อย่างนั้นก็เลือกไปทำงานในที่ ๆ คุณจะประสบความสำเร็จ

บริษัทไหนที่ไม่สนับสนุนผู้หญิง ไม่เปิดกว้างให้ผู้หญิงมีบทบาทในฐานะผู้นำ บริษัทเหล่านั้นก็จะไม่ประสบความสำเร็จในระยะยาว

"ดูที่จำนวนคน ดูผู้บริหาร คุยกับผู้หญิงที่ทำงานในบริษัทนั้น ๆ ถ้าดูแล้วว่าไม่ใช่สถานที่ที่คุณจะได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ ก็อย่าไปทำงานที่นั่น" แครีย์ให้แนะนำ