You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
อดีต ผอ.เอฟบีไอเตรียมสอบทรัมป์ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม
หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กำลังถูกสอบสวนโดยนายโรเบิร์ต มุลเลอร์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม
รายงานนี้ อ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ที่ไม่เปิดเผยชื่อรายหนึ่ง ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ข่าวกรอง 3 ราย ตอบตกลงจะเข้าให้ปากคำกับ อดีตผอ.เอฟบีไอ ประกอบด้วย นายแดเนียล โคตส์ ผอ.สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ นายไมค์ โรเจอร์ส ผอ.สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ และนายริชาร์ด เลดเจต์ รอง ผอ.สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ โดยคาดว่าอาจเป็นในสัปดาห์หน้า
ที่ผ่านมา นายมุลเลอร์ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบการไต่สวนข้อกล่าวหาว่ารัสเซีย แทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปีก่อน และความเป็นไปได้ที่จะมีส่วนเชื่อมโยงกับประธานาธิบดีทรัมป์ แต่เจ้าตัวปฏิเสธมาโดยตลอด และเรียกการไต่สวนนี้ว่าเป็น "การล่าแม่มด"
แต่เมื่อวันพุธ (14 มิ.ย.) หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ อธิบายในรายงานว่าการตัดสินใจของนายมุลเลอร์ ที่จะหันไปสอบสวนประธานาธิบดีทรัมป์ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เพราะที่ผ่านมาการสอบสวนเน้นที่แง่มุมของรัสเซียเป็นหลัก
เจ้าหน้าที่ที่ไม่เปิดเผยชื่อรายเดิมยังระบุด้วยว่า การสอบสวนประธานาธิบดีทรัมป์ ในกรณีการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม เริ่มขึ้นตั้งแต่เขาสั่งปลดนายเจมส์ โคมีย์ อดีต ผอ.เอฟบีไอ เมื่อวันที่ 9 พ.ค. โดยก่อนออกคำสั่งดังกล่าว ประธานาธิบดีทรัมป์ได้พยายามขอคำยืนยันเป็นการส่วนตัวกับนายโคมีย์ว่าเขาไม่ได้กำลังถูกสอบสวน
ขณะที่นายโคมีย์ กล่าวว่า ประธานาธิบดีพยายามขอให้เขาเลิกสอบสวนนายไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติด้วย
สำหรับนายฟลินน์ ถูกสั่งปลดออกจากตำแหน่ง เมื่อเดือน ก.พ. หลังจากไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดการติดต่อสื่อสารกับนายเซอร์เกย์ คิสเซิลยัค เอกอัครราชทูตรัสเซีย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งทางทำเนียบขาวได้ออกมาปฏิเสธว่าประธานาธิบดีไม่ได้พยายามกดดันนายโคมีย์
นี่เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่มืดมิดหรือไม่
บทวิเคราะห์ โดย แอนโธนี ซูร์เชอร์ ผู้สื่อข่าว บีบีซี ภูมิภาคอเมริกาเหนือ ระบุว่า นายโคมีย์เคยพูดเป็นนัยมาแล้ว คนวงในรัฐบาลก็สงสัยมาแล้ว และขณะนี้หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ได้นำมารายงานจากข้อมูลของแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังถูกทีมพิเศษสอบหาข้อเท็จจริงกรณีขัดขวางกระบวนการยุติธรรม
แน่นอนว่าประธานาธิบดีทรัมป์ จะยืนยันว่าการสอบสวนหาความเชื่อมโยงระหว่างทีมหาเสียงของเขากับรัสเซีย เป็นเรื่องหลอกลวงที่ทางพรรคเดโมแครต และสื่อที่ไม่เป็นมิตรร่วมมือกันจัดทำขึ้น ส่วนข้ออ้างกรณีขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ก็ไม่ที่มาที่ชัดเจน
คำถามคือจะเกิดอะไรขึ้น หากนายมุลเลอร์พบว่าประธานาธิบดีละเมิดกฎหมาย โดยกระทำการอันขัดขวางต่อกระบวนการยุติธรรม จะมีการแจ้งข้อหาเพื่อเอาผิดได้หรือไม่ หรือขึ้นอยู่กับสภาผู้แทนราษฎร กระบวนการทางกฎหมายเหล่านี้ยังไม่ได้ถูกพูดถึงมาก่อน
แต่หากรายงานของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ถูกต้องตามข้อมูลจริง นี่อาจจะกำลังเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่มืดมิดได้
ขณะนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังไม่ได้ตอบโต้รายงานข่าวล่าสุดของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ แต่ทีมกฎหมายของประธานาธิบดี ออกมาตอบโต้ด้วยอารมณ์โกรธ โดยนายมาร์ก โคราลโล โฆษกของนายมาร์ค คาโซวิตส์ ทนายความของประธานาธิบดี กล่าวว่า "การที่เอฟบีไอนำข้อมูลเกี่ยวกับประธานาธิบดีไปปล่อยให้รั่วไหล เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ ยกโทษให้ไม่ได้ และผิดกฎหมาย"