You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ภาพ “เดอะสครีม” อาจได้แรงบันดาลใจจากเมฆหายาก
นักวิทยาศาสตร์นอร์เวย์ชี้ ศิลปินผู้วาดภาพดัง "เดอะสครีม" (The Scream) หรือ "เสียงกรีดร้อง" อาจได้แรงบันดาลใจจากการพบเห็นกลุ่มเมฆหายากชนิดหนึ่ง
นักวิทยาศาสตร์นอร์เวย์เสนอแนวคิดใหม่ว่าศิลปินผู้วาดภาพดัง "เดอะสครีม" (The Scream) หรือ "เสียงกรีดร้อง" ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก อาจได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน จากการได้เห็นกลุ่มเมฆหายากชนิดหนึ่ง
ดร. เฮเลียนเนอ มูรี จากมหาวิทยาลัยออสโลชี้ว่า พื้นหลังของภาพเดอะสครีมที่เป็นท้องฟ้าสีสันสดใสและเป็นแถบคล้ายคลื่นนั้น มีลักษณะคล้ายกับปรากฏการณ์กลุ่มเมฆโคตรไข่มุก (Mother of Pearl Clouds) หรือเมฆสีมุก ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่หาพบได้ยาก และสร้างความประทับใจอย่างยิ่งให้แก่ผู้ที่พบเห็นเป็นครั้งแรกได้
กลุ่มเมฆโคตรไข่มุกนั้น จัดอยู่ในกลุ่มของเมฆชั้นสตราโตสเฟียร์แถบขั้วโลกประเภทที่สอง ซึ่งบางครั้งเรียกกันว่าเมฆเนครีอุส (Nacreous Clouds) ก่อตัวที่ระดับความสูง 15-20 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก โดยกระแสอากาศเย็นในฤดูหนาวซึ่งมีอุณหภูมิติดลบ 80-85 องศาเซลเซียส ได้พัดพาเอาความชื้นที่พอเหมาะจากเทือกเขาขึ้นไปยังชั้นบรรยากาศสตราโทสเฟียร์ ทำให้เกิดผลึกน้ำแข็งที่มีขนาดเล็กเพียงหนึ่งไมโครเมตรขึ้น ซึ่งจะช่วยหักเหและกระจายแสงอาทิตย์ช่วงรุ่งอรุณและขณะลับขอบฟ้ายามเย็นให้มีสีสันแปลกตา
ดร. มูรีกล่าวว่า แม้ชาวนอร์เวย์ทั่วไปในปัจจุบันจะรู้จักและทราบถึงข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มเมฆโคตรไข่มุกเป็นอย่างดี แต่ในยุคสมัยของศิลปินผู้วาดภาพเดอะสครีม ซึ่งถูกวาดขึ้นเมื่อปี 1892 นั้น ปรากฏการณ์นี้ยังไม่สู้เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายนัก โดยเอ็ดวาร์ด มุนช์ ศิลปินผู้วาดภาพดังกล่าวได้บันทึกเหตุการณ์ที่เขาเห็น "กลุ่มเมฆสีเลือด" ไว้ในสมุดบันทึกประจำวันของเขาว่ามันทำให้เขาตัวสั่นเทาด้วยความกลัวและได้ยินเสียงกรีดร้องดังจากธรรมชาติรอบข้าง
ก่อนหน้านี้ เชื่อกันว่าเอ็ดวาร์ด มุนช์ ได้แรงบันดาลใจในการวาดภาพเดอะสครีม จากการได้เห็นกลุ่มเมฆประหลาดบนท้องฟ้า ซึ่งเป็นผลมาจากการระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟกรากะตัวในอินโดนีเซียเมื่อ 9 ปีก่อนหน้านั้น แต่ดร. มูรีชี้ว่ากลุ่มเมฆในภาพมีความคล้ายคลึงกับกลุ่มเมฆโคตรไข่มุกมากกว่า โดยในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกจะทำให้เราพบเห็นกลุ่มเมฆแปลกประหลาดเช่นนี้ได้บ่อยครั้งขึ้น