You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
สหรัฐฯ เตรียมปล่อยจรวดแบบใช้งานซ้ำ
บริษัท สเปซเอ็กซ์ ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ เตรียมภารกิจปล่อยจรวดฟอลคอน ที่มีความพิเศษเนื่องจากสามารถใช้งานซ้ำได้
ตามปกติแล้ว จรวดที่ใช้ส่งยานอวกาศจะใช้งานได้ครั้งเดียว โดยชิ้นส่วนต่าง ๆ จะถูกปลดทิ้งเมื่อนำดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรโลกเรียบร้อยแล้ว แต่ สเปซเอ็กซ์ ซึ่งมีประสบการณ์นำจรวดกลับมาลงจอดบนโลกได้อย่างปลอดภัย กำลังจะนำจรวดเครื่องเดิมกลับมาใช้ในงานส่งยานอวกาศอีกครั้ง
ช่วงเวลาสำหรับการปล่อยยาน จากศูนย์อวกาศเคนเนดี้ ในรัฐฟลอริด้า จะเริ่มตอน 18.27 น. ตามเวลาท้องถิ่น (04.27 น. เวลาไทย)
ดาวเทียม เอสอีเอส-10 ที่จะนำส่งในครั้งนี้ เป็นของบริษัท เอสอีเอส ประเทศลักเซมเบิร์ก มีน้ำหนัก 5.3 ตัน ผลิตในสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสโดยบริษัทแอร์บัส จะทำหน้าที่ให้บริการช่องสัญญาณสื่อสารและโทรทัศน์ ในคาบสมุทรแคริบเบี้ยน รวมถึงอเมริกากลางและอเมริกาใต้
สำหรับภารกิจวันนี้ ชิ้นส่วนของจรวดฟอลคอนที่จะถูกนำมาใช้งานซ้ำ คือส่วนล่างหรือส่วนขับเคลื่อนที่ 1 เท่านั้น แต่ส่วนที่เหลือซึ่งใช้งานในการขับเคลื่อนขั้นที่ 2 และส่วนบรรทุกดาวเทียมเป็นวัสดุใหม่ทั้งหมด
เมื่อ 11 เดือนที่แล้ว จรวดขับเคลื่อนขั้นที่ 1 ชิ้นนี้ ถูกส่งขึ้นจากรัฐฟลอริด้า เพื่อบรรทุกสัมภาระไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจในอวกาศ จรวดก็ขับเคลื่อนด้วยระบบนำร่องอัตโนมัติ กลับมาลงจอดบนฐานลอยน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติก
หลังจากนั้น ทีมของสเปซเอ็กซ์ ได้ใช้เวลาหลายเดือน เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด และประกาศว่าจรวดยังอยู่ในสภาพที่นำกลับมาใช้งานได้
อย่างไรก็ตาม กำหนดการปล่อยจรวดเมื่อเดือนตุลาคมต้องถูกเลื่อน เนื่องจากเกิดเหตุจรวดอีกลำของสเปซเอ็กซ์ ระเบิดที่แท่นปล่อยเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว
การนำชิ้นส่วนจรวดกลับมาใช้ใหม่ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของสเปซเอ็กซ์ เพื่อลดต้นทุนการส่งสัมภาระไปอวกาศ และเอสอีเอส ก็ได้รับส่วนลดค่าใช้จ่ายในการปล่อยดาวเทียม ถึง 62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2,140 ล้านบาท)
แต่นอกจากต้นทุนแล้ว ตารางเวลาการปล่อยจรวดยังเป็นอีกปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมขนส่งดาวเทียมสื่อสารไปยังวงโคจรโลก โดยทุกวันนี้ ทางเลือกยังถูกจำกัดอยู่แค่ 3 บริษัทใหญ่เท่านั้น และเมื่อใดที่บริษัทหนึ่งมีปัญหา เช่น กรณีที่เกิดกับสเปซเอ็กซ์ เมื่อเดือนกันยายน ตารางในการปล่อยดาวเทียมก็จะยิ่งแน่นขึ้น
มาร์ติน ฮาลลิเวลล์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคนิคของเอสอีเอส กล่าวกับบีบีซีว่า 'เงินทุนไม่ใช่ประเด็นเดียว แต่ยังมีคำถามที่ว่า ความสามารถในการนำกลับมาใช้ใหม่จะช่วยให้ค่าใช้จ่ายถูกลงหรือไม่ ซึ่งผมหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น แต่สำหรับเราแล้ว ปัญหาคือการมีหนทางปล่อยดาวเทียม'
สำหรับการปล่อยดาวเทียมเอสอีเอส-10 ทางบริษัทฯ รอมาถึง 6 เดือน เนื่องจากไม่มีทางเลือกที่เร็วกว่านี้ ซึ่งฮาลลิเวลล์ หวังว่าการมีจรวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ จะช่วยให้มีตารางปล่อยดาวเทียมที่ยืดหยุ่นได้มากขึ้น โดยในปีนี้ เอสอีเอส กำลังพยายามจะส่งดาวเทียมอีก 10 ดวงขึ้นสู่วงโคจร และอีก 4 ดวงในวงโคจรระดับกลาง โดยภารกิจต่อไป หลังจากวันนี้ คาดว่าจะถูกเลื่อน เนื่องจากการประท้วงผละงานในประเทศเฟรนช์ กีอานา ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานปล่อยจรวดอาเรียนสเปซ
การเปลี่ยนจากจรวดแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ถือเป็นก้าวที่ยาวไกลของอุตสาหกรรมอวกาศ โดยก่อนหน้านี้ ระบบขนส่งอวกาศของนาซ่า ที่ใช้ถังเชื้อเพลิงแห้งแบบประกบข้างยาน ซึ่งจะดีดตัวออกแล้วร่อนกลับลงสู่พื้นโลกด้วยร่มชูชีพ เพื่อให้นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ก็ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ไม่คุ้มค่ากับต้นทุนการซ่อมบำรุงหลังจากขึ้นบินแต่ละครั้ง
สเปซเอ็กซ์ หวังว่า จรวดฟอลคอน 9 ที่ออกแบบมาให้เรียบง่าย จะเป็นทางออกเพื่อการพานิชย์ที่ใช้งานได้จริง โดยเชื่อว่าเทคโนโลยีการใช้งานถังเชื้อเพลิงซ้ำ จะช่วยให้เดินทางไปกลับระหว่างโลกและอวกาศได้รวดเร็วขึ้น
ผู้ประกอบการรายอื่น ที่กำลังก้าวขึ้นมาแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้ยังรวมถึง เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งบริษัทอะเมซอน ซึ่งประสบความสำเร็จมาแล้ว 5 ครั้งกับการปล่อยและร่อนลงจอด ของระบบแคปซูลขนส่งและจรวดสำหรับวงโคจรระดับต่ำที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยขณะนี้ นายเบซอส มีแผนจะพัฒนาจรวดสำหรับวงโคจรมาตรฐาน ชื่อนิวเกลนน์ ด้วย
ส่วนบริษัท ยูไนเต็ด ลอนช์ อัลไลแอนซ์ ซึ่งรับหน้าที่ขนส่งอวกาศด้านกลาโหมของอเมริกาเป็นส่วนใหญ่ กำลังอยู่ในขั้นตอนออกแบบยานอวกาศใหม่ ที่ส่งเครื่องยนต์กลับมายังโลกได้โดยใช้ร่มชูชีพ
หลังจากปล่อยยานในวันนี้ สเปซเอ็กซ์จะพยายามนำจรวดขับเคลื่อนขั้นที่ 1 กลับมาลงจอดที่ฐานลอยน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติกอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยให้วิศวกรของบริษัท ได้เก็บข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับความคงทนของชิ้นส่วนและระบบของจรวดฟอลคอนด้วย