จีนปรับโฉมสื่อโฆษณาชวนเชื่อยุคดิจิทัล

ที่มาของภาพ, AP
จีนดำเนินความพยายามแต่ล้มเหลวมาหลายปี ที่จะทำให้คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจเรื่องการเมือง แต่ขณะนี้หันมาใช้วิธีการใหม่ ๆ ดึงดูดใจคนเหล่านี้ได้
การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน ที่จัดขึ้นในเดือนมีนาคมของทุกปี ถือเป็นงานรวมตัวทางการเมืองที่ใหญ่ที่สุด แต่ที่ผ่านมากลับไม่ค่อยเป็นที่สนใจของชาวจีนทั่วไป
ใครที่เคยไปเมืองจีน คงจะคุ้นตากับป้ายโฆษณาชวนเชื่อ ที่ติดตั้งทุกหนแห่ง ตั้งแต่ถนนฉางอัน ในกรุงปักกิ่ง ไปจนถึงตรอกแคบ ๆ ตามต่างจังหวัด
เท่าที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์จีน ถูกคนจำนวนมากมองว่าใช้สื่อเผยแพร่ข้อความและหลักคำสอนทางการเมืองที่ราบเรียบน่าเบื่อ เช่น ภาพหมึกสีขาว บนป้ายโฆษณาสีแดง ที่สื่อคำพูดที่ทั้งยาวและฝืด รวมถึงสโลแกนและปรัชญาทางการเมืองอันล้าสมัย
แต่พอฐานของการโฆษณาชวนเชื่อถูกเปลี่ยนจากกระดาษ ไปเป็นจอแอลอีดี รัฐบาลจีนก็มีลูกเล่นใหม่ออกมา โดยความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งก็คือภาพยนตร์ประกอบเพลง 'สือซานอู่' หรือแผนดำเนินงาน 5 ปีฉบับที่ 13 ซึ่งออกมาเมื่อปี 2015 เพื่อสื่อถึงกลยุทธ์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้คนรุ่นใหม่เข้าใจ

ที่มาของภาพ, WORKSHOP ON FUXING ROAD
ภาพยนตร์แอนิเมชั่นประกอบเพลงที่มีวงต่างประเทศมาร้องเพลงภาษาอังกฤษ กลายเป็นคลิปติดอันดับในสื่อสังคมที่คนรุ่นใหม่พูดถึง พากันแชร์ และยังฝึกร้องตามด้วย
ปีนี้ จะมีกลยุทธ์แบบนี้ออกมาให้เห็นอีกในรูปแบบของเพลงแร็พ ชื่อว่า 'มาย ทู เซสชั่นส์ มาย เซย์' (My Two Sessions, My Say) ผลิตโดยหนังสือพิมพ์พีเพิลส์ เดลี่ ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เสนอภาพความยิ่งใหญ่ในขณะที่คณะตัวแทนการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน และคณะที่ปรึกษาด้านการเมืองแห่งชาติ เดินทางถึงที่ประชุมพร้อมด้วยวาระการทำงานเพื่อประชาชน

ที่มาของภาพ, PEOPLE'S DAILY
เพลงแร็พนี้เต็มไปด้วยวลีเด็ด หยิบยกปัญหาทางสังคมขึ้นมาพูดถึง อย่างข้อร้องเรียนของประชาชนถึงความขี้เกียจของบรรดาข้าราชการ แต่ก็ชี้ว่าข้อข้องใจทุกข้อจะได้รับคำตอบ และยังโต้กลับแนวคิดที่ว่าการประชุมนี้ เป็นเพียงที่ประชุมสภาตรายาง
เสียงสะท้อนที่ออกมาทางหน้าสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ใช้รายหนึ่ง กล่าวว่า "ว้าว แม้กระทั่งพีเพิลส์ เดลี่ ที่มีค่านิยมแบบเก่า ก็เริ่มแร็พแล้ว" แต่ก็มีผู้ไม่เห็นด้วยกล่าวว่า "ไม่ใช่ตัวแทนของฉัน ไม่ใช่การประชุมสภาประชาชนของฉัน ฉันไม่เคยได้ออกเสียง" ส่วนอีกรายกล่าวว่า "ตัวแทนเหล่านี้เป็นใคร ฉันไม่ได้ลงคะแนนให้พวกเขา"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ในช่วงก่อนหน้าการประชุม สภาแห่งรัฐของจีนได้เผยแพร่ วิดีโอในลักษณะข่าวที่นำเสนอสิ่งที่เป็นความต้องการของชาวบ้าน และภาพการสัมภาษณ์ดาราที่คัดเลือกมาอย่างระมัดระวัง เช่น หู เว่ยเว่ย นักธุรกิจผู้ก่อตั้งแอพแชร์จักรยานไฟฟ้า ที่ประสบความสำเร็จและโด่งดังในสื่ออินเทอร์เน็ตของจีน ที่ออกมาพูดว่าก่อนหน้านี้เคยรู้สึกว่ารายงานของที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน ดูแปลกและไกลตัว
ส่วนอีกชิ้นหนึ่งเป็นการสัมภาษณ์ เก้อ หยู นักแสดงจีน ที่พูดว่า อยากรู้แนวทางแก้ปัญหามลภาวะทางอากาศ
ทั้งหมดนี้ เป็นข้อความที่สะท้อนความกังวลและความรู้สึกที่แท้จริงของชาวจีนทั่วไป

ที่มาของภาพ, STATE COUNCIL
ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์รายหนึ่ง ให้ความเห็นว่า "ให้คะแนนเต็มกับทีมประชาสัมพันธ์ที่อยู่เบื้องหลัง ถ้ารัฐบาลพูดอย่างนี้ตั้งแต่แรก ก็คงจะยอมฟัง"
โฆษณาชวนเชื่อยังขยายไปถึงกลุ่มในแอปพลิเคชัน WeChat ซึ่งเป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของจีนด้วย

เมื่อกดรับคำเชิญของที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน ผู้ใช้จะถูกเพิ่มชื่อเข้าไปในกลุ่มที่มีนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง และรัฐมนตรี รวมถึงตัวแทนข้าราชการเป็นสมาชิกกลุ่ม
แม้ทั้งหมดจะเป็นแค่การจำลองบทสนทนา แต่ก็ทำให้ผู้ใช้ได้เห็นการพูดคุย ระหว่างชาวจีนทั่วไปกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ

"แนวคิดการพูดคุยในกลุ่มเดียวกับผู้นำประเทศ เป็นเรื่องที่ดีมาก" นี่คือความเห็นทางหน้าสื่อสังคมออนไลน์ จากผู้ใช้หลายคนที่ได้ทดลอง "รู้สึกเหมือนได้คุยจริง ๆ ชอบมาก"
แต่ผู้ที่วิจารณ์หลายคนก็กล่าวว่า "ทั้งหมดเป็นของปลอม ซึ่งเป็นเครื่องเตือนว่า เราจะไม่มีทางได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้นำ หรือผู้แทนในการประชุมอย่างตรงไปตรงมาในลักษณะนี้"
อย่างไรก็ตาม การรณรงค์นี้ถูกวางแผนให้ครอบคลุมคนทุกกลุ่มที่ใช้สื่อดิจิทัลอย่างไม่เคยมีมาก่อน และแม้กระทั่งชาวต่างชาติ ก็ได้รับการว่าจ้างมาช่วยงาน ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจีนหวังว่าชาวต่างชาติ จะช่วยดึงดูดคนดูต่างชาติด้วย

ที่มาของภาพ, CHINA DAILY
ในวิดีโอเผยแพร่ข้อมูลชิ้นหนึ่ง ชาวอังกฤษที่ชื่อเคร็ก แปลงกายเป็นตุ๊กตาของเล่นตัวเล็ก อยู่บนโต๊ะทำงาน ซึ่งเขาเดินอธิบายข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน อยู่ท่ามกลางปฏิทินและหนังสือ 'การปกครองจีน' (The Governance of China) ซึ่งเขียนโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง
นักวิจารณ์กล่าวว่า นี่เป็นโฆษณาชวนเชื่อแบบเดิม ๆ เพียงแต่หันมาใช้ฐานสื่อใหม่
แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่จะริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ จากรัฐบาลจีนและสื่อของรัฐ เพื่อดึงดูดสาธารณชน บนฐานสื่อซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ประชาชนชื่นชอบ และจีนก็น่าจะสามารถอ้างสำเร็จได้อย่างหนึ่งว่า อย่างน้อยก็ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาพูดถึงการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีนได้ ทั้งที่ 5 ปีก่อนหน้านี้แทบจะไม่มีใครสนใจเลย

ที่มาของภาพ, Reuters








