ศาลเกาหลีใต้เริ่มพิจารณาคดีคอร์รัปชันของทายาทซัมซุง

นายลี แจ-ยอง

ที่มาของภาพ, Getty Images

ศาลเกาหลีใต้เริ่มการพิจารณาคดี นายลี แจ-ยอง รองประธานกรรมการ และทายาทบริษัทซัมซุง ในข้อหาคอร์รัปชัน ซึ่งรวมถึงติดสินบน และยักยอกเงิน

ในวันแรกนี้ นายลี ไม่ได้ปรากฏตัวในการไต่สวนมูลฟ้อง แต่ทนายความของนายลี เข้าให้การแทน โดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งคดีนี้ มีส่วนเชื่อมโยงกับกรณีทุจริตอื้อฉาวที่นำไปสู่กระบวนการถอดถอนประธานาธิบดี ปัก กึน-เฮ ออกจากตำแหน่งด้วย

ด้านผู้บริหารซัมซุงอีก 4 คน ที่กำลังถูกดำเนินคดี ได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาเช่นกัน คาดว่าการพิจารณาครั้งนี้จะกินเวลาหลายเดือน

นายลี แจ-ยอง

ที่มาของภาพ, EPA

ข้อกล่าวหานายลี

นายลี หรือที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า เจ วาย ลี มีตำแหน่งเป็นรองประธานกรรมการ ของบริษัทซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ และนับตั้งแต่นาย ลี คุน-ฮี บิดา ล้มป่วยจากภาวะหัวใจวายเมื่อปี 2014 เขาก็ถูกมองว่าเป็นผู้นำตัวจริงของกลุ่มบริษัทซัมซุงทั้งหมด

นายลี ถูกกล่าวหาว่า มอบเงินบริจาค 41 พันล้านวอน (1.26 พันล้านบาท) ให้กับมูลนิธิไม่หวังผลกำไรที่ดำเนินการโดย นางชเว ซุน ซิล เพื่อนสนิทของประธานาธิบดีปัก

อัยการกล่าวหาว่า นี่เป็นการกระทำเพื่อหวังผลตอบแทนในรูปของการสนับสนุนจากรัฐบาลสำหรับโครงการปฏิรูปครั้งใหญ่ของซัมซุง ซึ่งจะช่วยให้การถ่ายโอนอำนาจเป็นไปในทางที่เอื้อประโยชน์ต่อนายลีอย่างราบรื่น

ซัมซุง

ที่มาของภาพ, AP

ในการไต่สวนของรัฐสภา ซัมซุง ยอมรับว่าได้มอบเงิน 20.4 พันล้านวอน (626,000 ล้านบาท) ให้กับมูลนิธิสองแห่ง แต่ระบุว่าไม่ได้ทำเพื่อหาผลประโยชน์

นายลี ยืนยันด้วยว่า ทางบริษัทฯ ได้มอบม้า 1 ตัว กับเงินสดจำนวนหนึ่ง เพื่อสนับสนุนอาชีพนักขี่ม้าแข่งของ ชุง ยู รา บุตรสาวของนางชเว ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอนนี้เขารู้สึกเสียใจที่ได้ทำไป

ตำแหน่งทางการเมืองของประธานาธิบดีปัก เริ่มสั่นคลอนเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว จากการถูกเปิดโปงความสัมพันธ์กับนางชเว ซึ่งรวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการที่ น.ส.ปัก ให้เพื่อนซึ่งไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับราชการเข้ามาปรับแก้สุนทรพจน์ โดยกรณีอื้อฉาวนี้ ทำให้รัฐสภาของเกาหลีใต้มีมติถอดถอน น.ส.ปัก เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งคาดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมาในเร็ว ๆ นี้ ว่าจะรับรองมติจากการลงคะแนนของรัฐสภาให้เธอพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีหรือไม่ และจนกว่าจะถึงเวลานั้น นางปักก็ยังคงเป็นประธานาธิบดีอยู่ เพียงแต่ไม่มีอำนาจในการบริหารประเทศ

ส่วนนางชเว กำลังต่อสู้คดีซึ่งรวมถึงคดีคอร์รัปชัน และการใช้อำนาจบีบบังคับผู้อื่น โดย น.ส.ปัก ที่แม้จะปฏิเสธการกระทำผิด แต่ก็ได้ออกมาขอโทษต่อการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับนางชเว ซึ่งก็ปฏิเสธข้อกล่าวหาการกระทำผิดกฎหมายอาญาเช่นกัน