You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
สภาผู้แทนฯ สหราชอาณาจักร เห็นชอบ กม.เบร็กซิท แล้ว
สภาผู้แทนราษฎรสหราชอาณาจักร เทคะแนนเห็นชอบ 494 ต่อ 122 เสียง ในการพิจารณาร่างกฎหมายเบร็กซิท ก่อนส่งต่อให้สภาขุนนางพิจารณา
ก่อนที่นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ของสหราชอาณาจักร จะสามารถใช้สิทธิตามมาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอน เพื่อเริ่มเจรจาถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) อย่างเป็นทางการได้ ภายในเดือนมีนาคม 2560 นี้ ร่างกฎหมายเบร็กซิทจำเป็นจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาของสหราชอาณาจักร ซึ่งประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎร (House of Commons) และสภาขุนนาง (House of Lords) เสียก่อน
แม้ร่างกฎหมายเบร็กซิทจะผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว แต่ก็ทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นภายในพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคแกนนำของฝ่ายค้าน โดยนายไคล์ฟ ลูอิส รัฐมนตรีเงากระทรวงธุรกิจ ที่เป็นหนึ่งใน 52 ส.ส. ที่ไม่ยอมรับมติของพรรคที่ให้สนับสนุนกฎหมายเบร็กซิท ได้ประกาศลาออกจากคณะรัฐมนตรีเงา ในช่วงที่ ส.ส. เริ่มการลงคะแนนรอบสุดท้าย โดยเขากล่าวว่า "ด้วยความรู้สึกผิดชอบ ผมไม่สามารถลงคะแนนให้กับสิ่งที่ในที่สุดแล้ว เชื่อว่าจะทำร้ายเมืองที่ผมได้รับเกียรติให้มาเป็นตัวแทน เมืองที่ผมรักและเรียกว่าเป็นบ้าน"
ด้านนายเจเรอมี่ คอร์บิน หัวหน้าพรรคแรงงาน กล่าวว่า เข้าใจว่าการลงคะแนนนี้ สร้างความลำบากให้กับ ส.ส. บางคน แต่ก็ได้ออกคำสั่งให้สนับสนุนการใช้สิทธิตามมาตรา 50 เพราะทางพรรคจะไม่ขัดขวางการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป
ด้านนางไดแอน แอ็บบอท รัฐมนตรีเงากระทรวงมหาดไทย ซึ่งไม่ได้มาลงคะแนนในรอบแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้ลงคะแนนสนับสนุนร่างกฎหมายเบร็กซิทในรอบนี้ และกล่าวกับบีบีซีว่าเธอเอง "มีข้อแคลงใจหลายประการเกี่ยวกับเบร็กซิทในแบบพรรคอนุรักษ์นิยม" และคาดการณ์ว่า สหราชอาณาจักร "จะเสียใจกับเรื่องนี้" แต่ก็กล่าวเสริมว่า "ดิฉันเป็นสมาชิกที่ภักดีต่อคณะรัฐมนตรีเงา และต่อนายเจเรอมี่ คอร์บิน"
สำหรับการลงคะแนนครั้งนี้ มี ส.ส.พรรคแรงงานที่โหวตต้านร่างกฎหมายเบร็กซิท เพิ่มขึ้น 5 คนจากครั้งที่ผ่านมา ขณะที่นายเคน คลาร์ก อดีตรัฐมนตรีคลัง เป็นสมาชิกจากพรรคอนุรักษ์นิยมเพียงคนเดียว ที่ลงคะแนนไม่เห็นชอบกับร่างกฎหมายที่มี 2 มาตรานี้
ด้านนายเดวิด เดวิส รัฐมนตรีต่างประเทศด้านกิจการเบร็กซิท ได้ออกมาขานรับสิ่งที่เขาเรียกว่า "การลงคะแนนครั้งประวัติศาสตร์" และกล่าวว่า "ถึงเวลาแล้วที่ทุกคน ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะลงคะแนนในประชามติอย่างไร ต้องหันมาร่วมมือกันเป็นหนึ่งเดียว ให้กับงานสำคัญ อย่างความสำเร็จของประเทศของเรา"
ส่วนขั้นตอนต่อไป ร่างกฎหมายเบร็กซิท จะถูกนำขึ้นอภิปรายในสภาขุนนาง ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งแหล่งข่าวในรัฐบาลกล่าวกับนางสาวลอร่า คุนส์เบิร์ก บรรณาธิการข่าวการเมืองของบีบีซีว่า "ถ้าสมาชิกสภาขุนนาง ไม่อยากโดนสาธารณชนออกมาเรียกร้องให้ล้มเลิกสภาขุนนาง ก็ต้องทำงานและปกป้องประชาธิปไตยโดยผ่านร่างกฎหมายนี้"
ก่อนหน้านี้ ร่างกฎหมายฯ ได้รอดพ้นความพยายามที่จะปรับแก้ถ้อยคำ และเพิ่มเงื่อนไขต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงข้อเสนอของนางแฮร์เรี้ยต ฮาร์แมน ส.ส.พรรคแรงงาน ที่ต้องการปกป้องสิทธิการมีถิ่นที่อยู่ในสหราชอาณาจักรของพลเมืองอียู ซึ่งถูกคัดค้านตกไป ด้วยคะแนน 332 ต่อ 290 เสียง
อย่างไรก็ตาม เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ รัฐมนตรีเงากระทรวงเบร็กซิท ยืนยันว่า พรรคแรงงานจะ "ค่อยๆ บั่นทอน" แผนของรัฐบาล เพื่อผลักดันข้อยกเว้นในเรื่องการเข้าถึงตลาดร่วมโดยปราศจากภาษี รวมถึงอนาคตของระบบภาษีของสหราชอาณาจักรด้วย ส่วนนางแคโรไลน์ ฟลินท์ อดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลพรรคแรงงาน กล่าวว่า ต้องมีการจัดระเบียบบริหารเรื่องคนเข้าเมือง เนื่องจาก "ผลประโยชน์สุทธิ ไม่ได้ถูกกระจายออกไปในประเทศอย่างเป็นธรรม" ซึ่งนางโจอันน่า เชอร์รี่ โฆษกด้านกระบวนการยุติธรรมจากพรรคแห่งชาติสก็อตแลนด์ เตือนว่า รัฐบาลจะต้องเผชิญกับ "ข้อเรียกร้องทางกฎหมายจำนวนมาก" ถ้าไม่ดูแลสิทธิของพลเมืองอียูที่อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักร ก่อนจะเริ่มเจรจาเบร็กซิท
ด้านนายเดวิด โจนส์ รัฐมนตรีเบร็กซิท กล่าว "ย้ำอีกครั้ง" ว่ารัฐบาลรับรู้ ถึงความสำคัญอย่างใหญ่หลวงของประเด็นเกี่ยวกับสิทธิของพลเมืองอียู และจะดูแลเรื่องนี้ "โดยให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ" นอกจากนี้ ก็เรียกร้องให้ ส.ส.ทุกคนถอนคำแปรญัตติ ร่างกฎหมายเบร็กซิท เพื่อให้ "เราสามารถเริ่มกระบวนการถอนตัว" ออกจากสหภาพยุโรปได้