รัฐใหญ่ในอินเดียตั้ง “กระทรวงความสุข” เพื่อ “สร้างรอยยิ้มให้ทุกคน”

ที่มาของภาพ, PRAKASH HATVALNE
แม้ว่าจะเป็นหนึ่งในประเทศที่ยังมีประชาชนจำนวนมากอาศัยอยู่ใต้เส้นแบ่งความยากจน แต่อินเดียก็ยังไม่ละทิ้งการให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพจิต โดยล่าสุดกระทรวงความสุขซึ่งเพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ได้จัดโครงการส่งเสริม 'สัปดาห์แห่งความสุข' ขึ้นที่รัฐมัธยประเทศ ในลักษณะงานรื่นเริง มีการละเล่นเกมต่างๆ ตลอดทั้งสัปดาห์ เพื่อให้คนในหมู่บ้านทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุได้มีความุสขกันถ้วนหน้า
งาน 'สัปดาห์แห่งความสุข' ในรัฐที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอินเดีย ซึ่งมีประชากรกว่า 70 ล้านคนนี้ จัดโดยรัฐบาลพรรคบีเจพี โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่รัฐส่งเสริมเพื่อ 'สร้างรอยยิ้มให้กับทุกคน' ซึ่ง โสพิธ ตรีพาธี ผู้ดำเนินงานอาวุโสของคณะกรรมการระดับรัฐ กล่าวว่า 'โทรทัศน์และโทรศัพท์มือถือทำให้คนยุคนี้คนปิดตัวเองและเอาตัวเองเป็นที่ตั้งมากขึ้น ซึ่งเรากำลังพยายามให้คนออกมานอกบ้าน เพื่อร่วมกันแบ่งปันความสุขและลืมความกังวลในชีวิต'

ที่มาของภาพ, PRAKASH HATVALNE

การคิดบวก
โครงการที่ก่อตั้งขึ้นโดยกระทรวงความสุขนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดของ นายชิวรัช ซิงห์ เชาฮัน มุขมนตรีรัฐมัธยประเทศ อายุ 57 ปี ซึ่งอยู่ในตำแหน่งมา 3 สมัยแล้ว โดยเขาเชื่อว่า รัฐสามารถช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพจิตที่ดีได้
สถาบันแห่งความสุขที่เขาตั้งขึ้น มีหน้าที่ 'พัฒนาเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวกับความสุข' และสร้าง 'ระบบนิเวศน์ที่ช่วยให้ประชาชนตระหนักถึงศักยภาพของความเป็นอยู่ที่ดีจากภายใน' โดยมีแผนจะดำเนินงานประมาณ 70 โครงการ และพัฒนาดัชนีความสุขในระดับรัฐด้วย

ที่มาของภาพ, PRAKASH HATVALNE

ที่มาของภาพ, PRAKASH HATVALNE
นายเชาฮัน ที่เคยเป็นอาจารย์ด้านปรัชญาในสถาบันท้องถิ่น ก่อนที่จะมาประสบความสำเร็จในงานด้านการเมืองกล่าวว่า เขาคิดมานานแล้วว่าจะ 'นำความสุขมาสู่ชีวิตประชาชนได้อย่างไร' จนในที่สุด เขาก็เกิดความคิดขึ้นมาว่ารัฐบาลควรจะหาโครงการมาส่งเสริมให้ประชาชน 'คิดบวก' อย่างไรก็ตาม บางรายงานระบุว่า เขาเกิดความคิดนี้ขึ้นมาเพราะมีกูรูชื่อดังรายหนึ่งชี้ทางให้
แม้นายเชาฮันจะกล่าวว่า บางครั้งคนเรามีความสุขมากกว่าขณะอยู่ 'ท่ามกลางความยากจน แทนที่จะเป็นความร่ำรวย' แต่ก็ยังมีข้อสงสัยว่าประชาชนจะมีความสุขมากกว่าหรือไม่ หากรัฐจะจัดหาบริการพื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีภาพลักษณ์ของการดูแลประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม เนื่องจากรัฐมัธยประเทศ ยังเป็นหนึ่งในรัฐที่ยากจนที่สุดของอินเดีย และแม้จะผลักดันภาคเกษตรกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และบริการสาธารณะ ให้ก้าวหน้าได้อย่างน่าประทับใจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีปัญหาท้าทายในเรื่องจำนวนประชากรที่ไม่รู้หนังสือ การขาดอาหาร และความยากจน
ความสุขที่อาศัยระบบราชการ
นายเชาฮัน ยอมรับว่า รัฐยังคงมีหน้าที่หลักในการจัดหาอาหารและที่อยู่อาศัยให้ประชาชน แต่เขาก็เป็นห่วงปัญหาครอบครัวที่แตกแยก อัตราการหย่าร้างและจำนวนคนโสดที่เพิ่มขึ้น โดยโทษว่าเป็นเพราะความผิดปกติของชีวิตยุคใหม่และความทะเยอทะยานเกินจริง ทำให้เกิดความเครียดเกินไป และอัตราการฆ่าตัวตายสูง
โครงการส่งเสริมความสุขของรัฐมัธยประเทศนี้ รวมถึงการบรรจุหลักสูตรให้โรงเรียนต่างๆ มีชั่วโมงสอนโยคะ ศาสนา จริยธรรม และการทำสมาธิ โดยจะร่วมมือกับกูรู นักสังคมสงเคราะห์ และองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้อาจเปิดช่องให้เกิดประเด็นวิจารณ์ว่า รัฐบาลที่บริหารโดยพรรคฮินดูที่ยึดแนวคิดชาตินิยม กำลังพยายามปลูกฝังค่านิยมทางวัฒนธรรมในแบบของตัวเองหรือไม่

ที่มาของภาพ, AFP
แต่อิคบาล ซิงห์ บาอินส์ เจ้าหน้าที่อาวุโสในกระทรวงความสุขยืนยันว่า โครงการนี้ 'ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะใช้วิธีบริหารด้วยการออกคำสั่ง เพราะเรามอบความสุขให้ประชาชนไม่ได้ เพียงแต่สร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้มีความสุขได้ ซึ่งการค้นหาความสุขต้องเป็นเรื่องส่วนบุคคล รัฐมีหน้าที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเท่านั้น'
สำหรับความช่วยเหลือที่ว่านี้ มีอาสาสมัคร 25,000 ลงชื่อร่วมโครงการแล้ว โดยมีทั้งข้าราชการ ครู แพทย์ แรงงานก่อสร้าง และอีกหลายสาขาอาชีพ ที่จะมาร่วมดำเนินงานใน 51 เขตทั่วรัฐ ในจำนวนนี้ มี 90 คน ที่ผ่านการอบรมแล้ว
ความสุขไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ
อย่างไรก็ตาม รัฐมัธยประเทศไม่ใช่ที่แรกในโลก ที่พยายามจะเผยแผ่ความสุขให้ประชาชน ท่ามกลางคำวิจารณ์เกี่ยวกับบทบาทของรัฐในการเป็นนักปรัชญา ที่ปรึกษา และนักสอนศาสนา เมื่อ 3 ปีก่อน นายเชอริง ต็อบเกย์ นายกรัฐมนตรีภูฏาน ก็เคยพูดถึงความเคลือบแคลงในดัชนีความสุขโดยรวมแห่งชาติ หรือ Gross National Happiness Index ว่า เป็นแนวคิดที่ถูกใช้ปกปิดปัญหาคอร์รัปชั่นและมาตรฐานการครองชีพต่ำ นอกจากนี้ในปีพ.ศ.2556 รัฐบาลเวเนซุเอล่า ก็เคยตั้งกระทรวงความสุขขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ประเทศพ้นจากการเข้าสู่วิกฤตทางเศรษฐกิจและสังคมได้ ส่วนเมื่อปีที่แล้ว สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็ประกาศตั้งกระทรวงความสุข 'เพื่อสร้างความดี และความพอใจในสังคม' ด้วย

ที่มาของภาพ, AFP
นักสังคมศาสตร์หลายราย รวมถึงนายชิฟว์ วิศวานาธาน เชื่อว่า รัฐไม่มีสิทธิ์จะเข้ามายุ่งในงานด้านการเผยแพร่ความสุข เพราะความสุขไม่ไช่เรื่องเล่นๆ และมีความซับซ้อนในแง่การเชื่อมโยงกับเป้าหมายโดยรวม โดยเขากล่าวว่า 'รัฐไม่สามารถเข้ามาให้คำจำกัดความของการมีสุขภาพจิตที่ดีได้ เพราะรัฐไม่ควรยึดครองจิตสำนึกของประชาชน'
ความคิดดังกล่าว ตรงข้ามกับนายเชาฮัน มุขมนตรีรัฐมัธยประเทศ ซึ่งเคยทดลองส่งคำถาม 5 ข้อเกี่ยวกับระดับความสุข ไปให้รัฐมนตรีระดับรัฐ 24 คนของเขาตอบ โดยถ้าคนไหนได้น้อยกว่า 22 คะแนนแปลว่าไม่มีความสุข แต่จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีใครรู้คำตอบจากแบบสอบถามดังกล่าวเลย








