|
ประวัติบีบีซีไทย | |||||||||||||||||||||||||
ย้อนหลังไปหกทศวรรษเศษอันเป็นช่วงเวลาการถือกำเนิดของบีบีซีภาคภาษาไทย ตอนนั้นโลกกำลังตกอยู่ในภาวะสงครามขนาดใหญ่ที่สุดที่มีจุดเริ่มต้นจากใจกลางยุโรปแล้วลุกลามออกไปทั่วโลก สถานีวิทยุบีบีซีของประเทศอังกฤษซึ่งแต่เดิมออกอากาศแต่ภาษาอังกฤษ ก็ได้เริ่มออกอากาศภาษาต่างประเทศโดยเริ่มที่ภาษาอาหรับเป็นอันดับแรก แล้วก็ขยายตัวออกไปอีกหลายภาษาโดยเฉพาะภาษาของประเทศต่าง ๆ ในยุโรปที่รบพุ่งกัน แต่ความวิตกว่าภูมิภาคของโลกทางซีกเอเชียตะวันออกคงหลีกไม่พ้นภาวะสงครามที่ขยายวง ทำให้บีบีซีเริ่มเปิดบริการภาคภาษาฮินดูสถาน (ซึ่งต่อมาเรียกว่าแผนกภาษาฮินดีและอูร์ดู) ขึ้นเป็นอันดับแรก จากนั้นก็เปิดแผนกภาษาพม่าและแผนกภาษาไทยเป็นอันดับสาม ลุงอเล็คและสองเสนาะที่เคมบริดจ์ เช่นเดียวกันกับการกระจายเสียงภาษาต่างประเทศทั้งหลาย บีบีซีต้องหาบุคคลจากชาตินั้น ๆ มาเป็นผู้ประกาศ นาย Alec Adams เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษในยุคนั้นซึ่งต่อมาชาวคณะบีบีซีเรียกว่า 'ลุงอเล็ค' ซึ่งถึงแก่กรรมแล้ว เล่าประวัติความเป็นมาของการก่อตั้งแผนกภาษาไทยในบีบีซีว่า ตนถูกขอตัวให้ไปช่วยราชการที่กระทรวงข่าวสารเพราะว่าขณะนั้นกระทรวงต่างประเทศมีดำริให้บีบีซีออกอากาศเป็นภาษาไทย และสาเหตุที่ตนได้รับมอบหมายให้เข้ามาดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็เนื่องจากตนเคยทำหน้าที่ในแผนกกงสุลประจำอยู่ในประเทศไทย มีความคุ้นเคยกับคนไทยและมีความรู้ภาษาไทยบ้าง
จากการตรวจสอบกับหน่วยงาน Written Archive Centre ของบีบีซีพบว่าเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2483 มีหนังสือจากทูตอังกฤษในกรุงเทพฯ เรียกร้องให้มีการออกอากาศเป็นภาษาไทยจากกรุงลอนดอน และเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมปีเดียวกัน ก็มีเอกสารที่ระบุว่าการทรวงข่าวสารและกระทรวงต่างประเทศของอังกฤษ ประกาศตกลงให้มีการออกอากาศเป็นภาษาไทยสัปดาห์ละครั้ง โดยให้เป็นส่วนหนึ่งของ Empire Service หลังจากที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการหาผู้ประกาศชาวไทยมาทำงานให้แก่บีบีซี นาย อเล็ค อดัมส์ จึงไปขอคำปรึกษากับพระมนูเวทย์วิมลนาถ ทูตไทยประจำอังกฤษในขณะนั้นซึ่งได้รับความเห็นชอบแต่มีเงื่อนไขว่าเนื้อหาในการออกอากาศจะต้องรักษาความเป็นกลางอย่างเคร่งครัดและจะต้องไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมือง นักเรียนไทยสองคนที่นายอเล็ค อดัมส์ไปติดต่อให้มาทำงานเป็นผู้ประกาศก็คือนายเสนาะ ตันบุญยืน ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยตรีนิตี้ และนายเสนาะ นิลกำแหง ที่วิทยาลัยควีนส์ในมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ บุคคลทั้งสองได้ตอบรับมาทำงานให้แก่บีบีซี หลังจากการเตรียมการและฝึกซ้อมจนถึงวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2484 จึงได้มีการออกอากาศภาษาไทยจากกรุงลอนดอนเป็นครั้งแรก โดยใช้ห้องส่งที่อยู่ชั้นใต้ดินของอาคาร Broadcasting House ซึ่งตั้งอยู่ที่ Langham Palace ปัจจุบันอาคารแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุบีบีซีภาคบริการในประเทศ การออกอากาศครั้งแรกนี้มีนายอเล็ค อดัมส์เป็นผู้ดูแลและนายเสนาะ ตันบุญยืนเป็นผู้ออกอากาศคนแรก
นายเสนาะหรือที่ชาวบีบีซีเรียกด้วยความเคารพนับถือว่าอาจารย์เสนาะ ซึ่งปัจจุบันถึงแก่กรรมแล้วได้เคยเล่าถึงบรรยากาศในวันที่ออกอากาศเป็นครั้งแรกว่า ในวันนั้นเนื้อหาของรายการที่ออกอากาศเป็นประสบการณ์ส่วนตัวของตนซึ่งดั้นด้นเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากประเทศไทยมาศึกษาในประเทศอังกฤษ รูปแบบของรายการแรก ๆ นั้นก็มีลักษณะคล้าย 'จดหมายจากอังกฤษ' การออกอากาศเริ่มตั้งแต่เวลา 13.30 น. ถึง 13.45 น. ตามเวลาในประเทศอังกฤษ ซึ่งตรงกับเวลาค่ำในประเทศไทย ในช่วงแรกนั้น ภาคภาษาไทยออกอากาศเพียงสัปดาห์ครั้งทุกวันอาทิตย์ โดยผลัดกันออกอากาศระหว่างเสนาะทั้งสอง หนังสือพิมพ์ The Bangkok Times Weekly Mail ที่เป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษรายสัปดาห์ที่ตีพิมพ์ในประเทศไทย ฉบับวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2484 ได้รายงานล่วงหน้าว่าบีบีซีจะเริ่มออกอากาศภาษาไทยตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายนเป็นต้นไป ตั้งแต่เวลา 20.30 น. ถึง 20.45 น. ตามเวลาในประเทศไทย อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมาคือในวันที่ 28 เมษายน The Bangkok Times Weekly Mail ก็ตีพิมพ์ข้อความเป็นภาษาอังกฤษ เป็นสารจากนาย R.A.Butler รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษในขณะนั้น แสดงความยินดีที่บีบีซีเริ่มออกอากาศเป็นภาษาไทย ส่วนนายอเล็ค อดัมส์นั้น หลังจากดำเนินงานสำคัญในการจัดตั้งแผนกภาษาไทยเรียบร้อยแล้ว ก็หวนกลับไปทำงานที่กระทรวงต่างประเทศอังกฤษอีกครั้งหนึ่ง เมื่อญี่ปุ่นเปิดฉากโจมตีเพิร์ล ฮาร์เบอร์ นายอเล็ค อดัมส์ถูกส่งตัวไปทำงานด้านสงครามจิตวิทยาที่อินเดีย ทั้งนี้มีหลักฐานที่ Written Archive Centre ของบีบีซีระบุว่าเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2486 นายอเล็ค อดัมส์ มีหนังสือจากอินเดียถึงนาย A.F.N. Thavenot หัวหน้าแผนกภาษาไทยของบีบีซีที่ลอนดอนในเวลานั้นว่าผลการรับฟังรายการออกอากาศภาษาสยาม รับฟังได้ชัดเจนดีมาก ในเวลาต่อมา 'ลุงอเล็ค' ซึ่งเกษียณจากกระทรวงต่างประเทศก็หวนกลับมาทำงานที่แผนกภาษาไทยอีกครั้งในตำแหน่ง Language Supervisor ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2512 จนถึงปลายปี 2516 บีบีซีไทยในภาวะสงคราม อาจารย์เสนาะ ตันบุญยืนเคยเล่าจากความทรงจำไว้ว่าในการออกอากาศครั้งแรกเมื่อ 60 ปีก่อนนั้น แตกต่างจากยุคสมัยนี้โดยสิ้นเชิงทั้งเนื้อหาและกระบวนการ กล่าวคือรายการที่จะออกอากาศนั้นมีข้อบังคับว่าจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง จึงต้องเขียนขึ้นมาก่อนเป็นภาษาไทย แล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษให้กระทรวงต่างประเทศตรวจสอบก่อนเนื่องจากประเทศอังกฤษกำลังอยู่ในภาวะสงคราม และมิใช่การออกอากาศสด จะต้องอัดเสียงกันล่วงหน้า สมัยนั้นไม่มีเครื่องเล่นเทปอย่างในสมัยนี้ จะต้องอัดลงแผ่นเสียงที่ทำด้วยสารคล้ายขี้ผึ้งที่ห้องอัดเสียงใต้ดินตึก Broadcasting House ซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาเป้าหมายยุทธศาสตร์ที่นาซีเยอรมันต้องการทิ้งระเบิด นักเรียนไทยสองคนจากเคมบริดจ์ต้องเสี่ยงอันตรายผลัดกันเดินทางเข้าลอนดอนในขณะที่นาซีเยอรมันโจมตีทางอากาศ
ขณะเดียวกัน รายการออกอากาศก็ขยายเวลาเป็นสัปดาห์ละสามครั้งในวันที่ 28 สิงหาคมปีเดียวกันนั้นเอง เนื้อหาในการออกอากาศก็เปลี่ยนไปเป็นการวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์ทางการเมืองระหว่างสงครามมากขึ้นตามลำดับหลังจากมีเสียงเรียกร้องจากผู้ฟังในประเทศไทย มีหลักฐานที่ระบุว่านายดิเรก ชัยนาม รัฐมนตรีช่วยว่าการต่างประเทศของไทยในยุคนั้นได้ปรารภว่าบีบีซีน่าจะวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองในแง่ของอังกฤษบ้าง ซึ่งขณะนั้น Sir Josiah Crosby ทูตอังกฤษประจำประเทศไทยก็สนับสนุนความเห็นนั้นเช่นกัน เมื่อภาวะสงครามระเบิดขึ้นทางเอเชียบูรพาหลังจากที่ญี่ปุ่นยกกำลังเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 นายเสนาะ นิลกำแหงได้ขอแยกตัวไปร่วมกับขบวนการเสรีไทย ขณะนั้นบีบีซีมีผู้ร่วมงานเพิ่มขึ้นอีกหลายคน และเนื่องจากรัฐบาลไทยภายใต้แกนนำของหลวงพิบูลสงครามได้ประกาศสงครามกับอังกฤษและอเมริกา (เมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2485) ทำให้คนไทยมีสถานภาพตกเป็นชนชาติศัตรู ทางวิทยุบีบีซีจึงมีจดหมายถึงกระทรวงต่างประเทศอังกฤษเมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2485 ขอยกเว้นผู้ประกาศของสถานีวิทยุบีบีซีแผนกภาษาไทย 4 คน มิให้ถูกจับกุมในฐานะชนชาติศัตรู นั่นคือหม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์ สวัสดิวัฒน์ หรือท่านชิ้น (พระเชษฐาของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว) หม่อมราชวงศ์สมัครสมาน กฤดากร อดีตราชเลขาส่วนพระองค์ในรัชกาลที่ 7 นายเสนาะ ตันบุญยืน และ นายวิวรรธน์ ณ ป้อมเพชร นักศึกษาไทยในขณะนั้น ในเวลานั้น บีบีซีแผนกภาษาไทยก็ขยายเวลาออกอากาศรับกับภาวะสงครามให้เป็นการกระจายเสียงทุกวัน ผู้ที่ทำงานกับบีบีซีอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่เปิดแผนกภาษาไทยตลอดช่วงเวลาสงครามคือนายเสนาะ ตันบุญยืน ซึ่งทำงานจนถึงปี พ.ศ. 2490 จากนั้นก็เดินทางกลับประเทศไทยไปเป็นอาจารย์สอนหนังสืออยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนถึงปี พ.ศ. 2496 อาจารย์เสนาะก็มาศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ แล้วก็ใช้โอกาสเดียวกันนั้นกลับสู่ไมโครโฟนของบีบีซีเป็นเวลาหนึ่งปี แล้วก็เดินทางกลับไปสอนหนังสือในประเทศไทยอีก จวบจนถึงปี พ.ศ. 2509 อาจารย์เสนาะก็ลาออกจากราชการ กลับมาที่ประเทศอังกฤษอีกครั้ง แล้วเข้าทำงานเต็มเวลากับบีบีซีจนถึงปี พ.ศ. 2518 จึงเกษียณ แต่ก็ยังกลับมาทำงานให้บีบีซีในฐานะ 'พนักงานไม่เต็มเวลา' บรรณาธิการคนไทยคนแรกของบีบีซีและหนุ่มไทยคนแรกจากกรมโฆษณาการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2490 เป็นต้นมา บีบีซีได้เริ่มระบบการทำสัญญาว่าจ้างคนไทยเข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่แบบเต็มเวลา ผู้ที่ทำสัญญาคนแรกคือนายวิวรรธน์ ณ ป้อมเพชร ในช่วงเวลานั้น มีการปรับปรุงรายการออกอากาศเป็นการเสนอข่าว บทวิจารณ์และรายงานสารคดี
บีบีซีได้ลงประกาศรับสมัครบรรณาธิการแผนกภาษาไทยคนแรก โดยลงในหน้าหางานของหนังสือพิมพ์ลอนดอนไทม์ ปรากฏว่านายวิวรรธน์ได้ตำแหน่งนี้ในปี พ.ศ. 2491 (ตอนนั้นเรียกว่าบรรณาธิการภาษาสยาม) ขณะเดียวกัน ก็มีการติดต่อประสานงานกันระหว่างบีบีซีกับกรมโฆษณาการ (กรมประชาสัมพันธ์ในปัจจุบัน) กล่าวคือมีการส่งเจ้าหน้าที่ไทยมาฝึกงานกับบีบีซี โดยเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2492 นายลาภ ณ นคร และ นายกลศ วิเศษสุรการ สองหนุ่มไทยได้เข้ามาทำงานร่วมกับนายวิวรรธน์ และอีกหนึ่งปีถัดมา นายจำนง รังสิกุล ก็เข้ามาเสริมกำลังอีกหนึ่งคน หลังจากหมดวาระการฝึกงานกับบีบีซีแล้ว นายกลศก็กลับเข้ารับราชการในกระทรวงต่างประเทศ ส่วนนายลาภและนายจำนงก็กลับไปมีบทบาทสำคัญในการพัฒนากิจการโทรทัศน์ในประเทศไทย นับเป็นเวลาหลายปีติดต่อกันที่กรมประชาสัมพันธ์ส่งเจ้าหน้าที่ทยอยกันมาที่ลอนดอนเพื่อฝึกทำงานกับวิทยุบีบีซี แล้วกลับไปปฏิบัติหน้าที่สร้างความก้าวหน้าให้แก่วงการสื่อสารมวลชนในประเทศไทยต่อไป นอกจากความร่วมมือกับหน่วยงานประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยแล้ว ผู้ฟังบีบีซีแต่ดั้งเดิมคงพอจะจำได้ว่าในช่วงปี พ.ศ. 2500 ถึง 2501 บีบีซีแผนกภาษาไทยได้ดำเนินการออกอากาศภาษาลาวเป็นเวลา 15 นาที ทุก ๆ สองสัปดาห์ ทั้งนี้โดยมีนักศึกษาลาวเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ประกาศและถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนกภาษาไทย
บีบีซีไทยกลับมาออกอากาศอีกครั้งหลังจากถูกปิดไปชั่วคราว บีบีซีรายงานการเสด็จเยือนอังกฤษ ตั้งแต่เปิดบริการการกระจายเสียงแผนกภาษาไทยเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2484 ตามลำดับมา บีบีซีก็มีการปรับปรุงพัฒนารายการกระจายเสียงทั้งขยายเวลาออกอากาศและมีการเปลี่ยนชื่อจากแผนกภาษาไทยเป็นแผนกภาษาสยามในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2489 จนถึงปี พ.ศ. 2492 จึงหวนกลับไปใช้ชื่อแผนกภาษาไทยอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การกระจายเสียงของแผนกภาษาไทยต้องยุติไปเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2503 เนื่องจากเหตุผลทางด้านงบประมาณเพราะเกิดภาวะฝืดเคืองทางเศรษฐกิจในยุโรป กระทรวงต่างประเทศอังกฤษซึ่งพยายามประหยัด จึงยุติการกระจายเสียงของแผนกภาษาไทยตามข้อแนะนำของสถานทูตอังกฤษขณะนั้น แม้ว่าแผนกภาษาไทยได้หยุดรายการกระจายเสียงไปแล้ว แต่เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีหมายกำหนดการเสด็จเยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมปีนั้น บีบีซีแผนกภาษาไทยก็เริ่มการออกอากาศเป็นกรณีพิเศษทุกวัน ๆ ละ 15 นาที เพื่อรายงานการเสด็จเยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 18 ถึง 23 กรกฎาคมในปีนั้น ในการนี้ บีบีซีได้ว่าจ้างนักเรียนไทยในอังกฤษในขณะนั้น คือนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ มาจัดทำรายการชั่วคราวร่วมกับนายเกรียงศักดิ์ ศิริมงคล โดยมีหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช มาร่วมด้วย นอกจากนี้ ยังมีบรรดาคนไทยที่อยู่ในอังกฤษขณะนั้นจำนวนหนึ่งสลับกันมาให้สัมภาษณ์และร่วมทำรายการออกอากาศด้วย ดังเช่น นายไพจิตร เอื้อทวีกุล หม่อมราชวงศ์ทองน้อย ทองใหญ่ นายสุจินดา ยงสุนทร พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงวิมลฉัตร นายมาโนช วุฒมทิตย์ (นักหนังสือพิมพ์ที่เคยร่วมงานเสรีไทยกับ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์) และนางสาวรัตนา บุณยรัตเวช เป็นต้น หลังจากนั้นก็มีเสียงเรียกร้องจากหลายฝ่าย ทั้งจากบุคคลสำคัญหลายคนในประเทศไทยและจากเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศอังกฤษจำนวนหนึ่ง บีบีซีแผนกภาษาไทยจึงได้เริ่มออกกระจายเสียงเป็นประจำทุกวันอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ มีเหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งด้วยคือในเวลานั้นเกิดภาวะวิกฤติในประเทศลาว ทำให้อังกฤษต้องส่งกองทหารเข้าประเทศไทยเพื่อป้องกันมิให้เวียดนามส่งทหารข้ามแม่น้ำโขงเข้าฝั่งไทย ประเทศไทยในขณะนั้นก็กลายเป็นประเทศด่านหน้า กระทรวงต่างประเทศอังกฤษจึงอนุมัติให้บีบีซีออกอากาศแผนกภาษาไทยอีกครั้งหนึ่ง โดยเริ่มออกอากาศตั้งแต่ค่ำวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2505 เป็นต้นมา เป็นรายการกระจายเสียงวันละครึ่งชั่วโมง ในการเปิดรายการออกอากาศคราวนี้ บีบีซีได้อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ส่งมาโดยตรงจากกรุงเทพฯ เพื่อให้เป็นสิริมงคล พร้อมกับสาส์นแสดงความยินดีจากหม่อมหลวงปีกทิพย์ มาลากุล ณ อยุธยา เอกอัครราชทูตไทยประจำลอนดอนขณะนั้น
นับแต่นั้นมา แผนกภาษาไทยของบีบีซีก็ขยายเวลาในการออกอากาศตามลำดับและแบ่งออกเป็น 2 ภาคคือภาคเช้าและภาคค่ำ นอกจากนั้น รูปแบบของการนำเสนอรายการก็มีการเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคสมัยและความต้องการข่าวสารของผู้ฟังในประเทศไทยเป็นหลัก เมื่อจูดี้ สโตว์ เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าแผนกภาษาไทยในปี พ.ศ. 2529 เนื้อหาของรายการและรูปแบบของการนำเสนอได้เปลี่ยนไปจากยุคเก่าก่อนโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสนอข่าว การรายงานสถานการณ์ปัจจุบันและบทวิจารณ์ มีความเข้มข้นและฉับไวมากขึ้นอันเนื่องมาจากความก้าวหน้าของระบบสื่อสารโทรคมนาคม ถ้าหากมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น ณ ส่วนใดของโลกซึ่งมีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประชาชนในประเทศไทยแล้ว บีบีซีแผนกภาษาไทยก็จะมีรายงานและบทสัมภาษณ์จากพื้นที่นั้น ๆ โดยทันที ดังจะเห็นได้ชัดจากวิกฤติการณ์ในอ่าวเปอร์เชียซึ่งปะทุขึ้นเมื่อต้นเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2533 บีบีซีแผนกภาษาไทยก็ได้เพิ่มคลื่นความถี่สำหรับคนงานไทยนับแสนคนในตะวันออกกลางทันที และก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2532 บีบีซีแผนกภาษาไทยได้เปิดรายการกระจายเสียงภาคดึก 15 นาที เริ่มตั้งแต่เวลา 23.15 น. ถึง 23.30 น. เพื่อรายงานหัวข้อข่าวสำคัญรอบโลกและรายงานภาวะตลาดการค้า ตลาดหุ้น ให้สอดคล้องและสนองตอบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ่นในประเทศไทย การกระจายเสียงภาคดึกได้ยกเลิกไปหลังจากสงครามอ่าวเปอร์เชียสิ้นสุดแล้วหลายปีเพื่อนำงบประมาณไปให้แก่การกระจายเสียงภาคเช้าที่หลังจากสงครามอ่าวเปอร์เชียเริ่มต้นได้ไม่นาน บีบีซีแผนกภาษาไทยก็ขยายเวลาการออกอากาศภาคเช้าเพิ่มขึ้นจากเดิม 15 นาทีเป็น 30 นาที ความเคลื่อนไหวที่ไม่หยุดนิ่งนี้ เป็นพัฒนาการที่ต่อเนื่องของบีบีซีแผนกภาษาไทยที่โตตามลำดับมา ให้สมกับสถานะที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์การสื่อสารมวลชนนานาชาติที่ทั่วโลกยอมรับนับถือว่าให้ข่าวสารที่ถูกต้อง เที่ยงธรรมและเป็นกลาง ติดต่อบีบีซีไทยได้ที่อีเมล์ thai@bbc.co.uk | ลิงค์ภายในบีบีซี บทวิทยุฉบับแรกที่ออกอากาศทางวิทยุบีบีซีภาคภาษาไทย ค่ำวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 248403 กันยายน 2004 | เรื่องเด่น | |||||||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||||||||