โควิด-19 เมื่อติดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แล้วสามารถติดซ้ำได้หรือไม่
โลกได้เผชิญกับการระบาดใหญ่ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มาได้ระยะหนึ่งแล้ว ทว่าปัจจุบันยังคงมีคำถามที่หลายคนสงสัยว่าคนเราจะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อก่อโรคโควิด-19 หรือไม่ และเมื่อติดแล้วจะสามารถกลับมาติดซ้ำเป็นครั้งที่สองได้หรือเปล่า
บีบีซีจะพาไปทำความเข้าใจถึงกลไกการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายคนเราเวลาที่มีเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมล่วงล้ำเข้ามา ซึ่งการเข้าใจในหลักการนี้ สามารถนำไปใช้ในการผลิตวัคซีนป้องกันเชื้อโรคโควิด-19 ได้
แม้การระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 จะถือว่าเป็นการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาครั้งที่ 3 แล้ว นับแต่โลกเริ่มเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 เป็นต้นมา โดยเกิดขึ้นตามหลังโรคซาร์สและโรคเมอร์สราว 8-18 ปี แต่จนบัดนี้เราก็ยังไม่มีวัคซีนที่ผ่านการทดสอบและอนุมัติให้ใช้กับไวรัสโคโรนาเลยแม้แต่ชนิดเดียว
สำหรับเทคนิควิธีที่นำมาใช้พัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน มีอยู่ 5 รูปแบบด้วยกันคือ
1) การทำให้เชื้อไวรัสซาร์สซีโอวีทู (SARS-CoV-2) ที่ก่อโรคโควิด-19 อ่อนแรงลง โดยจะคัดแยกเชื้อจากผู้ป่วย แล้วนำมาเลี้ยงในห้องปฏิบัติการเป็นเวลานานก่อนจะนำไปใช้เป็นวัคซีน ซึ่งเชื้อที่อ่อนกำลังนี้จะไม่ทำให้ผู้ได้รับวัคซีนต้องติดเชื้อหรือล้มป่วย
ล่าสุดยังมีการทดสอบวัคซีนบีซีจี (BCG) ที่ป้องกันวัณโรค และวัคซีน MMR ที่ป้องกันโรคหัด หัดเยอรมันและคางทูม ซึ่งทำจากเชื้อแบคทีเรียที่อ่อนแอด้วยวิธีการเดียวกันนี้ เพื่อดูว่าจะช่วยกระตุ้นภูมิต้านทานร่างกายโดยรวมให้เป็นเกราะป้องกันไวรัสซาร์สซีโอวีทูไปก่อนชั่วคราว ระหว่างที่ยังคิดค้นวัคซีนโควิด-19 โดยตรงไม่สำเร็จได้ด้วยหรือไม่
2) ใช้ไวรัสชนิดที่ไม่ก่อโรคในมนุษย์มาเป็นพาหะ เพื่อนำแอนติเจนหรือโปรตีนที่ก่อโรคของไวรัสซาร์สซีโอวีทูเข้าสู่ร่างกาย
3) ผลิตแอนติเจนของไวรัสซาร์สซีโอวีทูขึ้นมาใหม่ โดยแทรกรหัสพันธุกรรมของไวรัสเฉพาะส่วนที่สร้างแอนติเจนได้ เข้าไปในเซลล์ของแบคทีเรียหรือเซลล์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เพื่อให้เซลล์เหล่านี้ผลิตแอนติเจนชนิดเดียวกับไวรัสออกมา ซึ่งสามารถจะนำไปใช้เป็นวัคซีนได้ ล่าสุดมหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์กของสหรัฐฯ ได้เริ่มพัฒนาวัคซีนชนิดนี้ที่ชื่อว่า PittCoVac ในรูปแบบของแผ่นแปะแล้ว
4) วัคซีนดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างใหม่กว่าวัคซีนสามแบบแรก ใช้การฉีดสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอของไวรัสซาร์สซีโอวีทูเฉพาะส่วนที่สร้างแอนติเจนก่อโรคโควิด-19 ได้ เข้าไปในตัวของผู้รับวัคซีนโดยตรง เพื่อให้สร้างแอนติเจนของไวรัสขึ้นในร่างกาย และกระตุ้นการสร้างแอนติบอดีที่จำเพาะกับบุคคลผู้นั้นได้อย่างรวดเร็ว เช่นวัคซีนที่กำลังพัฒนาโดยบริษัทอิโนวิโอ (Inovio) ในสหรัฐฯ
5) วัคซีนอาร์เอ็นเอซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบใหม่เช่นกัน ใช้สารพันธุกรรมของไวรัสในอีกรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า เมสเซนเจอร์อาร์เอ็นเอ (mRNA) ฉีดเข้าไปในร่างกายโดยตรง ซึ่งจะทำให้เกิดผลแบบเดียวกับวัคซีนดีเอ็นเอ แต่จะมีความปลอดภัยมากกว่า เพราะไม่มีความเสี่ยงที่ดีเอ็นเอของไวรัสจะเข้าไปรวมตัวกับดีเอ็นเอของมนุษย์

