ผู้หญิง : เหยื่อฆ่าล้างครัวสู่นักกีฬาพาราลิมปิกทีมชาติสหรัฐฯ

คำบรรยายวิดีโอ, เด็กสาวผู้โกงความตาย

ตอนที่ เฮเวน เชพเพิร์ด ยังแบเบาะ พ่อของเธอจุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายหวังจะปลิดชีพทั้งครอบครัว แต่เธอกลับมีชีวิตรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ แล้วใช้ชีวิตโดยที่ไม่ปล่อยให้ความโหดร้ายในอดีตเป็นอุปสรรคในการเติมเต็มความฝันและอนาคตของเธอ

เฮเวน ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 15 ปี เกิดในจังหวัดกว๋างนาม ของเวียดนาม แต่เธอจำช่วงชีวิตในบ้านเกิดเมืองนอนได้ไม่ชัดเจนนัก เพราะถูกคู่สามีภรรยาชาวอเมริกันรับไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมตั้งแต่อายุเพียง 20 เดือน

สิ่งที่เฮเวนได้รับรู้เมื่อเธอโตขึ้นก็คือ พ่อแม่ชาวเวียดนามของเธอแอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแล้วมีเธอออกมา แต่ความรักที่ถูกกีดกันทำให้พวกเขาตัดสินใจฆ่าตัวตายพร้อมกัน 3 คนพ่อแม่ลูก โดยใช้ระเบิดผูกไว้กับตัวและอุ้มเธอเอาไว้ เสียงระเบิดที่ดังขึ้นได้คร่าชีวิตพ่อและแม่ของเธอในทันที ขณะที่เฮเวน ซึ่งตอนนั้นมีอายุเพียง 14 เดือน รอดมาได้อย่างอัศจรรย์ แต่ต้องสูญเสียขาทั้งสองข้างไป

ทว่าสื่อเวียดนามรายงานขณะนั้นว่าพ่อของเธอมีภรรยาและลูกอยู่ก่อนแล้ว เมื่อแม่ของเฮเวนจับได้ เธอขู่ว่าจะทิ้งเขาไป ทว่าพ่อของเฮเวนเลือกการจบชีวิตทุกคนด้วยระเบิด แต่โชคยังเข้าข้างเฮเวน รอดชีวิต แต่หมอต้องตัดขาทั้ง 2 ข้างทิ้ง

เธอกลายเป็นเด็กพิการและกำพร้าต้องใช้ชีวิตอยู่กับตายาย แต่ความยากจนบีบบังคับให้พวกท่านต้องส่งเธอไปอยู่ที่สถานรับเลี้ยงเด็กพิการในเวียดนาม ซึ่ง 6 เดือนหลังจากนั้น เธอก็ได้รับอุปการะไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมจากครอบครัวชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ของรัฐมิสซูรี

"ฉันรู้ดีว่าไม่ควรพูดแบบนี้ แต่ฉันคิดว่าฉันโชคดีมากที่ถูกรับไปเลี้ยงดู พ่อแม่บุญธรรมให้ของขวัญแสนวิเศษเกินกว่าฉันจะจินตนาการได้" เฮเวน กล่าวถึงชีวิตใหม่ในอเมริกาที่เธอได้เติบโตขึ้นมาพร้อมกับพี่น้องบุญธรรม 6 คน และได้ใช้ชีวิตแบบเด็กอเมริกัน

เฮเวน เริ่มหันมาสนใจกีฬาว่ายน้ำตอนอายุ 10 ขวบ จากนั้นเพียง 2 ปีเธอเริ่มฝึกว่ายน้ำอย่างจริงจังจนทำสถิติเข้าตาทีมงานที่คัดเลือกนักกีฬาเข้าร่วมทีมพาราลิมปิกทีมชาติสหรัฐฯ

"หน้าร้อนปีที่แล้ว ฉันได้ไปแข่งว่ายน้ำที่อิตาลีกับทีมพาราลิมปิกทีมชาติสหรัฐฯ และได้ติดธงชาติสหรัฐฯ ที่หมวกว่ายน้ำ ซึ่งฉันถ่ายรูปเก็บเอาไว้ว่า "นี่คือเรื่องจริง"

เป้าหมายต่อไปของ เฮเวน คือการลงแข่งในมหกรรมพาราลิมปิกที่กรุงโตเกียวในนามทีมชาติสหรัฐฯ ซึ่งเธอบอกว่านี่ "จะเป็นจุดสูงสุดในชีวิตฉันอย่างแท้จริง"