ซูเปอร์มาร์เก็ตอังกฤษเลิกใช้น้ำมันปาล์มในผลิตภัณฑ์ตัวเอง ยอมกระแสประท้วงกรีนพีซ

"ไอซ์แลนด์" ซูเปอร์มาร์เก็ต

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, "ไอซ์แลนด์" เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตรายแรกในสหราชอาณาจักรที่ออกมาประกาศว่าจะไม่ใช้น้ำมันปาล์มในผลิตภัณฑ์ภายใต้ยี่ห้อของตัวเองตั้งแต่ปลายปีนี้

"ไอซ์แลนด์" ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ขายผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็ง เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตรายแรกในสหราชอาณาจักรที่ออกมาประกาศว่าจะไม่ใช้น้ำมันปาล์มในผลิตภัณฑ์ภายใต้ยี่ห้อของตัวเองตั้งแต่ปลายปี 2018 เพื่อช่วยลดปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าในผืนป่าดิบชื้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไอซ์แลนด์ระบุว่าดำเนินการดังกล่าวเพื่อแสดงให้เห็นถึงความตระหนักต่อปัญหาสภาพแวดล้อมอันเกิดจากการปลูกปาล์มน้ำมันตามที่กลุ่มรณรงค์กรีนพีซได้นำเสนอ อย่างไรก็ดี การเลิกใช้น้ำมันปาล์มจะกระทำเฉพาะผลิตภัณฑ์ภายใต้ยี่ห้อไอซ์แลนด์เท่านั้น และจะยังคงขายผลิตภัณฑ์ยี่ห้ออื่นที่มีส่วนผสมของน้ำมันปาล์มอยู่ต่อไป

นายริชาร์ด วอล์คเกอร์ ผู้อำนวยการทั่วไปของไอซ์แลนด์บอกว่า บริษัทจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการเลิกใช้น้ำมันปาล์ม ซึ่งพร้อมรับภาระเพราะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และบริษัทจะไม่กลับไปผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันปาล์มเป็นส่วนผสมจนกว่าการทำสวนปาล์มจะไม่ส่งผลให้เกิดการตัดไม้ทำลายป่าเลย

ทำไมน้ำมันปาล์มจึงเป็นประเด็นฉาว?

มีรายงานว่าการผลิตน้ำมันปาล์มส่งผลให้เกิดการตัดไม้ทำลายป่าทั่วโลกในช่วงปี 1990-2008 ราว 8% นอกจากนี้การถางและเผาป่าเพื่อนำพื้นที่มาปลูกปาล์มน้ำมันนั้นส่งผลให้เกิดมลพิษทางอากาศในเอเชีย

น้ำมันปาล์มเป็นส่วนผสมของสินค้าหลายอย่างที่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตในสหราชอาณาจักร และทั่วโลก ตั้งแต่แชมพูสระผม บิสกิต ไปจนถึงเชื้อเพลิงชีวภาพ ในเวลาเดียวกันผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่าการบริโภคน้ำมันปาล์มส่งผลเสียต่อสุขภาพเพราะอุดมไปด้วยไขมันอิ่มตัว

Orphaned baby orangutans

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, การถางป่าเพื่อปลูกปาล์มน้ำมันยังส่งผลกระทบรุนแรงต่อจำนวนประชากรอุรังอุตัง

การถางป่าเพื่อปลูกปาล์มน้ำมันยังส่งผลกระทบรุนแรงต่อจำนวนประชากรอุรังอุตัง และในบางภูมิภาคยังทำให้สัตว์อีกหลายสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในป่าต้องไร้ที่อยู่อาศัย นอกจากนี้การทำสวนปาล์มในบางพื้นที่ยังขาดการปรึกษาหารือกับชุมชนในเรื่องการใช้พื้นที่ของชาวบ้าน และมีกรณีถึงขั้นที่ชาวบ้านต้องถูกกดดันให้ออกจากพื้นที่

ทางออกอยู่ที่ไหน?

คาดกันว่าปริมาณน้ำมันปาล์มที่คนทั่วโลกบริโภคจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต ในเวลาเดียวกันมีองค์กรหลายแห่งพยายามหาหนทางให้มีการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและมีจริยธรรมมากขึ้น โดยในปี 2003 กลุ่ม Roundtable on Sustainable Palm Oil (RSPO) ซึ่งสมาชิกประกอบด้วยผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ได้กำหนดมาตรฐานการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนที่สมาชิกกลุ่มจะต้องปฏิบัติตาม

an palm oil plantation (R) in a protected area of the Rawa Singkil wildlife reserve as part of the Leuser Ecosystem in Trumon, South Aceh.

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, ภาพแสดงให้สวนปาล์มน้ำมันที่รุกเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในจังหวัดอาเจะห์ของอินโดนีเซีย

ด้านผู้ผลิตสินค้าบางรายประกาศว่าจะรับซื้อน้ำมันปาล์มจากแหล่งที่ผลิตได้ตามมาตรฐานเท่านั้น อย่างไรก็ดีการจะตรวจสอบว่าชาวสวนปาล์มปลูกปาล์มตามแนวทางที่กำหนดหรือไม่นั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก

ในส่วนของผู้บริโภคนั้น ที่ผ่านมามีความพยายามสร้างความตระหนักในการเลือกซื้อสินค้าที่มีน้ำมันปาล์มเป็นส่วนผสม โดยสหภาพยุโรปกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันปาล์มจะต้องระบุไว้ให้ชัดเจนในฉลากสินค้า จากเดิมที่ระบุเพียงว่ามีส่วนผสมของน้ำมันพืชเท่านั้น

ควรเลิกบริโภคน้ำมันปาล์มไหม?

ดร.เอ็มมา เคลเลอร์ แห่งองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF เห็นว่านั่นไม่ใช่ทางออกของปัญหาเพราะการผลิตและใช้น้ำมันปาล์มนั้นยังมีประสิทธิภาพมากกว่าการผลิตน้ำมันพืชชนิดอื่น แต่จะต้องแน่ใจได้ว่าน้ำมันปาล์มที่ใช้นั้นมาจากแหล่งที่มีการผลิตโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและได้มาตรฐาน

สหภาพยุโรปเป็นองค์กรที่ดำเนินความพยายามในเรื่องนี้อย่างแข็งขัน โดยล่าสุดสมาชิกสภาสหภาพยุโรปออกมาเรียกร้องให้มีกำหนดแนวทางที่แน่ใจได้ว่าชาติสมาชิกจะซื้อน้ำมันปาล์มจากแหล่งที่มีการผลิตอย่างยั่งยืนเท่านั้น