เผยความลับค้างคาวแวมไพร์ยังชีพด้วยการกินเลือดอย่างเดียว

ที่มาของภาพ, Brock Fenton
การวิเคราะห์ดีเอ็นเอ พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่า การปรับตัวในเชิงวิวัฒนาการของจุลินทรีย์ในลําไส้และจีโนมของค้างคาวแวมไพร์ หรือ ค้างคาวดูดเลือด (Vampire bat) ช่วยให้มันดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการดื่มกินเลือดเพียงอย่างเดียว
แม้เลือดมีโปรตีนสูง แต่ว่ามีสารอาหารอย่างอื่นต่ำ อย่างเช่น คาร์โบไฮเดรต และวิตามิน นอกจากนี้ยังมีเชื้อไวรัสที่เป็นอันตรายถึงชีวิตอยู่ด้วย แต่ค้างคาวดูดเลือดวิวัฒนาการตัวมันให้จัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้
ในแต่ละวันค้างคาวแวมไพร์สามารถกินเลือดได้มากถึงครึ่งหนึ่งของน้ำหนักตัวมันเอง ต่างจากค้างคาวชนิดอื่นที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยการกินผลไม้ น้ำหวานเกสรดอกไม้ และแมลงต่าง ๆ
ผลการศึกษาของทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนในเดนมาร์ก ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Ecology and Evolution พบว่า ค้างคาวแวมไพร์ มียีนที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันโรคและกระบวนการเมตาบอลิซึม ซึ่งเป็นกระบวนการย่อยสารอาหารเพื่อนำไปใช้เสริมสร้างซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย ที่มีความแตกต่างไปจากค้างคาวชนิดอื่นอย่างมาก
ทีมวิจัยพบว่า ค้างคาวแวมไพร์มีจีโนม หรือ ข้อมูลทางพันธุกรรม ขนาดเดียวกับค้างคาวชนิดอื่น แต่จีโนมของพวกมันมียีนกระโดด หรือยีนสัญจร (jumping genes) ซึ่งเป็นการที่ลำดับดีเอ็นเอ (DNA sequence) เปลี่ยนตำแหน่งในจีโนม มากกว่าค้างคาวประเภทอื่น
โดยยีนสัญจรเหล่านี้พบในระบบภูมิคุ้มกัน, การต้านไวรัส และกระบวนการเมตาบอลิซึมลิพิดและวิตามิน ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่ายีนเหล่านี้มีความสำคัญในวิวัฒนาการการกินเลือดของค้างคาวชนิดนี้
นอกจากนี้ จุลินทรีย์ในลําไส้ค้างคาวแวมไพร์ยังมีลักษณะเฉพาะด้วย โดยพบว่าวิวัฒนาการนี้เกิดขึ้นไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของจีโนม อีกทั้งยังพบเชื้อแบคทีเรียกว่า 280 ชนิดในมูลของพวกมัน ซึ่งเป็นเชื้อที่อาจให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นล้มป่วยได้

ที่มาของภาพ, Getty Images
ดร.มารี ซีเปดา เมนโดซา จากมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนในเดนมาร์ก บอกว่า ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ดีเอ็นเอบ่งชี้ถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันในเชิงวิวัฒนาการระหว่างจุลินทรีย์ในลําไส้กับจีโนมของค้างคาวแวมไพร์ ที่ช่วยให้พวกมันปรับตัวสำหรับการดำรงชีพด้วยการกินเลือดเพียงอย่างเดียว
ค้างคาวแวมไพร์ เป็นค้างคาวขนาดเล็กที่ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อ 26 ล้านปีก่อน มีพฤติกรรมอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงขนาดใหญ่ในถ้ำแถบป่าดงดิบ ออกหากินในเวลากลางคืน โดยจะกินเพียงเลือดของสัตว์เลือดอุ่นขนาดใหญ่กว่าเป็นอาหาร ซึ่งรวมถึงเลือดมนุษย์
ผลการศึกษาหลายชิ้นก่อนหน้านี้พบว่าพวกมันยังมีการปรับตัวทางด้านกายภาพสำหรับการกินเลือดด้วย เช่น การมีฟันแหลมคมสำหรับตัดเฉือนหลอดเลือด รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการทำงานของไตเพื่อให้สามารถรองรับอาหารโปรตีนสูงได้









