กว่า 100 วันประท้วงอิหร่าน กับสังคมที่ “มิอาจกลับเป็นดังเดิม”

Woman holds protest sign at Trafalgar Square, London (29/10/22)

ที่มาของภาพ, PA Media

การประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่ยาวนานที่สุดในอิหร่าน นับแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 1979 ได้ดำเนินมาเป็นเวลากว่า 100 วันแล้ว การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงจะสั่นคลอนอำนาจรัฐ แต่ยังสร้างความสูญเสียใหญ่หลวงให้ประชาชนอิหร่าน

สำนักข่าวของนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Activists' News Agency หรือ HRANA) ระบุว่า นับแต่ประชาชนลุกฮือขึ้นประท้วงทั่วประเทศเมื่อเดือน ก.ย. มีผู้ประท้วงเสียชีวิตแล้วกว่า 500 คน ในจำนวนนี้มีเด็กรวมอยู่ 69 คน มีการประหารชีวิตผู้ประท้วงแล้ว 2 คน และอีกอย่างน้อย 26 คนถูกตัดสินให้รับบทลงโทษเดียวกัน ซึ่งแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกว่า “การพิจารณาคดีจอมปลอม”

การประท้วงครั้งนี้มีขึ้นหลังจากหญิงสาววัย 22 ปีคนหนึ่งที่ชื่อมาห์ซา อามินี เสียชีวิตขณะถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ซึ่งรู้จักกันในนาม "ตำรวจศีลธรรม" เพราะถูกกล่าวหาว่าทำผิดกฎการสวมผ้าคลุมศีรษะที่เรียกว่าฮิญาบ

คำบรรยายวิดีโอ, อิหร่านกับการประท้วงที่ไม่เคยมีมาก่อน

ที่ผ่านมา ชาวอิหร่านเคยออกมาประท้วงใหญ่ทั่วประเทศมาก่อน เช่นคราวปี 2017 ที่ดำเนินไปจนถึงต้นปี 2018 และอีกครั้งในเดือน พ.ย. 2019 แต่การประท้วงครั้งล่าสุดนี้มีลักษณะเฉพาะ คือ มีคนจากทุกภาคส่วนในสังคมเข้าร่วม และผู้หญิงได้กลายเป็นหัวหอกหลักในการประท้วงภายใต้คำขวัญ "สตรี ชีวิต และเสรีภาพ" (Woman, life, freedom)

นอกจากนี้ คนดังมากมายได้ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนการประท้วงโดยไม่เกรงกลัวผลกระทบที่จะตามมา

ทาราเนห์ อาลีดุสตี นักแสดงหญิงแถวหน้าของอิหร่านกำลังถูกจองจำในเรือนจำเอวินอันอื้อฉาว หลังกล่าวประณามการประหารชีวิตผู้ประท้วงคนหนึ่ง ก่อนหน้านี้เธอเคยโพสต์รูปตัวเองโดยไม่สวมผ้าคลุมศีรษะตามกฎของทางการ พร้อมกับถือแผ่นป้ายที่มีคำขวัญ "สตรี ชีวิต และเสรีภาพ"

อัสการ์ ฟาร์ฮาดี ผู้กำกับที่เคยร่วมงานกับอาลีดุสตีในภาพยนตร์ดีกรีรางวัลออสการ์เรื่อง The Salesman โพสต์ข้อความทางอินสตาแกรมว่า “ผมเคยทำงานกับทาราเนห์ในหนัง 4 เรื่อง และตอนนี้เธอต้องติดคุกจากการสนับสนุนเพื่อนร่วมชาติโดยชอบธรรม และคัดค้านการพิพากษาที่ไม่เป็นธรรม”

“หากการแสดงความสนับสนุนเช่นนี้ถือเป็นอาชญากรรม ผู้คนหลายสิบล้านคนในประเทศนี้ก็คงจะเป็นอาชญากรกันหมด” เขาระบุ

“คำขู่ฆ่า”

Woman at pro-Iranian protest rally in Mexico City (19/12/22)

ที่มาของภาพ, Reuters

เพกาห์ อาฮานการานี นักแสดงหญิงชื่อดังของอิหร่านที่เพิ่งเดินทางออกนอกประเทศ ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียว่า รัฐบาลใช้มาตรการสุดโต่งในการปราบปรามประชาชน ขณะเดียวกันคนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ก็ตอบโต้อย่างสุดโต่งเช่นกัน 

“พวกเราไม่สามารถย้อนกลับไปสู่ยุคก่อนเกิดเหตุการณ์ของมาห์ซา อามินีได้” นักแสดงหญิงบรรยายถึงการเสียชีวิตของหญิงสาววัย 22 ปีเมื่อ 16 ก.ย.ที่จุดกระแสโกรธแค้นไปทั่วประเทศ 

ส่วนฮามิด ฟาร์โรกห์เนซาด นักแสดงชายชื่อดังอีกคนเพิ่งย้ายไปอยู่ในสหรัฐฯ เมื่อต้นเดือน ธ.ค. และเรียก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ว่า “จอมเผด็จการ” โดยเปรียบเทียบเขากับนายพลฟรังโก ของสเปน, สตาลิน ของโซเวียต และมุสโสลินี ของอิตาลี 

อาลี คาริมี อดีตนักบอลขวัญใจชาวอิหร่าน ซึ่งอาศัยอยู่ในนครรัฐดูไบก็เป็นอีกคนที่สนับสนุนการประท้วงครั้งนี้ เขาระบุว่าได้รับคำขู่เอาชีวิตจากเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอิหร่าน ส่งผลให้เขาต้องย้ายไปอยู่สหรัฐฯ ในที่สุด

คาริมี ซึ่งมีผู้ติดตามทางอินสตาแกรมกว่า 14 ล้านคน ถือเป็นหนึ่งในผู้วิจารณ์รัฐบาลอิหร่านอย่างตรงไปตรงมามากที่สุด

ส่วน อาลี ดาอี นักเตะชาวอิหร่านอีกคนที่ออกมาสนับสนุนการผละงานประท้วงทั่วประเทศก็ถูกทางการอิหร่านสั่งปิดร้านขายอัญมณีและร้านอาหาร

สิ่งที่ทำให้การประท้วงในอิหร่านครั้งล่าสุดแตกต่างไปจากในอดีตคือการที่ผู้ประท้วงใช้ระเบิดขวดเป็นอาวุธโจมตีกองกำลังบาซิจ (Basij militia) ซึ่งเป็นกลุ่มทหารอาสาของรัฐบาลอิหร่าน รวมทั้งโรงเรียนสอนศาสนาของบรรดาผู้นำมุสลิมนิกายชีอะห์

ปัดผ้าโพกหัว

กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ก้าวขึ้นเป็นแกนนำสำคัญในการประท้วงครั้งนี้ ด้วยการขัดขืนกฎข้อบังคับทางศาสนาที่เคร่งครัด และจุดกระแสใหม่ในเรื่องต่าง ๆ เช่น การเผาผ้าคลุมศีรษะ

นอกจากนี้ยังรวมถึงสิ่งที่เรียกว่า “การปัดผ้าโพกหัว” ซึ่งเป็นการย่องเข้าไปด้านหลังผู้นำมุสลิมนิกายชีอะห์ ปัดผ้าโพกหัวแล้ววิ่งหนีออกมา

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก

สิ้นสุด X โพสต์

เด็กหนุ่มวัย 16 ปีคนหนึ่งที่ชื่อ อาร์เชีย อีมามโกห์ลิซาห์เดห์ ถูกจับกุมฐาน “ปัดผ้าโพกหัว” ในเมืองทาบริซเมื่อเดือนก่อน

เขาถูกคุมขังอยู่ 10 วันก่อนได้รับการปล่อยตัว ทว่า 2 วันต่อมาเขาได้ตัดสินใจฆ่าตัวตาย ซึ่งครอบครัวเชื่อว่าเป็นผลมาจากการที่เขาถูกปฏิบัติในคุก

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับครอบครัวเปิดเผยกับบีบีซีว่า อาร์เชียถูกทุบตีด้วยกระบอง และถูกบังคับให้กินยาบางอย่าง

ทางการอิหร่านไม่ได้ใช้แค่กำลังปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงอย่างโหดเหี้ยมเท่านั้น แต่ยังใช้ศพของผู้ที่เสียชีวิตระหว่างถูกคุมขังหรือถูกสังหารจากการประท้วงเป็นเครื่องต่อรองเพื่อปิดปากครอบครัวของเหยื่อเหล่านี้

แหล่งข่าวรายหนึ่งเล่าให้บีบีซีฟังว่า ความหวาดกลัวแรงกดดันดังกล่าวทำให้พี่ชายของผู้ประท้วงที่ถูกสังหารคนหนึ่งตัดสินใจขโมยร่างน้องชายออกจากห้องดับจิต

เมห์ราน ซามัก วัย 27 ปีถูกยิงที่ศีรษะที่เมืองบันดาห์ อันซาลี ทางภาคเหนือ จากกรณีที่เขาบีบแตรรถยนต์เป็นการฉลองที่ทีมชาติอิหร่านตกรอบการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อ 29 พ.ย.

ส่วนอีกครอบครัวเล่าว่า พบร่องรอยการทรมานที่น่าตกใจบนศพลูกชายวัย 23 ปีที่ชื่อฮาเหม็ด ซาลาห์ชูร์ ซึ่งเสียชีวิตระหว่างถูกทางการคุมขัง และถูกนำร่างไปฝังห่างจากเมืองที่เขาอยู่ 30 กม. โดยที่ครอบครัวไม่ยินยอม

การประหารและทรมาน

ปัจจุบันมีชาย 2 คนถูกทางการอิหร่านประหารชีวิตจากข้อหาที่คลุมเครือเกี่ยวกับการประท้วง ซึ่งกลุ่มเพื่อสิทธิมนุษยชนประณามว่าเป็นความบกพร่องของกระบวนการยุติธรรม

ส่วนผู้ถูกตัดสินให้รับโทษประหารชีวิตหลายคนระบุว่าต้องเผชิญกับการทรมาน

เครือข่ายสิทธิมนุษยชนเคอร์ดิสถาน (Kurdistan Human Rights Network) ระบุว่า ซามาน ยาซิน ศิลปินเพลงแร็ปเชื้อสายเคิร์ด ซึ่งถูกพิพากษาประหารชีวิตได้พยายามฆ่าตัวตายเมื่อ 20 ธ.ค. หลังจากถูกทรมานในระหว่างการคุมขัง

ไฟล์เสียงที่บีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียได้รับจาก ซาฮันด์ นูร์โมฮัมมาซาเดห์ ระบุว่าเขาถูกก่อกวนหลายครั้งจากการจำลองการประหารชีวิตในเรือนจำ

Sahand Noormohammadzadeh, a bodybuilder, maintained his innocence at his trial last month

ที่มาของภาพ, Sahand Noormohammadzadeh

คำบรรยายภาพ, ซาฮันด์ นูร์โมฮัมมาซาเดห์ ยืนยันความบริสุทธิ์หลังถูกตัดสินประหารชีวิตเมื่อเดือน พ.ย.

นักเพาะกายสมัครเล่นวัย 26 ปีผู้นี้ถูกพิพากษาประหารชีวิตในเดือน พ.ย. หลังจากถูกตัดสินให้มีความผิดฐาน “เป็นศัตรูกับพระเจ้า” (เป็นความผิดตามกฎหมายอิหร่านฐานสร้างความไม่สงบในสังคมด้วยการใช้อาวุธ) เขาถูกกล่าวหาว่าปิดกั้นการจราจรบนทางหลวงสายหนึ่งด้วยการรื้อถอนรั้วกั้นถนนระหว่างการประท้วงในกรุงเตหะรานเมื่อ 23 ก.ย. ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่เขาปฏิเสธ

บีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียยังได้รับภาพเอกซเรย์ของ นพ.ฮามิด การ์-ฮาซานลู ซึ่งแสดงให้เห็นกระดูกซี่โครงของเขาหัก 3 ซี่และทิ่มทะลุปอด

รังสีแพทย์ผู้นี้ถูกตัดสินให้มีความผิดฐาน “ทุจริตบนโลก” ซึ่งมีโทษประหารชีวิต แหล่งข่าวรายหนึ่งเปิดเผยกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลว่า นพ. การ์-ฮาซานลู เป็นเหยื่อการทรมานและการปฏิบัติอย่างเลวร้ายเพื่อรีด “คำสารภาพ”