คู่มือทำความเข้าใจง่าย ๆ เกิดอะไรขึ้นที่อิหร่าน

ที่มาของภาพ, Twitter
เกือบหนึ่งเดือนมาแล้วที่ผู้คนออกมาประท้วงตามท้องถนนในอิหร่าน ท้าทายการปราบปรามอย่างรุนแรงโดยกองกำลังความมั่นคง
มองกันว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นความท้าทายอันใหญ่หลวงที่สุดที่ทางการอิหร่านเคยเผชิญมาในรอบหลายทศวรรษ
ประท้วงเรื่องอะไร
ทุกอย่างเริ่มต้นจากการเสียชีวิตของมาห์ซา อามินี หญิงสาววัย 22 ปี ที่ถูกตำรวจศีลธรรมจับกุมที่กรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 13 ก.ย. โดยเธอถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนกฎเคร่งครัดของอิหร่านที่บังคับให้ผู้หญิงต้องสวมผ้าคลุมศีรษะหรือฮิญาบ
มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ใช้กระบองตีศีรษะเธอ แต่ตำรวจอ้างว่าเธอหัวใจวาย และเพื่อสนับสนุนข้ออ้างนี้ ตำรวจปล่อยคลิปกล้องวงจรปิดที่แสดงภาพ น.ส.อามินี ทรุดล้มลงที่สถานีตำรวจ แต่คลิปดังกล่าวพร้อมภาพขณะเธออยู่ในอาการโคม่า กลับยิ่งทำให้ชาวอิหร่านโดยทั่วไปโกรธเกรี้ยว
การประท้วงครั้งแรกเกิดขึ้นหลังงานศพของ น.ส.อามินี ที่เมืองซาเกซ ทางภาคตะวันตกของประเทศ โดยผู้หญิงถอดผ้าคลุมศีรษะ แล้วเอามาโบกไปมาในอากาศเพื่อแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
จากนั้น การประท้วงก็แผ่กระจายเป็นวงกว้าง เรื่องที่เรียกร้องมีทั้งอยากให้มีเสรีภาพมากขึ้น ไปจนถึงให้ล้มล้างการปกครอง
บทบาทของผู้หญิง
วิดีโอที่เผยแพร่ออกมามีภาพผู้หญิงท้าทายฝ่ายปกครองด้วยการเผาผ้าคลุมศีรษะและตัดผมตัวเองในที่สาธารณะ พร้อมกับตะโกนว่า “ผู้หญิง, ชีวิต, เสรีภาพ” และ “เผด็จการจงตายซะ” ซึ่งเป็นการพูดถึงอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน
แม้ว่าก่อนหน้านี้ ผู้หญิงจะเคยออกมาประท้วงเรื่องการสวมฮิญาบในที่สาธารณะ แต่กรณีเหล่านั้นเกิดขึ้นแยกกันและถูกลงโทษอย่างรุนแรง ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นเป็นวงกว้างอย่างเช่นตอนนี้มาก่อน
ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเช่นกันคือเด็กนักเรียนหญิงก็ออกมาประท้วงในสนามเด็กเล่นในโรงเรียนและตามท้องถนนด้วย
ผู้ใหญ่และวัยรุ่นผู้ชายก็ออกมาร่วมประท้วงสนับสนุนผู้หญิงเป็นจำนวนมากเช่นกัน
ทางการว่าอย่างไร
ทางการพยายามบอกว่าการประท้วงไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตอะไร และพยายามใช้กำลังเข้าปราบปรามผู้ประท้วง
อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ออกมากล่าวหาสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ซึ่งเป็นประเทศศัตรูของอิหร่าน ว่าอยู่เบื้องหลังการก่อจลาจล แต่ผู้วิพากษ์วิจารณ์ค้านว่าไม่จริง
มีผู้เสียชีวิตกี่รายแล้ว
บีบีซีและสื่ออิสระอื่น ๆ ถูกห้ามไม่ให้รายงานข่าวจากในอิหร่าน ทำให้การยืนยันข้อมูลที่สื่อของรัฐเป็นผู้เผยแพร่ได้ยาก เราพอจะเห็นภาพรวมของสถานการณ์ได้จากข้อมูลบนโซเชียลมีเดีย และจากนักเคลื่อนไหว และกลุ่มสิทธิมนุษยชน แต่ทางการอิหร่านก็มักรบกวนสัญญาณอินเทอร์เน็ตและบริการโทรศัพท์
กลุ่ม Iran Human Rights ซึ่งอยู่ที่นอร์เวย์ บอกว่า กองกำลังความมั่นคงอิหร่านสังหารคนไปแล้ว 201 ราย โดยในจำนวนนั้นมีเด็ก 23 ราย
กองกำลังความมั่นคงออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้สังหารผู้ที่ออกมาประท้วงอย่างสันติ แต่มีคลิปวิดีโอขณะพวกเขายิงปืนกระสุนจริงตามท้องถนน
เทียบกับการประท้วงครั้งก่อน ๆ
เมื่อปี 2009 มีคนหลายล้านออกประท้วงตามท้องถนนหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่เป็นที่กังขา อย่างไรก็ดี ความไม่สงบจำกัดอยู่แค่เมืองใหญ่ ๆ และผู้นำประท้วงเป็นชนชั้นกลาง
ความเดือดร้อนจากวิกฤตเศรษฐกิจทำให้เกิดการประท้วงไปทั่วประเทศในปี 2017 และ 2019 แต่ส่วนใหญ่แล้วเกิดในย่านที่อยู่อาศัยของชนชั้นแรงงาน
แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีผู้คนจากทุกภาคส่วนของสังคม และมีอายุแตกต่างกัน ออกมาเข้าร่วมการประท้วงที่เกิดขึ้นในหลายสิบเมืองทั่วประเทศ








