องค์กร “นิฮง ฮิดังเคียว” คว้าโนเบลสันติภาพ หลังรณรงค์ต้านอาวุธนิวเคลียร์มา 68 ปี

    • Author, แอนนา แลมเช และ เจมส์ แลนเดล
    • Role, บีบีซีนิวส์

คณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่กรุงออสโลของประเทศนอร์เวย์ ประกาศมอบรางวัลอันทรงเกียรติในปีนี้ให้กับองค์กร “นิฮง ฮิดังเคียว” (Nihon Hidankyo) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิดปรมาณูถล่มเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิของญี่ปุ่นในปี 1945 โดยทางองค์กรได้ดำเนินงานให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าวมาเป็นเวลายาวนานถึง 68 ปี

กลุ่มผู้รอดชีวิตจากระเบิดปรมาณูมีชื่อเรียกขานกันในภาษาญี่ปุ่นว่า “ฮิบะคุฉะ” (hibakusha) ซึ่งคนกลุ่มนี้นอกจากจะให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากระเบิดปรมาณูด้วยกันแล้ว ยังรณรงค์ต่อต้านเพื่อขจัดอาวุธนิวเคลียร์ให้หมดไปจากโลกอีกด้วย ทำให้นายโยเออร์เกน วัตเนอ ฟรีดเนส ประธานคณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ กล่าวชื่นชมองค์กรนิฮง ฮิดังเคียวว่า “เป็นผู้บำเพ็ญประโยชน์มหาศาลในการทำให้อาวุธนิวเคลียร์เป็นสิ่งต้องห้าม”

นายฟรีดเนสยังกล่าวเตือนว่า บรรทัดฐานสากลในวงการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่ถือกันว่าอาวุธนิวเคลียร์เป็นสิ่งต้องห้าม (nuclear taboo) ปัจจุบันตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก เพราะมีแนวโน้มว่าหลายประเทศต้องการจะละเมิดบรรทัดฐานสากลดังกล่าว นอกจากนี้ เขายังยกย่องวิธีการดำเนินงานขององค์กรนิฮง ฮิดังเคียว ที่เปิดเผยคำบอกเล่าของพยานผู้ประสบเหตุร้ายจากระเบิดปรมาณู เพื่อยับยั้งไม่ให้มีการใช้อาวุธร้ายแรงดังกล่าวกับชาวโลกอีก

องค์กรนิฮง ฮิดังเคียว ก่อตั้งขึ้นในปี 1956 โดยได้ส่งเหล่าผู้รอดชีวิตจากระเบิดปรมาณูให้เดินทางไปทั่วโลก เพื่อบอกเล่าประสบการณ์ที่เป็นหลักฐานยืนยันถึง “ความพินาศอันโหดร้ายป่าเถื่อน” และความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นจากการใช้อาวุธนิวเคลียร์ ให้ผู้คนทั่วโลกได้รับรู้

องค์กรนิฮง ฮิดังเคียว ก่อตั้งและเริ่มดำเนินงาน หลังเหตุการณ์ระเบิดปรมาณูถล่มสองเมืองของญี่ปุ่นผ่านไปเกือบสิบปี โดยในวันที่ 6 ส.ค. 1945 เครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ ได้ปล่อยระเบิดปรมาณูที่ทำจากยูเรเนียมลงเหนือเมืองฮิโรชิมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 140,000 คน สามวันต่อมาระเบิดปรมาณูอีกลูกถูกทิ้งลงที่เมืองนางาซากิ ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมแล้วถึง 210,000 คน จนจักรพรรดิฮิโรฮิโตะทรงต้องประกาศยอมจำนน ซึ่งเป็นเหตุให้สงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง

หลังได้ทราบข่าวการมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ นายโทชิยูกิ มิมากิ หนึ่งในประธานร่วมขององค์กรนิฮง ฮิดังเคียว กล่าวทั้งน้ำตาว่า “ผมไม่เคยนึกฝันเลยว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้”

สำนักข่าวเอเอฟพียังรายงานว่า นายมิมากิได้วิพากษ์วิจารณ์เป็นเชิงตำหนิถึงแนวคิดทางการเมืองที่บางคนเชื่อว่า อาวุธนิวเคลียร์คือหลักประกันที่ช่วยให้โลกมีสันติภาพ “เขาพูดกันว่าเพราะมีอาวุธนิวเคลียร์ เราจึงยังรักษาสันติภาพโลกเอาไว้ได้ แต่ผู้ก่อการร้ายก็อาจจะใช้อาวุธเคลียร์ได้เหมือนกัน” นายมิมากิกล่าว

ในการให้สัมภาษณ์กับบีบีซีเมื่อปีที่แล้ว นายมิมากิเล่าว่า แม้เขาจะมีอายุเพียงสามขวบตอนที่ระเบิดปรมาณูถล่มเมืองฮิโรชิมา แต่เขายังคงจดจำได้อย่างชัดเจน ถึงภาพของผู้รอดชีวิตที่ร่างกายเต็มไปด้วยแผลไฟไหม้ พากันวิ่งหนีด้วยความสับสนงงงันผ่านบ้านของเขาไป

เว็บไซต์ japantimes.co.jp รายงานว่ารัฐบาลญี่ปุ่นเผยข้อมูลจากการสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมาว่า ปัจจุบันยังมี “ฮิบะคุฉะ” หรือผู้รอดชีวิตจากเหตุระเบิดปรมาณูราว 107,000 คน ที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยคนกลุ่มนี้มีอายุเฉลี่ยที่ 85 ปี ซึ่งความชราของพวกเขาอาจเป็นอุปสรรคต่อการถ่ายทอดประสบการณ์ที่เป็นบทเรียนสำคัญสู่คนรุ่นใหม่

การมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพแก่องค์กรนิฮง ฮิดังเคียว เพิ่งมีขึ้นก่อนครบรอบ 80 ปี เหตุทิ้งระเบิดปรมาณูถล่มสองเมืองของญี่ปุ่นในปีหน้า (2025) แม้ก่อนหน้านี้พวกเขาจะได้รับการเสนอชื่อเข้ารับรางวัลมาแล้วหลายครั้ง และเคยมีการกล่าวยกย่องเป็นพิเศษจากคณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ในปี 2005

เมื่อครึ่งศตวรรษที่แล้ว อดีตนายกรัฐมาตรีเอซะกุ ซาโตะ ของญี่ปุ่น ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเช่นกัน จากผลงานการรณรงค์ให้นานาประเทศลงนามในสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ในปี 1970 และจากหลักการห้ามอาวุธนิวเคลียร์ 3 ข้อ (Three Non-Nuclear Principles) ซึ่งเป็นแนวคิดที่เขาสนับสนุน

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจมอบรางวัลให้องค์กรนิฮง ฮิดังเคียว เป็นสัญญาณที่แสดงว่าคณะกรรมการรางวัลโนเบล จงใจหลบเลี่ยงการมอบรางวัลแก่บุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับประเด็นร้อนทางการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์กันอย่างแพร่หลายว่า รางวัลในปีนี้อาจตกเป็นของ UNRWA องค์กรช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ของสหประชาชาติ

แม้ UNRWA จะให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่พลเรือนในเขตฉนวนกาซา แต่สมาชิกขององค์กร 9 คน ถูกไล่ออกจากข้อหามีส่วนพัวพันกับการโจมตีอิสราเอลของกลุ่มฮามาส เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ของปีที่แล้ว ทำให้มีผู้ร่วมลงนามในหนังสือที่ยื่นต่อคณะกรรมการรางวัลโนเบลถึง 12,000 คน เรียกร้องไม่ให้มอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพแก่ UNRWA

นอกจากนี้ การเสนอชื่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือไอซีเจ (ICJ) ขององค์การสหประชาชาติ เพื่อเข้ารับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปีนี้ ก็ประสบกับปัญหาขัดข้องเช่นกัน เนื่องจากไอซีเจกำลังรับพิจารณาคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ที่อิสราเอลถูกกล่าวหาว่ากระทำต่อชาวปาเลสไตน์ในเขตฉนวนกาซา ทั้งยังได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้อิสราเอลหยุดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ดังกล่าวด้วย

แต่ถึงกระนั้น การมอบรางวัลให้องค์กรนิฮง ฮิดังเคียว ยังแสดงถึงการให้ความสำคัญต่อปัญหาภัยคุกคามจากอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งปัจจุบันได้เข้าไปพัวพันกับการสู้รบในยูเครนและตะวันออกกลาง โดยบรรดาผู้นำของรัสเซียเคยขู่ว่าจะใช้อาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธี (tactical nuclear weapon) หากพันธมิตรชาติตะวันตกยังคงยกระดับการสนับสนุนยูเครนอยู่ต่อไป ทำให้ชาติตะวันตกต้องระงับการให้ความช่วยเหลือยูเครนเพิ่มขึ้น เพราะเกรงว่าความขัดแย้งจะลุกลามไปเป็นสงครามนิวเคลียร์ได้ ส่วนการที่อิหร่านครอบครองและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ก็เป็นสิ่งที่อิสราเอลหวาดระแวงและดำเนินแผนด้านความมั่นคงเพื่อต่อต้านมาโดยตลอด

ในปีนี้มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ 286 รายชื่อ ซึ่งประกอบไปด้วยบุคคล 197 คน และองค์กรอีก 89 แห่ง โดยบุคคลสำคัญและรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ สามารถเป็นผู้เสนอชื่อให้คณะกรรมการพิจารณาได้ ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว นาร์เกซ โมฮัมมาดี นักต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีชาวอิหร่านได้รับรางวัลนี้ไป

พิธีมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ซึ่งประกอบด้วยเหรียญทอง, ใบประกาศเกียรติคุณ, และเงินรางวัลราว 33 ล้านบาท จะมีขึ้นอย่างเป็นทางการที่กรุงออสโลของประเทศนอร์เวย์ ในวันที่ 10 ธ.ค. ของทุกปี เนื่องจากเป็นวันครบรอบมรณกรรมของอัลเฟรด โนเบล นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดนผู้ก่อตั้งรางวัลโนเบลขึ้นในปี 1895 ส่วนการมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพนั้น มีขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 1901