72 ปี เวทีนางงามจักรวาล กับข้อถกเถียงเรื่องความหลากหลาย

ภาพบรรยากาศ

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

เช้าวันอาทิตย์ที่ 19 พ.ค. ผู้ที่ติดตามการประกวดนางงามจักรวาล หรือที่รู้จักกันว่า "มิสยูนิเวิร์ส" (Miss Universe) ก็จะทราบแล้วว่าใครจะเป็นผู้ชนะ ในการประกวดที่จัดขึ้นที่ประเทศเอลซัลวาดอร์

ส่วนคนไทยก็คงต้องการได้ยินการเรียกชื่อ "ไทยแลนด์" เป็นประเทศสุดท้ายในการประกวดครั้งนี้หลังจากที่รอคอยมากว่า 35 ปี โดยในปีนี้ผู้ที่เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันคือ "แอนโทเนีย โพซิ้ว" สาวลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก วัย 27 ปี

หากไม่นับรวมข่าวที่บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หริอ JKN ของ แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ นักธุรกิจสาวข้ามเพศเจ้าขององค์กรนางงามจักรวาล ได้ยื่นศาลล้มละลายกลางเพื่อขอฟื้นฟูกิจการจากปัญหาสภาพคล่องทางการเงินไปเมื่อวันที่ 9 พ.ย. ที่ผ่านมา จนกลายเป็นพาดหัวข่าวทั้งในไทยและต่างประเทศแล้ว

การประกวดนางงามจักรวาลในปีนี้ได้รับการกล่าวถึงในหลายแง่หลายประเด็น เช่น การประกาศเปลี่ยนกฎการประกวดด้วยการยกเลิกข้อจำกัดด้านอายุให้ผู้ที่มีอายุมากกว่า 28 ปี และรวมถึงเปิดโอกาสให้สตรีที่ผ่านการแต่งงานและมีบุตรแล้วสามารถเข้าร่วมการประกวดได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

เป็นครั้งแรกที่ตัวแทนจากปากีสถานเข้าร่วมการประกวดนางงามจักรวาล

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, เป็นครั้งแรกที่ตัวแทนจากปากีสถานเข้าร่วมการประกวดนางงามจักรวาล

จากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ในปีนี้ ผู้เข้าประกวดมีความหลากหลายมากขึ้น โดยมีคุณแม่มาร่วมประกวด 2 คนจากโคลอมเบียและกัวเตมาลา, สาวข้ามเพศ 2 คนจากเนเธอร์แลนด์และโปรตุเกส รวมทั้งหญิงสาวร่างใหญ่อีกหนึ่งคนจากเนปาล

นี่ถือเป็นการปรับตัวขององค์กรนางงามจักรวาลใหัสามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย นับตั้งแต่ปี 2018 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ได้เปิดโอกาสให้สาวข้ามเพศร่วมการประกวดและรวมถึงเปิดกว้างหญิงสาวที่มีรูปร่างหลากหลายมากขึ้น

แม้ว่าองค์กรนางงามจักรวาลพยายามปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงไปของสังคม แต่ยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ยังต่อต้านแนวความคิดแบบสตรีนิยม (anti-feminist)

แอน จักรพงษ์ นักธุรกิจข้ามเพศเจ้าขององค์กรนางงามจักรวาล

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, แอน จักรพงษ์ นักธุรกิจข้ามเพศเจ้าขององค์กรนางงามจักรวาล

รายการพ็อดคาสท์ "What in the World" ของบีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส ที่เผยแพร่ในวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา พิธีกรชวนคุยกันในหัวข้อ "Miss Universe: Can beauty pageant ever be inclusive? " (แปลเป็นไทยว่า มิสยูนิเวิร์ส: ช่วยให้การประกวดนางงามโอบรับความหลากหลายได้จริงหรือ) ถึงมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการประกวดที่บรรดาแฟนนางงามเฝ้าติดตามกันทุกปีไม่แตกต่างจากการชมการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ และได้เห็นเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ชีวิตเปลี่ยนไปช่วงข้ามคืน แบบซินเดอร์เรนล่า รวมการสู้ยิบตาในแบบสุนัขรองบ่อน

ใช้ "ความหลากหลาย" มาแก้ไขจุดอ่อนหรือไม่

ช่วงหนึ่งของรายการพิธีกรได้หยิบคำถามจากผู้ฟังมาอ่านที่อ้างถึงคำพูดของ แอน จักรพงษ์ที่อธิบายว่า มิสยูนิเวิรส์เป็นการประกวดแนวสตรีนิยม แต่ก็มีหลายคนมีความเห็นแย้งในเรื่องนี้

เจสซา คริสปิน นักเขียนชื่อดังในสหรัฐอเมริกา ซึ่งสร้างชื่อมาจากหนังสือเรื่อง "Why I Am Not a Feminist: A Feminist Manifesto" (เหตุใดฉันจึงไม่เป็นกลุ่มสตรีนิยม: ถ้อยแถลงหนึ่งของสตรีนิยม) คือ หนึ่งในนั้นที่เห็นว่า "ไม่เห็นว่าจะมีองค์ประกอบใด ๆ ของแนวความคิดแนวสตรีนิยมในการประกวดนางงาม และดูโดยรวมแล้วมองว่าเป็นเรื่องน่าขำ หากคุณยอมลดคุณค่าบางอย่างแล้ว แก้ไขด้วยการใช้คำว่า ความหลากหลายมาทดแทน แล้วปล่อยให้หลายคนยอมลดคุณค่าบางอย่างในตัวเอง นี่ก็ไม่ถือว่าเป็นความก้าวหน้านะ"

ภาพประกอบ

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

เธอยังกล่าวอีกว่า การประกวดนางงามถูกเข้าใจเป็นอย่างดีว่า เป็นการแข่งขันที่ไม่ได้หาคนที่มีความงามที่สุด แต่ต้องการหาตัวแทนที่ดีที่สุดมาเติมเติมความคาดหวังต่าง ๆ ต่อเพศสภาพ ที่จะบอกว่า สิ่งที่ผู้หญิงที่ควรจะเป็นเป็นแบบใด เมื่อเราหยุดความคิดความคาดหวังต่อผู้หญิงว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ สวยบ้าง หรือไร้สาระบ้าง บางทีเราก็ไม่จำเป็นจะต้องมีการประกวดอีกเลย

แต่เจสซาออกตัวว่า ที่เธอกล่าวมาทั้งหมด ไม่ได้หมายความว่า ควรสั่งห้ามจัดการประกวดนางงาม แต่การจัดการประกวดนางงามก็สามารถทำให้ดีขึ้นได้ถ้ารู้ว่าอะไรคือ สิ่งที่ไร้สาระ

"ฉันคิดว่า เราไม่ควรหลอกตัวเองแล้วพูดว่า การลุกขึ้นมาสวมกระโปรงตัวเล็ก ๆ คือ การส่งเสริมให้ผู้หญิงกล้าแสดง แล้วออกมายืนพูดว่า สงครามเป็นสิ่งเลวร้าย แล้วให้ผู้ชายมาให้คะแนน 1-10 นี่ไม่ใช่วิธีการส่งเสริมให้ผู้หญิงกล้าแสดงออก" เธอกล่าว

อย่างไรก็ตาม พิธีกรชายในรายการนี้ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ชื่นชอบการชมการประกวดนางงามอธิบายว่า โดยภาพรวมแล้ว ทั้งผู้ติดตามและตัวนางงามมองเห็นภาพเชิงบวกต่อการประกวดนี้ แต่ก็มีบางส่วนที่รู้สึกถึงแรงกดดันที่เกิดขึ้นในการแข่งขัน

เขาได้กล่าวถึงคำให้สัมภาษณ์ของนางงามตัวแทนอัลเบเนียปี 2021 ที่ว่า นางงามบางคนไม่เป็นตัวของตัวเองเลยเมื่อจะต้องพูดจาออกมา และยังรู้สึกกังวลว่า ภาพลักษณ์ของตัวเองจะเป็นอย่างไรจะสู้คนอื่นได้ไหม หรือต้องจำใจทำสิ่งที่อาจจะไม่สำคัญต่อตัวเธอเองเลย

นางงามที่มาจากความหลากหลายคิดอย่างไร

ริกกี้ กอลเล่ สาวข้ามเพศที่คว้ามงกุฏมิสยูนิเวิร์สเนเธอร์แลนด์ 2023

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, "มันเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับสาวข้ามเพศที่จะต้องอยู่ในร่างกายที่ไม่เหมาะสมของพวกเธอ" ริกกี้ กอลเล่ สาวข้ามเพศที่คว้ามงกุฏมิสยูนิเวิร์สเนเธอร์แลนด์ 2023 กล่าว

คามิลา อเวลลา นางงามจากโคลอมเบียวัย 28 ปี ถือเป็นผู้เขาประกวดที่มีสามีและลูกคนแรกในการประกวดมิสยูนิเวิร์สให้สัมภาษณในรายการพ็อดคาสท์ของบีบีซีว่า "เธอรู้สึกภูมิใจ ที่สามารถทลายความเชื่อเดิมของสังคมและเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้หญิงทั้งโลกว่า คุณสามารถทำตามฝันของคุณได้"

พิธีกรถามว่า เธอคิดอย่างไรเมื่อมีคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์การประกวดนางงามว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมในปัจจุบัน เธอตอบว่า การประกวดนางงามเป็นสิ่งที่ใกล้ตัว เป็นการแสดงตัวตนของผู้หญิงคนหนึ่ง ข้อความที่เธอต้องการสื่อสารและเป็นเสียงเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในสังคม

เจน แกเรตต์ มิสยูนิเวิร์สเนปาล 2023

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, เจน แกเรตต์ มิสยูนิเวิร์สเนปาล 2023

ขณะที่เจน แกเรตต์ นางงามร่างใหญ่จากเนปาลยอมรับว่า แรก ๆ เธอก็รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองดีไม่พอ และคิดว่าคงไม่สามารถเอาชนะได้เพราะว่ารูปร่างของเธอ แต่เมื่อเข้าสู่การแข่งขันแล้ว ฉันเริ่มรู้สึกถึงความมั่นใจในตนเองจึงทำให้จิตใจเข้มแข็งจนเอาชนะในเนปาลมาได้

"ถึงเวลาแล้วที่จะต้องแสดงให้โลกได้เห็นว่า ใคร ๆ ก็สวยได้ และสมควรจะได้รับความสำเร็จ และในโลกนี้ไม่ได้มีเพียงมาตรฐานเดียวในด้านความงาม" เธอ กล่าว

ริกกี้ กอลเล่ สาวข้ามเพศที่คว้ามงกุฏมิสยูนิเวิร์สเนเธอร์แลนด์ที่เป็นตัวแทนประเทศเข้าร่วมการประกวดนางงามจักรวาลในปีนี้เล่าให้ฟังว่า ในตอนที่เธอเป็นนางแบบเธอไม่สามารถหยิบยกประเด็นที่เธอต้องการขับเคลื่อนไปได้ในระดับโลก แต่เมื่อมองมากที่การประกวดนางงามแล้วเห็นว่าเป็นช่องทางในการชูประเด็นที่ต้องการสื่อให้คนทั้งโลกได้ และคิดว่าเป็นก้าวย่างที่ดีสำหรับสาวข้ามเพศที่จะมาร่วมประกวดเพื่อสื่อสารและขับเคลื่อนสังคม โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง การรักษาพยาบาลสำหรับกลุ่มข้ามเพศในประเทศของเธอ

"มันเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับสาวข้ามเพศที่จะต้องอยู่ในร่างกายที่ไม่เหมาะสมของพวกเธอ" เธออธิบายถึงความยากลำบากในการรับการบริการด้านสาธารณสุข

นางงามจักรวาลตัดสินกันอย่างไร

สำหรับผู้ที่ยังใหม่กับวงการการประกวดนางงาม ในปัจจุบันการประกวดนางงามเป็นกิจกรรมทางธุรกิจประเภทหนึ่ง มีผู้จัดประกวดหลากหลายราย สำหรับนางงามจักรวาลจัดขึ้นครั้งแรกในปี 1951 ในสหรัฐฯ

จนถึงวันนี้ องค์กรนางงามจักรวาล ซึ่งเจ้าของเวทีมิสยูเอสเอ มิสยูนิเวิร์สและมิสทีนยูเอสเอ ผ่านมาแล้ว 72 ปี ถูกเปลี่ยนมือมาแล้วหลายครั้งด้วยเหตุผลทางธุรกิจ จนกระทั้งถึงปี 1996 โดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีของสหรัฐฯ ได้ซื้อกิจการและเข้าบริหารองค์กรนี้จนกระทั่งเขาตัดสินใจเข้าสู่การเมืองด้วยการลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2015 เขาจึงขายกิจการนี้ออกไปให้กับบริษัทด้านแฟชัน กีฬาและธุรกิจบันเทิง "วิลเลี่ยม มอร์ริส เอ็นเดฟเวอร์" (William Morris Endeavor: WME)

ครั้งหนึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยเป็นเจ้าขององค์กรนางงามจักรวาล

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, ครั้งหนึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยเป็นเจ้าขององค์กรนางงามจักรวาล

ต่อมา บริษัทลูกของ บมจ. เจเคเอ็น โกลบอล มีเดียของไทยเข้าซื้อกิจการองค์กรนางงามจักรวาลในเดือน ธ.ค. 2022

สำหรับรูปแบบการแข่งขันผู้เข้าประกวดจะต้องร่วมกิจกรรมที่กองประกวดกำหนด โดยจะมีรอบการเก็บคะแนนสำคัญ ๆ คือ รอบการสัมภาษณ์ รอบคัดตัว (preliminary) ซึ่งผู้เข้าประกวดจะต้องแข่งขันกันในรอบชุดว่ายน้ำและชุดราตรีเพื่อเก็บคะแนน และยังมีรอบชุดประจำชาติอีกด้วยเพื่อคัดเลือกชุดประจำชาติยอดเยี่ยม

แอนโทเนีย โพซิ้ว นางงามตัวแทนประเทศไทยทำการแสดงในรอบชุดประจำชาติ "เทพธิดาอาณาจักรอยุธยา" ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปปั้น "พระแม่ธรณี"

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, แอนโทเนีย โพซิ้ว นางงามตัวแทนประเทศไทยทำการแสดงในรอบชุดประจำชาติ "เทพธิดาอาณาจักรอยุธยา" ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปปั้น "พระแม่ธรณี"

โดยผู้ที่ได้คะแนนดีที่สุด 20 คนจะถูกประกาศชื่อในรอบสุดท้าย ก่อนจะต้องแข่งขันก้นอีกครั้งในรอบชุดว่ายน้ำ ก่อนจะเลือก 10 คน เพื่อให้เข้ารอบไปแข่งขันต่อในชุดราตรี และประกาศ 5 คนสุดท้ายเพื่อเข้าไปแข่งขันกันในรอบตอบคำถาม ซึ่งจะคัดให้เหลือ 3 คนสุดท้ายเพื่อเข้าไปตอบคำถามตัดเชือก แล้วประกาศรายชื่อประเทศที่ชนะเป็นคนสุดท้าย

สำหรับประเทศไทย เคยชนะในการประกวดนางงามจักรวาลแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกคือ อาภัสรา หงสกุล ในปี 1965 และครั้งที่สอง คือ ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ในปี 1988

อาภัสรา หงสกุล นางงามจักรวาลคนแรกของไทยเมื่อปี 2507

ที่มาของภาพ, BETTMANN/CONTRIBUTOR

คำบรรยายภาพ, อาภัสรา หงสกุล นางงามจักรวาลคนแรกของไทย