ไฟป่าจากฟ้าผ่า กำลังคุกคามป่าในซีกโลกเหนือ

lightning

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, แมตต์ แมคกราธ และ เออร์วาน รีวอลท์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซี
    • Reporting from,

สภาวะโลกร้อนอาจทำให้เกิดฟ้าผ่ามากขึ้นในซีกโลกเหนือ ซึ่งยิ่งไปเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดไฟป่าขึ้นอีก ตามข้อมูลจากงานศึกษาชิ้นใหม่

นักวิจัยพบว่าฟ้าผ่าเป็นสาเหตุหลักของไฟป่า อย่างเช่นเหตุไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่บางส่วนของแคนาดาในช่วงฤดูร้อนปีนี้

ทั้งนี้ ป่าช่วยจำกัดอุณภูมิโลกที่สูงขึ้นด้วยการเก็บกักคาร์บอนที่เป็นตัวการที่ทำให้โลกร้อนขึ้นเอาไว้

ดังนั้นแล้ว การเกิดฟ้าผ่ามากขึ้นอาจทำให้เกิดวงจรที่เลวร้าย เมื่อต้นไม้และผืนดินที่ติดไฟปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ส่งผลให้ยิ่งมีโอกาสเกิดพายุบ่อยขึ้น ซึ่งนั่นก็อาจทำให้เกิดฟ้าผ่าบ่อยขึ้นซ้ำอีกด้วย

แม้ว่าตัวเลขการเกิดไฟป่าโดยรวมทั่วโลกจะลดลงในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา แต่มันกลับเพิ่มขึ้นอย่างมากในพื้นที่ป่าที่อยู่นอกเขตร้อนชื้น

Forest fires ignited by lightning

ในปีนี้ แคนาดาต้องเผชิญเหตุไฟป่าบ่อยครั้งที่สุดกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยเกิดเหตุไฟป่าทั่วแคนาดาในปีนี้แล้วมากกว่า 6,500 ครั้ง กินพื้นที่กว่า 112.5 ล้านไร่ หรือกว่า 118,000 ตารางกิโลเมตร

ควันไฟจากไฟป่าเหล่านี้ลอยไปไกลถึงเมืองใหญ่ ๆ หลายเมืองในแคนาดาและสหรัฐฯ รวมถึงบางส่วนลอยข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปถึงสเปนและโปรตุเกส

สำหรับในปี 2023 นี้ ต่างจากปีก่อน ๆ ที่ไฟป่าในแคนาดามักจำกัดอยู่เฉพาะทางตะวันตกของประเทศ แต่ปีนี้ไฟป่าเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ในแคนาดา รวมถึงภูมิภาคด้านตะวันออกอย่างควิเบกด้วย

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ไฟป่าส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในซีกโลกเหนือเหล่านี้ มักมีจุดเริ่มต้นจากฟ้าผ่า

งานศึกษาชิ้นใหม่นี้ใช้แมชชีนเลิร์นนิงในการสร้างแผนที่โลกที่แสดงให้เห็นถึงไฟป่า โดยแยกประเภทตามสาเหตุการเกิดไฟป่าแต่ละจุด

ผู้วิจัยพบว่า กว่า 77% ของไฟป่าที่เกิดขึ้นนอกพื้นที่ป่าเขตร้อนล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากฟ้าผ่า นี่ถือว่าแตกต่างอย่างมากจากไฟป่าในเขตร้อนชื้นซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากมนุษย์

Canada's worst wildfire season

ในพื้นที่ป่าห่างไกลที่ฟ้าผ่าเป็นสาหเหตุหลักที่ทำให้เกิดไฟป่า เพลิงไฟเหล่านี้สามารถแปลงสภาพไปเป็นไฟป่าขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว

"เมื่อพายุฝนฟ้าคะนองผ่านพื้นที่ป่าเหล่านี้ ก็อาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นหลายพันครั้ง และอาจจะมีฟ้าผ่าหลายร้อยครั้งในจำนวนนี้ที่ทำให้เกิดเพลิงไฟเล็ก ๆ ขึ้น" ศาสตราจารย์แซนเดอร์ เวราเวอร์เบเค จาก มหาวิทยาลัยฟรายจ์ในอัมสเตอร์ดัม ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้วิจัยระบุ

"และเพลิงไฟเล็ก ๆ เหล่านี้ก็อาจจะขยายวงไฟพร้อม ๆ กัน และทำให้เกิดไฟป่าที่ซับซ้อนและมีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับประเทศเล็ก ๆ ประเทศหนึ่งเลยได้ และเมื่อไฟป่าเหล่านี้ขยายขนาดจนใหญ่ขึ้นมาก ๆ ก็เป็นการยากที่จะทำอะไรกับมันได้อีก"

นอกจากนี้ จากการใช้โมเดลทางคณิตศาสตร์เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ นักวิจัยกลุ่มนี้ยังพบด้วยว่า ความถี่ในการเกิดฟ้าผ่าในพื้นที่ซีกโลกเหนือจะเพิ่มขึ้น 11-31% ต่อทุก ๆ อุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียส

Record wildfire season

นี่ยังทำให้เกิดภัยจากมลพิษทางอากาศที่เพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากต้นไม้รวมถึงผืนดินกักเก็บคาร์บอนไว้เป็นจำนวนมาก

"ป่านอกเขตร้อน" เหล่านี้มักอยู่ในภูมิภาคที่เป็นชั้นดินเยือกแข็ง (permafrost) และไฟป่าก็อาจจะยิ่งไปเร่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่เหล่านี้ เนื่องจากไปทำให้พื้นดินที่เยือกแข็งละลาย ซึ่งอาจมากถึง 30% ของชั้นดินเยือกแข็งที่มีทั้งหมดภายในสิ้นศตวรรษนี้

"งานวิจัยของเราเน้นย้ำให้เห็นว่า พื้นที่ป่านอกเขตร้อนมีความเสี่ยงจากผลกระทบโดยรวมของภูมิอากาศที่อุ่นขึ้นและแห้งขึ้น กับโอกาสที่มากขึ้นที่จะเกิดเพลิงไฟจากฟ้าผ่า" ดร.แมทธิว โจนส์ จากมหาวิทยาลัยอีสแองเกลีย กล่าว

"เพลิงไหม้ที่เกิดจากฟ้าผ่าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต เป็นภัยที่จะทำให้คาร์บอนที่ถูกกักเก็บไว้ในป่านอกเขตร้อนเสียสมดุล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสภาพอากาศอุ่นขึ้น แห้งขึ้น และโดยรวมมีโอกาสเกิดเพลิงไหม้มากขึ้นในภูมิภาคเหล่านี้"

ในขณะที่การจำกัดการเกิดไฟป่าในเขตป่าร้อนชื้นสามารถทำได้ด้วยการให้การศึกษาและโครงการแทรกแซงที่ป้องกันไม่ให้ผู้คนเผ่าไฟในพื้นที่เหล่านี้ แต่การป้องกันไม่ให้เกิดไฟจากฟ้าผ่านั้นเป็นไปได้ยากกว่ามาก

นักวิจัยเชื่อว่าวิธีที่จะได้ผลที่สุด คือการลดการปล่อยก๊าซที่ทำให้โลกร้อนขึ้น ซึ่งจะส่งผลกลับมาจำกัดการเพิ่มขึ้นของเหตุฟ้าผ่าด้วย ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ความน่าจะเป็นของการเกิดไฟป่าที่ใหญ่แบบที่เกิดในแคนาดาปีนี้ ควรจะเป็นคำเตือนให้ทุกคนได้ตระหนักถึงภัยนี้

"ฤดูกาลไฟป่าปีนี้รุนแรงและรับมือได้ยากเกินกว่าที่ผู้คนจะละเลยไม่สนใจได้" ดร.คารินา มอสเซอร์ จากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออนทาริโอ ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานวิจัยชิ้นล่าสุดนี้ กล่าว

"แต่สิ่งที่ฉันอยากบอกทุกคนก็คือ มันยังไม่สายเกินไปที่จะเปลี่ยนแปลง โปรดเอาไฟป่าที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียน แต่อย่าเอามันมาเป็นข้ออ้างที่จะไม่ทำอะไรเลย"