จากบ้านอันแสนอบอุ่นสู่วัดไทยในเอดินบะระ

แอนจี บราวน์

บีบีซีสก็อตแลนด์

วัดไทยในเอดินบะระ

ที่มาของภาพ, ANGIE BROWN

คำบรรยายภาพ, พระมหาประเสริฐ พรหมมาลา กล่าวว่า ภาคภูมิใจในผลงานที่ได้ทำ

เมื่อแผนที่จะสร้างวัดพุทธขนาดใหญ่ในเขตชานเมืองของเอดินบะระต้องยกเลิก อดีตบ้านของครอบครัวหนึ่งจึงแปลงโฉมเป็นวัดไทยแทน

โครงการปรับปรุงวัดพระธรรมปทีป ในเมืองสเลทฟอร์ด ได้ดัดแปลงโรงรถที่จอดได้สองคันมาเป็นห้องสวดมนต์ มีพระพุทธรูปทองคำขนาด 500 กก. ที่อัญเชิญมาจากประเทศไทยมาประดิษฐานด้วย 

ขณะนี้ พระภิกษุนิกายเถรวาท 3 รูปเชิญชวนให้ประชาชนมาเข้าเยี่ยมชมวัด เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงนี้

ชุมชนชาวไทยที่ตั้งถิ่นฐานในสกอตแลนด์ได้ก่อตั้งวัดธรรมปทีปขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2005

วิชัย ศรีวัฒนประภา มหาเศรษฐีชาวไทยและอดีตประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ อยู่เบื้องหลังแผนการที่จะย้ายวัดนี้ไปยังพื้นที่ที่ใหญ่กว่า ตั้งอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ระดับสูงในพื้นที่อื่นของเมือง

อย่างไรก็ตาม หลังการเสียชีวิตอันน่าสลดใจจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกที่สนามกีฬาของสโมสรในปี 2018 แผนต่าง ๆ ที่วางไว้ก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

วัดธรรมปทีป
คำบรรยายภาพ, บ้านที่มีโรงจอดรถได้สองคันถูกดัดแปลงให้เป็นวัดธรรมปทีป

คะเชนทร์ เกิดผล ประธานฝ่ายฆราวาสของวัดกล่าวกับบีบีซีสก็อตแลนด์ว่า นายวิชัยเป็นที่รู้จักกันดีจากความเอื้ออาทรที่มีต่อศรัทธาในศาสนาพุทธ

“เขาได้เจออสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของเอดินบะระ และขอให้พวกเรามาดูว่าเราชอบหรือไม่” เขากล่าว

“มันเป็นอาคารขนาดใหญ่มากและมีราคาแพงมากด้วย”

แต่เมื่อนายวิชัยเสียชีวิต ชุมชนคนไทยในพื้นที่ตัดสินใจว่า แทนที่จะย้ายไปที่อื่น ก็เปลี่ยนมาเป็นการปรับปรุงฐานที่อยู่อาศัยที่มีอยู่ในปัจจุบันของวัดที่มีลักษณะเป็นบ้านชานเมืองธรรมดาหลังหนึ่ง

“เราจำเป็นต้องดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง และถ้าเราต้องถูกทิ้งให้ดูแลอาคารหรูหราขนาดใหญ่ ก็จะทำให้เราต้องตกอยู่ในภาวะเสี่ยงมาก” คะเชนทร์ กล่าวเสริม

“เรารักวัดของเราในเมืองสเลทฟอร์ด เนื่องจากง่ายต่อการเข้าถึงสำหรับพระและคนในชุมชนของเรา”

วัดธรรมปทีป

ที่มาของภาพ, ANGIE BROWN

คำบรรยายภาพ, ครัวที่พระภิกษุสามรูปนั่งฉันอาหารยังมีเค้าโคลงเดิมเมื่อครั้งที่เคยเป็นบ้านของครอบครัว

พระมหาประเสริฐ พรหมมาลา เจ้าอาวาสวัดธรรมปทีปบอกกับบีบีซีสก็อตแลนด์ว่าพวกเขารู้สึกภาคภูมิใจมากกับผลของการบูรณะวัดด้วยวงเงิน 50,000 ปอนด์ (ประมาณ 2.1 ล้านบาท) ซึ่งแล้วเสร็จเมื่อต้นปีนี้

บริเวณห้องครัวของวัดเมื่อดูสภาพแล้ว เห็นได้ว่าในอดีตเคยเป็นบ้านพักอาศัยธรรมดาของครอบครัว ก่อนจะกลายมาเป็นวัดธรรมปทีป เช่นเดียวกันกับห้องนอน ที่สภาพปัจจุบันไม่มีเตียงนอนปรากฏให้เห็นอีกต่อไปแล้ว

“พระไม่ได้นอนบนเตียง เรานอนบนพื้น” พระมหาประเสริฐ กล่าว

“นอกจากนี้ เราไม่ดูโทรทัศน์ และไม่ใช้สมาร์ทโฟนใด ๆ ที่คุณเห็นหรืออุปกรณ์ทางเทคนิคที่ใช้สำหรับการเทศนาแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น”

ยกพื้น
คำบรรยายภาพ, พื้นในโรงรถขนาดสองคันถูกยกให้สูงขึ้นเพื่อทำห้องสวดมนต์

พื้นที่ชั้นล่างที่เคยเป็นโรงจอดรถได้สองคัน ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นห้องสวดมนต์ขนาดใหญ่ ส่วนประตูโรงรถถูกแทนที่ด้วยหน้าต่างเก็บเสียง

กลางแท่นบูชาคือพระพุทธรูปเลี่ยมทองคำหนัก 500 กก. ซึ่งอัญเชิญมาจากประเทศไทยและประดิษฐานที่ห้องสวดมนต์โดยการใช้คันโยกและระบบเสาแบบอียิปต์โบราณ

พระมหาประเสริฐกล่าวว่า “นี่เป็นโครงการซ่อมบำรุงขนาดใหญ่ ที่มีทั้งการทุบกำแพงโรงรถ ที่ตอนแรกตั้งใจที่จะใช้แรงงานคนแค่สองคนกับเวลาแค่ครึ่งวัน แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องใช้แรงงานของคนหกคนกับเวลาสามสัปดาห์ครึ่ง

“ตอนรื้อถอน คนงานพบว่ามีลูกกรงเหล็กอยู่ในคอนกรีต คนงานก่อสร้างถามว่าก่อนหน้านี้ห้องนี้เคยเป็นห้องนิรภัยของธนาคารหรือห้องหลบภัยของทหารสำหรับป้องกันระเบิดหรือไม่”

“เราตอบไปว่าไม่ใช่ มันเป็นแค่บ้านของครอบครัวธรรมดา ๆ ตอนที่เราซื้อมันมา”

ห้องสวดมนต์

ที่มาของภาพ, ANGIE BROWN

คำบรรยายภาพ, จากโรงจอดรถถูกดัดแปลงให้กลายมาเป็นเป็นห้องสวดมนต์

การตกแต่งภายในมีการประดับประดาแบบวัดพุทธดั้งเดิม โดยใช้เครื่องประดับที่ส่งมาจากประเทศไทย เช่น ประตูแกะสลักด้วยมือจากลำปาง โดยประตูนั้นถูกแบ่งเป็นแปดชิ้นเพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย เพื่อให้ช่างไม้ในเอดินบะระนำมาประกอบเข้าด้วยกัน

พระมหาประเสริฐกล่าวว่า “คนไทยทุกคนมีน้ำใจมาก โดยพระพุทธรูปองค์นี้ได้มาจากเงินบริจาค”

“มีช่วงที่เรากลัวอยู่บ้าง คือตอนที่เราต้องยกพระพุทธรูปเข้าไปในห้องสวดมนต์โดยพยายามไม่ให้เพดานได้รับความเสียหาย”

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มส่วนต่อขยายเพื่อสร้างห้องสวดมนต์ขนาดเล็กห้องที่สองซึ่งมีพระพุทธรูปราคา 20,000 ปอนด์ (ประมาณ 8 แสนบาท) ซึ่งได้มาจากเงินบริจาคที่เหลือมาจากการจัดสวนไทยที่งานเทศกาลดอกไม้เมืองเชลซี (Chelsea Flower Show)

บานประตู
คำบรรยายภาพ, บานประตูของห้องสวดมนต์ถูกส่งมาจากประเทศไทยโดยแบ่งบานประตูออกเป็นแปดชิ้น

สถานที่แห่งนี้ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการเป็นวัดโดยมหาเถรสมาคม

สภาเทศบาลเมืองอนุมัติคำขอเปลี่ยนแปลงการใช้งานเพื่อให้อาคารได้รับการยอมรับว่าเป็น "สถานที่สักการะ"

พระมหาประเสริฐ พรหมมาลา กล่าวว่า “เรามีนโยบายเปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดหรืออายุใด และเราอยากเชิญผู้ที่สนใจแวะมาเยี่ยมเราได้”