จากแท็กซี่บินได้ไปจนถึงมือถือสัญญาณดาวเทียม ดูเทรนด์เทคโนโลยีปี 2023

LAWRENCE LIVERMORE NATIONAL LABORATORY

ที่มาของภาพ, LAWRENCE LIVERMORE NATIONAL LABORATORY

เมื่อ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา ห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอว์เรนซ์ ลิเวอร์มอร์ (Lawrence Livermore National Laboratory) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประสบความสำเร็จในการทดลองสร้างปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันด้วยเลเซอร์ ทำให้เกิดพลังงานออกมามากกว่าที่จ่ายเข้าไปในห้องทดลอง

แม้จะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าในครัวเรือนทั่วไป มันก็ได้พิสูจน์แล้วว่าหลักการด้านฟิสิกส์ได้ผลจริง ๆ 

การสร้างพลังงานจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันน่าตื่นเต้นเพราะเมื่อเทียบกันแล้ว ใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่า จะไม่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก และจะทิ้งขยะปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีไว้น้อยมาก ต่างจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

LAWRENCE LIVERMORE NATIONAL LABORATORY

ที่มาของภาพ, LAWRENCE LIVERMORE NATIONAL LABORATORY

คำบรรยายภาพ, ห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอว์เรนซ์ ลิเวอร์มอร์ สร้างปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันด้วยเลเซอร์

พลังงานฟิวชัน

FIRST LIGHT FUSION

ที่มาของภาพ, FIRST LIGHT FUSION

ที่สหราชอาณาจักร โครงการที่ชื่อ First Light Fusion ซึ่งตั้งอยู่นอกเมืองออกซ์ฟอร์ด หวังว่าปี 2023 จะเป็นปีที่โครงการของพวกเขาประสบความสำเร็จ 

เทคนิคในการสร้างปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันของพวกเขาคือการยิงแผ่นอลูมิเนียมขนาดเล็กด้วยความเร็วถึง 20 กม. ต่อวินาที ไปยังเป้าหมายที่มีเชื้อเพลิงที่ใช้สำหรับสร้างปฏิกิริยาฟิวชัน และเมื่อช่วงที่ผ่านมาในปีนี้ พวกเขาก็ออกมายืนยันแล้วว่าเทคนิคดังกล่าวผลิตพลังงานฟิวชันสำเร็จ 

มีอีกหลายบริษัทที่พยายามสร้างเทคโนโลยีนี้เช่นกัน แต่เจ้าของโครงการ First Light Fusion มั่นใจว่าเขามาถูกทางแล้ว โดยมั่นใจว่าจะพัฒนาจากการทดลองที่ซับซ้อนให้เป็นการผลิตพลังงานเชิงพาณิชย์ได้ 

ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐอเมริกาก็เตรียมประกาศว่าบริษัทเอกชนรายไหนจะได้เงินสนับสนุน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในโรงงานพลิตพลังงานฟิวชันต้นแบบ พวกเขามีเป้าหมายให้มีเครื่องสร้างปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันที่ทำงานได้ภายในต้นทศวรรษ 2030

อนาคตแห่งการบิน

VERTICAL AEROSPACE

ที่มาของภาพ, VERTICAL AEROSPCE

ลองจินตนาการเครื่องบินที่บินขึ้นและลงได้เหมือนเฮลิคอปเตอร์ แต่ไม่มีเสียง ไม่ต้องใช้ค่าใช้จ่าย และก็ไม่ปล่อยมลพิษด้วย 

นั่นเป็นฝันของหลายบริษัทที่กำลังพยายามผลิตเครื่องบินไฟฟ้าแบบ “eVTOL” (electric vertical take-off and landing vehicle) โดยจะใช้สำหรับการเดินทางในระยะสั้น ๆ โดยขนส่งผู้โดยสารจำนวนไม่มาก 

หนึ่งในบริษัทนั้นคือบริษัท Vertical Aerospace โดยเมื่อก่อนหน้านี้ในปีนี้ เครื่องบิน VX4 ได้ทดลองบินเป็นครั้งแรกแล้วโดยเครื่องบินยังถูกผูกโยงไว้กับพื้นอยู่และบินร่อนอยู่แค่ 10 นาทีเท่านั้น 

VERTICAL AEROSPACE

ที่มาของภาพ, VERTICAL AEROSPACE

ในปี 2023 พวกเขาจะทดสอบการบินเพิ่มขึ้น และมุ่งเป้าที่จะเริ่มบินไปข้างหน้าด้วยความเร็วมากขึ้นและที่ความสูงมากขึ้น พวกเขาหวังว่าจะได้รับใบอนุญาตให้บินส่งผู้โดยสารได้ในปี 2025 

อีกบริษัทหนึ่งคือ Volocopter จากเยอรมนี ซึ่งจะทดสอบการบินในปีหน้า พวกเขาหวังว่าจะได้รับใบอนุญาตในปี 2024 และเริ่มให้บริการในสิงคโปร์ ปารีส และโรม 

ด้านบริษัท Lilium จากเยอรมนีใช้เทคโนโลยีแตกต่างไปจาก Vertical Aerospace และ Volocopter เครื่องบินของพวกเขาใช้เครื่องเจ็ตพลังไฟฟ้า 30 ตัวซึ่งปรับเปลี่ยนระหว่างยิงแนวดิ่งเวลาบินขึ้นจากพื้น และยิงไปด้านหลังเวลาเคลื่อนที่ไปด้านหน้า 

Lilium

ที่มาของภาพ, Lilium

สัญญาณมือถือจากดาวเทียม

AST SPACEMOBILE

ที่มาของภาพ, AST SPACEMOBILE

มีบางพื้นที่ในโลกที่คนไม่สามารถหาสัญญาณโทรศัพท์ที่แรงพอได้ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศที่ร่ำรวยแล้ว หรือพื้นที่อันห่างไกลในประเทศยากจน

บริษัท AST SpaceMobile จากเท็กซัส ต้องการจะให้บริการกับลูกค้ากลุ่มนี้

พวกเขาได้รับการสนับสนุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง AT&T และ Vodafone และกำลังพัฒนาเทคโนโลยีให้คนสามารถเชื่อมต่อมือถือโดยตรงกับดาวเทียมได้เลย 

ตอนนี้พวกเขามีดาวเทียมสำหรับการทดสอบอยู่ในวงโคจรระยะต่ำรอบโลก แต่ในปี 2023 วางแผนจะส่งดาวเทียมไปอีก 5 ดวง โดยจะมีสัญญาณครอบคลุมทั่วโลกเมื่อส่งดาวเทียมขึ้นไปครบ 100 ดวง โดยอาจจะสำเร็จในปี 2024 

บริษัท AST จะไม่ให้บริการโดยตรงกับลูกค้า แต่จะขายให้กับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถืออีกทอดหนึ่ง

นี่จะเป็นอุปสรรคสำหรับบริษัทสตาร์ลิงก์ของนายอีลอน มัสก์ เพราะว่าลูกค้าที่จะใช้บริการของสตาร์ลิงก์ต้องติดตั้งจานรับสัญญาณด้วย 

บริษัท AST หวังว่าจะสามารถดึงดูดลูกค้าได้เพราะบริการของพวกเขาจะอาศัยแค่มือถือ และค่าบริการจะอยู่ในระดับที่ไม่แพงจนเกินไป