องค์ดาไลลามะทรงเผยเรื่องผู้สืบทอดตำแหน่งแล้ว ในวาระครบรอบการประสูติ 90 พรรษา

องค์ดาไลลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวทิเบตที่ถูกเนรเทศ ทรงยืนยันว่าพระองค์จะทรงมีผู้สืบทอดตำแหน่งหลังจากสิ้นพระชนม์

พระองค์ทรงมีพระดำรัสว่า จะมีเพียงองค์กรกาเด็น โพดรัง (Gaden Phodrang Trust) ที่พระองค์ทรงก่อตั้งขึ้นเท่านั้น ที่มีอำนาจในการยืนยันการกลับชาติมาเกิดของพระองค์ โดย "ไม่มีใครอื่นที่จะมีอำนาจเข้ามาแทรกแซง"

คำประกาศของพระองค์ในวันนี้ (2 ก.ค.) หลังจากการเฝ้ารอมาอย่างยาวนานเกิดขึ้นที่เมืองธรรมศาลา ทางตอนเหนือของอินเดีย ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระองค์ทรงประทับหลังจากลี้ภัยทางการเมืองจากการปกครองของจีน

ผู้ติดตามขององค์ดาไลลามะหลายร้อยคนรวมตัวกันในเมืองธรรมศาลาทางตอนเหนือของอินเดีย เพื่อเฉลิมฉลองวันครบรอบประสูติ 90 พรรษาขององค์ดาไลลามะในสัปดาห์นี้

รัฐบาลจีนซึ่งผนวกทิเบตเข้าเป็นส่วนหนึ่งในช่วงทศวรรษที่ 1950 มององค์ดาไลลามะเป็นผู้แบ่งแยกดินแดน และทางการจีนก็บอกว่าพวกเขามีสิทธิ์ในการเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากองค์ดาไลลามะองค์ปัจจุบัน

องค์ดาไลลามะทรงมีพระดำรัสว่าอย่างไร

หลังจากเป็นที่เฝ้ารอมาอย่างยาวนาน องค์ดาไลลามะทรงมีพระดำรัสผ่านทางวิดีโอในวันนี้ว่า สถาบันอันมีอายุยาวนานหลายศตวรรษนี้จะยังคงดำรงอยู่

ในพระดำรัสของพระองค์ องค์ดาไลลามะตรัสว่าทรงได้รับคำร้องขอจากชาวทิเบตทั่วโลกที่ไม่ต้องการให้สถาบันขององค์ดาไลลามะสิ้นสุดลง ภายหลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์

"เกี่ยวเนื่องกับการร้องขอเหล่านี้ ข้าพเจ้ายืนยันว่าสถาบันขององค์ดาไลลามะจะคงอยู่ต่อไป" องค์ดาไลลามะตรัส

พระองค์ยังทรงเน้นย้ำว่ากระบวนการในการค้นหาและรับรองการกลับชาติมาเกิดใหม่ของพระองค์ จะดำเนินการภายใต้มูลนิธิกาเด็ง โพดรัง (Gaden Phodrang Foundation) องค์กรที่พระองค์ทรงตั้งขึ้นในปี 2015 เพื่อรักษาไว้และสนับสนุนซึ่งภารกิจทางศาสนาและจิตวิญญาณขององค์ดาไลลามะ

"ไม่มีใครอื่นที่จะมีอำนาจเข้ามาแทรกแซง" พระองค์ตรัสเสริม

ในหนังสือของพระองค์ที่ชื่อว่า "Voice for the Voiceless" [อาจแปลเป็นไทยได้ว่า "เสียงเพื่อผู้ไร้เสียง"] ที่เผยแพร่เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา องค์ดาไลลามะทรงระบุว่าสิ่งนี้อาจเกิดขึ้น พร้อมตรัสว่าผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์จะเกิดนอกแผ่นดินจีน

แต่นี่คือครั้งแรกที่ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวพุทธทิเบตทรงมีพระดำรัสอย่างชัดเจนว่าประเพณีในการเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์จะยังคงอยู่ต่อไป

การรวมตัวของพระสงฆ์ที่เมืองธรรมศาลา

รายงานโดยซามีรา ฮุสเซน จากเมืองธรรมศาลาทางตอนเหนือของอินเดีย

มีการคาดการณ์ก่อนหน้ามามากมายว่าองค์ดาไลลามะจะทรงมีพระดำรัสอย่างไรในวันนี้

การประกาศของพระองค์เกิดขึ้นไม่นานก่อนช่วงเที่ยง ในห้องสมุดและหอจดหมายเหตุที่อยู่ถัดไปทางด้านหลังของพระอารามหลัก

พระสงฆ์จากส่วนต่าง ๆ ของโลกที่มารวมตัวกันในที่แห่งนี้ ทำให้มองดูแล้วเหมือนกับทะเลสีน้ำตาลแดง

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้ศรัทธาในองค์ดาไลลามะหลายร้อยคนได้เดินทางมาถึงเมืองธรรมศาลาที่ตั้งอยู่ใกล้กับเทือกเขาหิมาลัย สถานที่ที่องค์ดาไลลามะประทับหลังจากลี้ภัย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันครบรอบประสูติ 90 พรรษาของพระองค์ กิจกรรมต่าง ๆ เริ่มขึ้นตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา (30 มิ.ย.) ซึ่งเป็นวันประสูติขององค์ดาไลลามะตามปฏิทินจันทรคติของทิเบต และจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 6 ก.ค. ซึ่งเป็นวันประสูติอย่างเป็นทางการของพระองค์

การเฉลิมฉลองนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 7,000 คน ซึ่งรวมถึงรัฐมนตรีในกระทรวงต่าง ๆ ของอินเดียจำนวนหนึ่ง และริชาร์ด เกียร์ นักแสดงฮอลลีวูดซึ่งเป็นผู้ติดตามพระองค์มาอย่างยาวนาน

การเปิดเผยก่อนหน้าเกี่ยวกับการสืบทอดตำแหน่ง

รายงานโดยกีตา พันเดย์ และซามีรา ฮุสเซน

องค์ดาไลลามะทรงมีพระดำรัสมาก่อนหน้านี้ว่าพระองค์จะทรงประทานรายละเอียดเกี่ยวกับผู้สืบทอดตำแหน่งในช่วงเวลาใกล้กับวันครบรอบประสูติ 90 พรรษา และพระองค์ทรงมีพระดำรัสกับผู้ติดตามเมื่อวันจันทร์ (30 มิ.ย.) ว่า "จะมีกรอบการทำงานภายในบางประการที่เราสามารถพูดคุยเกี่ยวกับความต่อเนื่องของสถาบันขององค์ดาไลลามะได้" แต่ทรงไม่ได้ขยายความเพิ่มเติม

ในอดีต ผู้ชนะรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพและผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวพุทธทิเบตพระองค์นี้ประสบกับความยากลำบากในการตัดสินพระทัยว่าจะสานต่อสถาบันที่มีอายุ 600 ปีนี้หรือไม่ โดยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา พระองค์ทรงมีพระดำรัสว่าผู้สืบทอดของพระองค์อาจจะเป็นเด็กผู้หญิง หรือไม่ก็อาจจะไม่มีผู้สืบทอดเลย

แต่ต่อมาพระองค์ก็ทรงมีพระดำรัสเช่นกันว่า หากชาวทิเบตที่พลัดถิ่นยังสนับสนุนตำแหน่งนี้อย่างกว้างขวางซึ่งในข้อเท็จจริงก็เป็นเช่นนั้น สถาบันขององค์ดาไลลามะก็จะยังคงอยู่และเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งองค์ต่อไป

ทั้งนี้ พระองค์ทรงยืนยันตลอดมาว่าผู้สืบทอดตำแหน่งจะเป็นผู้ที่เกิดนอกประเทศจีน ซึ่งเป็นข้อความที่ทำให้รัฐบาลจีนโกรธ

แม้ว่าองค์ดาไลลามะจะทรงอุทิศพระองค์ให้กับ "ทางสายกลาง" เพื่อแก้ไขสถานะของทิเบตให้สามารถปกครองตนเองได้อย่างแท้จริงภายใต้จีน แต่รัฐบาลมองพระองค์เป็นผู้แบ่งแยกดินแดน โดยบอกว่ามาตรฐานในการใช้ชีวิตของผู้คนในทิเบตพัฒนาขึ้นอย่างมากภายใต้การปกครองของจีน

ยูดอน โอกัตซัง สมาชิกสภาของรัฐบาลพลัดถิ่นทิเบต ระบุว่าเธอไม่ได้คาดหวังว่า "จะมีการวางขั้นตอนที่ชัดเจนไว้" ในสัปดาห์นี้

"ฉันคิดว่าทุกคนกำลังคาดการณ์ถึงการเปิดเผยอะไรบางอย่างจากพระประมุขเกี่ยวกับการกลับชาติมาเกิด แต่ฉันไม่ได้คาดหวังถึงการเปิดเผยรายละเอียดอย่างเฉพาะเจาะจง" เธอบอกกับบีบีซี

เธอกล่าวว่า องค์ดาไลลามะองค์ปัจจุบัน "เป็นขุมพลังที่เชื่อมโยงขบวนการทิเบตให้เป็นหนึ่งเดียว" และชาวทิเบตบางคนก็รู้สึกว่าควรจะมีใครสักคนที่ได้รับการยอมรับในไม่ช้าว่าเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์ เพราะพวกเขากังวลว่ามันอาจส่งผลกระทบต่อประชาคมและขบวนการทิเบตในการเคลื่อนไปข้างหน้า

"สถาบันขององค์ดาไลลามะมีความสำคัญมากต่อการต่อสู้ของชาวทิเบต อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของอัตลักษณ์ชาวทิเบต และเป็นแสงสว่างที่พึ่งทางจิตวิญญาณของพวกเรา สิ่งนั้นมันจะคงอยู่ ฉันเชื่อว่ามันจะมีสุญญากาศ แต่เราจะต้องดำเนินต่อ เราไม่มีทางเลือก" เธอกล่าว

"เรามีตำแหน่งหน้าที่สำคัญมาก ๆ ที่จะยากจะหาคนมาเติมเต็ม แต่เราก็ต้องหาคนทำใช่ไหม? ฉันคิดว่าจะต้องมีคนมากมายที่เข้ามาทำหน้าที่นั้น ซึ่งคนเพียงคนเดียวคงจะไม่เพียงพอ"

อย่างไรก็ตาม มีผู้เชี่ยวชาญหลายรายเชื่อว่า หากองค์ดาไลลามะประกาศผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์เอง ทางการจีนก็คงจะประกาศชื่อองค์ดาไลลามะของพวกเขาเองเช่นกัน

"จีนจะโต้แย้งว่ามีเพียงพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่มีฐานในกรุงปักกิ่งเท่านั้น ที่จะมีอำนาจในการค้นหาการกลับชาติมาเกิดใหม่ขององค์ดาไลลามะ" ดิบเยช อานันท์ ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยเวสต์มินสเตอร์ บอกกับบีบีซี

"หลังจากนั้นไม่กี่เดือนหรืออาจจะไม่กี่ปี พวกเขาจะแต่งตั้งเด็กชายที่อยู่ในการอุปถัมภ์เป็นองค์ดาไลลามะองค์ต่อไปและจะยึดถือตามนั้น ซึ่งแน่นอนว่าชาวทิเบตจำนวนมากจะไม่ยอมรับ และคนส่วนใหญ่ในโลกจะล้อเลียนเรื่องนี้ แต่อย่าลืมว่าจีนมีอำนาจมหาศาลในแง่ของทรัพยากรต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาจะพยายามเข้ามากำหนดในเรื่องนี้"

ด้านโอกัตซัง ระบุว่า "แม้จะพยายามควบคุมความคิดและจิตใจของชาวทิเบตที่อาศัยอยู่ในทิเบตมานานหลายปี" แต่รัฐบาลจีน "ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง"

เธอมองว่าองค์ดาไลลามะที่ได้รับเลือกจากจีนนั้น "จะไม่ได้รับการยอมรับ ไม่เพียงจากชาวทิเบตเท่านั้น แต่ชาวโลกก็จะไม่ยอมรับด้วย เพราะจีนไม่มีความชอบธรรมในการค้นหาองค์ดาไลลามะองค์ถัดไป"

"พวกเรากำลังกังวล แต่พวกเราก็รู้ว่าจีนจะประกาศองค์ดาไลลามะของตัวเองโดยไม่นึงถึงความกังวลของพวกเรา เราจะเรียกเขาว่า องค์ดาไลลามะที่ได้จีนรับรอง ซึ่งฉันไม่ห่วงเลยว่าเขาจะมีความน่าเชื่อถือใด ๆ ในหมู่ชาวทิเบตและชาวพุทธ"

ความเห็นจากการทางการจีน ภายหลังการประกาศขององค์ดาไลลามะ

กระทรวงการต่างประเทศของจีน ระบุในการแถลงข่าวกับสื่อภายหลังการประกาศขององค์ดาไลลามะในวันนี้ (2 ก.ค.) ว่า ทางการจีนไม่ยอมรับแถลงการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าการกลับชาติมาเกิดใหม่ขององค์ดาไลลามะนั้น จะต้องได้รับการรับรองจากรัฐบาลจีน

กระทรวงฯ ยังระบุอีกว่า การสืบทอดตำแหน่งขององค์ดาไลลามะจะต้องสอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดของจีน รวมถึง "พิธีกรรมทางศาสนาและขนบธรรมเนียมทางประวัติศาสตร์"

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนยังเสริมอีกว่า การระบุตัวตนของผู้สืบทอดตำแหน่งองค์ดาไลลามะจะสามารถทำได้ผ่านระบบการจับสลากเท่านั้น ซึ่งจะมีการเขียนรายชื่อต่าง ๆ ลงในโกศทองคำ

วิธีการถูกเริ่มนำมาใช้ในปี 1792 และถูกใช้ระบุตัวตนผู้กลับชาติมาเกิดใหม่ขององค์ดาไลลามะในอดีตมา 3 พระองค์ ซึ่งวิธีนี้ไม่ใช่วิธีการที่ถูกใช้ในการคัดเลือกองค์ดาไลลามะองค์ปัจจุบัน

รัฐบาลจีนกล่าวว่าวิธีการนี้เป็น "รูปแบบเฉพาะ" ของพุทธศาสนาทิเบต และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติของรัฐบาลจีนเรื่อง "เสรีภาพในความเชื่อทางศาสนา"

แต่นักวิจารณ์หลายคนก็บอกว่าจีนจะใช้วิธีการนี้ในการกดดันประชาคมชาวทิเบต ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ทางการจีนปฏิเสธ