You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
หญิงที่เข้าสู่ “วัยทอง” ตั้งแต่อายุ 20 กว่า
หลังจากหมอแจ้งข่าวร้ายกับเธอเมื่อเดือน ส.ค. ปี 2015 เอ็มมา เดลานีย์ นั่งร้องไห้อยู่เป็นชั่วโมงในรถ
เธออายุแค่ 25 ปี แต่ได้รับการวินิจฉัยว่ากำลังเข้าสู่ “วัยทอง” หรือภาวะหมดประจำเดือนแล้ว ย้อนไปเมื่อสองสามปีก่อน เธอไม่กลับมามีประจำเดือนอีกเลยหลังจากเลิกทานยาคุมกำเนิดไป
เอ็มมาเป็นหนึ่งในผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากภาวะที่รังไข่ของสตรีที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ หรือ Primary Ovarian Insufficiency (POI)
ในสหราชอาณาจักร มีผู้หญิงราว 1 ใน 100 คน ที่ได้รับผลกระทบจากอาการนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ามีมากกว่านั้น
ดร.นิกาต อาริฟ แพทย์สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติ หรือ NHS และเจ้าของบัญชีติ๊กต็อกชื่อดังที่ให้ความรู้เรื่องภาวะหมดประจำเดือน บอกว่า ยังไม่มีการพูดคุยเกี่ยวกับผู้หญิงอายุน้อยที่มีภาวะนี้เพียงพอ
อย่างกรณีของเอ็มมา ไม่แน่ชัดว่าทำไมรังไข่ของเธอไม่ทำงาน และภาวะนี้ก็อาจเกิดขึ้นได้จากภาวะภูมิคุ้มกันโรคบกพร่อง, โรคที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม, หรือการไปผ่าตัดที่มดลูกหรือรังไข่
หลังจากได้รับการวินิจฉัย เอ็มมาบำบัดรักษาด้วยการทานยาที่ฮอร์โมนทดแทน (Hormone Replacement Therapy – HRT) เธอเรียนรู้ว่ารังไข่ตัวเองหยุดทำงานและร่างกายเธอก็ไม่ได้ผลิตเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนเพียงพอ โดยฮอร์โมนสองตัวดังกล่าวเป็นตัวควบคุมรอบประจำเดือน
ความไม่สมดุลดังกล่าวได้ส่งผลต่อสุขภาพเธอมาหลายปี ภาวะสมองล้า หรือ “brain fog” ที่เคยเป็นไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนเธออย่างที่คิด อาการร้อนวูบวาบที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีคนจุดพลุในร่างกายเธอไม่ได้เกิดจากการถือไดร์เป่าผมหลายชั่วโมงติดต่อกันขณะทำงานในร้านทำผม และที่จริงแล้ว อาการนอนไม่หลับเป็นผลจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกายนั่นเอง
นอกจากนั้นแล้ว แม่ของเธอเองซึ่งอายุ 40 ต้น ๆ ก็ยังไม่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเลย ขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกันก็เพิ่งจะเริ่มต้นแต่งงานและมีลูก
“ฉันรู้สึกเหมือนไม่มีใครเข้าใจฉันเลย”
เอ็มมาแก้ปัญหาด้วยการหันไปทำงานหนักแทน และออกไปเที่ยวกลางคืนและหาคู่นอนแบบฉาบฉวย เธอต้องการจะดำเนินชีวิตไปทางตรงข้ามกับเพื่อน ๆ ตัวเองให้มากที่สุด
“ฉันทำร้ายร่างกายตัวเองด้วยแอลกอฮอล์และเซ็กส์… ฉันไม่รู้เลยว่าตัวเองต้องการคุยเรื่องนี้กับใครสักคนมากแค่ไหน”
ดร.นิกาต อาริฟ บอกว่า บัญชีโซเชียลมีเดียเธอเต็มไปด้วยข้อความจากผู้หญิงที่มีประสบการณ์คล้ายกันจากอาการนี้ เธอเรียกร้องให้บุคลากรสาธารณสุขเข้าใจความซับซ้อนของภาวะหมดประจำเดือนมากขึ้นและอยากให้ผู้หญิงทุกช่วงอายุเลิกมองว่านี่เป็น “เรื่องต้องห้าม” ที่พูดถึงไม่ได้
ดร.อาริฟ บอกว่าตอนนี้มีผู้หญิงได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการนี้มากขึ้นเพราะคนตระหนักรู้ถึงภาวะนี้มากขึ้น แต่ก็ยังต้องใช้เวลานานอยู่ดีกว่าจะได้รับการวินิจฉัย หากไม่รักษาอาการ POI ผู้หญิงอาจได้รับผลกระทบในระยะยาวเรื่องกระดูก หัวใจ และสุขภาพจิต
หลังจากปิดกั้นตัวเองมาหลายปี ในที่สุดเอ็มมาก็บอกเล่าถึงประสบการณ์ตัวเองอย่างเปิดเผยขึ้น
“ไม่ว่าจะได้รับการวินิจฉัยออกมาว่าอย่างไร ฉันก็ยังเป็นฉัน ตัวตนฉันยิ่งใหญ่กว่าคำวินิจฉัย นั่นเป็นบทเรียนสำคัญที่ได้เรียนรู้”
ไม่กี่ปีก่อน เธอได้พบรักกับแฟนที่เข้าใจอาการนี้และตอนนี้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน
บนอินสตาแกรม เธอไปพบกลุ่มการกุศลที่ชื่อ “Daisy Network” ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากภาวะที่รังไข่ของสตรีไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ โดยนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้พูดคุยกับคนอื่นที่เข้าใจว่าเธอผ่านอะไรมาบ้าง
ตอนนี้เธออายุ 34 ปี และเริ่มคิดว่าในอนาคตอาจจะมีลูกก็ได้ โดยอาจจะไปรับบุตรบุญธรรมมาเลี้ยง
ทุกวันนี้ บางทีเธอจะใส่เสื้อสีดำที่มีข้อความว่า “Make Menopause Matter” เพื่อเป็นการเรียกร้องให้คนเห็นตระหนักถึงภาวะหมดประจำเดือนมากขึ้น ไปทำงาน
เมื่อลูกค้าตั้งข้อสังเกตว่าเธอยังเด็กเกินไปที่จะเข้าสู่วัยทอง เธอก็จะอธิบายให้ฟังว่าภาวะ POI คืออะไร
“พวกเขาบอกว่าเรียนรู้เรื่องภาวะหมดประจำเดือนมากมายภายในเวลา 30 นาที มากกว่าที่พวกเขารู้มาทั้งชีวิต”
“ฉันรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้บอกเล่าเรื่องนี้ให้ผู้หญิงทุกคน”