5 ประเทศที่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิงท่องเที่ยวคนเดียว

ที่มาของภาพ, Getty Images
ความโหยหาการเดินทางท่องเที่ยวที่หยุดชะงักไปนานเนื่องจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ทำให้หลายคนไม่อยากเสียเวลารอหาเพื่อนเที่ยว แล้วตัดสินใจแพ็คกระเป๋าออกเดินทางตามลำพังกันมากขึ้น โดยเฉพาะในหมู่ผู้หญิง
งานวิจัยจาก Norwegian Cruise Line ผู้ให้บริการเรือสำราญสัญชาตินอร์เวย์ พบข้อมูลบ่งชี้ว่า 1 ใน 3 ของนักเดินทางนิยมการท่องเที่ยวตามลำพัง โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงสูงวัยที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น
ผลการศึกษาของเครือข่ายท่องเที่ยว Virtuoso พบว่าผู้เดินทางตามลำพังที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมากที่สุดในปี 2022 คือกลุ่มผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป คือเพิ่มขึ้นเป็น 18% จากเพียง 4% ในปี 2019
แม้ปัจจุบันผู้คนจะนิยมเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวมากขึ้น แต่ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยยังต้องเผชิญความท้าทายในการเที่ยวต่างประเทศตามลำพัง บีบีซีได้รวบรวม 5 ประเทศที่ได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของดินแดนที่มีความเสมอภาคระหว่างเพศ และความปลอดภัยสำหรับผู้หญิง
สโลวีเนีย
มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ในสหรัฐฯ จัดให้สโลวีเนียอยู่ในอันดับหนึ่งของดัชนีสันติภาพและความปลอดภัยของผู้หญิง (Women's Peace And Security Index หรือ WPS) เมื่อเทียบกับอีก 29 ประเทศในภูมิภาคยุโรปกลาง ยุโรปตะวันออก และเอเชียกลาง
การจัดอันดับดังกล่าวมาจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้หญิงในด้านความปลอดภัยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดย 85% ของผู้หญิงในสโลวีเนียบอกว่ารู้สึกปลอดภัย
ตอนที่แคลร์ แรมส์เดลล์ ไปถึงกรุงลูบลิยานา เมืองหลวงของสโลวีเนีย เธอออกตระเวนถ่ายรูปตามท้องถนนในยามค่ำคืน
“นี่อาจเป็นเรื่องเสี่ยงอันตรายสำหรับเมืองอื่น แต่ในกรณีของฉันมันเป็นกิจกรรมที่น่าเพลิดเพลินอย่างมาก” แคลร์ เล่า
“ไม่มีใครมาเกาะแกะวอแวฉันตลอดการท่องเที่ยวที่ประเทศนี้ และฉันก็ไม่มีปัญหาในการค้นหาเส้นทาง อุปสรรคทางภาษา หรืออะไรที่อาจสร้างความยุ่งยากในการเดินทางตามลำพัง”
แคลร์พบว่ากรุงลูบลิยานาเป็นเมืองที่เดินเที่ยวได้ง่าย อีกทั้งมีบริการขนส่งสาธารณะที่เชื่อถือได้และมีความครอบคลุม
สำหรับผู้ที่เดินทางคนเดียว เธอแนะนำให้ซื้อทัวร์อาหาร Ljubljanayum Food Tours และ Food Tour Ljubljana ส่วนใครที่ชอบขนมหวานก็ไม่ควรพลาดลิ้มรสขนม štruklji จากร้าน Moji Štruklji และเจลาโตร้านดังระดับโลกที่ชื่อ Cacao
ในฐานะผู้หลงใหลการปืนเขา แคลร์เดินทางมาที่สโลวีเนียเพื่อทำกิจกรรมกลางแจ้ง รวมทั้งสัมผัสกับความงามของเทือกเขาแอลป์โดยเฉพาะ
“ในขณะที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางป่าเขา แต่ฉันก็รู้ดีว่ามีเมืองอยู่ใกล้ ๆ ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน...ฉันไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเลย ซึ่งมันทำให้รู้สึกอุ่นใจทีเดียว”
แคลร์แนะนำให้นักท่องเที่ยวแวะชมความงามของน้ำสีเทอควอยซ์ในแม่น้ำซอชา (Soča River) ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของประเทศใกล้กับชายแดนประเทศอิตาลี และเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Chronicles of Narnia

ที่มาของภาพ, Getty Images
รวันดา
รายงานดัชนีสันติภาพและความปลอดภัยของผู้หญิง หรือ WPS ระบุว่า รวันดามีสัดส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นผู้หญิงอยู่ถึง 55% ถือเป็นประเทศที่มีความเสมอภาคทางเพศที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
นอกจากนี้ รวันดายังได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ผู้หญิงมีความรู้สึกปลอดภัยในระดับสูง อีกทั้งอยู่ในอันดับที่ 6 ของดัชนีช่องว่างระหว่างเพศของโลก (Global Gender Gap index) ซึ่งชี้วัดว่าประเทศมีความเท่าเทียมระหว่างชาย-หญิงมากเพียงใดในแง่ของเศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข และการมีส่วนร่วมทางการเมือง
รีเบคกา ฮานเซน ได้สัมผัสประสบการณ์นี้ด้วยตัวเองตอนที่ย้ายจากเดนมาร์กไปอยู่ที่รวันดาในปี 2019 และพบว่าการเดินทางท่องเที่ยวตามลำพังมีความปลอดภัยมากในประเทศนี้
“มีตำรวจ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และทหารอยู่ทุกที่ตลอดเวลาทั้งกลางวันกลางคืน” เธอเล่า “ตอนแรกก็ดูน่ากลัวเหมือนกัน แต่คุณจะรับรู้ได้อย่างรวดเร็วว่าเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบเหล่านี้มีความเป็นมิตรมาก และพร้อมให้ความช่วยเหลือเสมอ”
รีเบกกาบอกว่า คนส่วนใหญ่ในรวันดามักไม่เข้ามากวนใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่พวกเขาอาจอยากฝึกภาษาอังกฤษบ้าง โดยเฉพาะเด็กนักเรียน
เธอบอกว่าอังกฤษและฝรั่งเศสอยู่ในบรรดาภาษาราชการที่นี่ แม้ว่าชาวบ้านบางคนจะไม่พูดภาษาอังกฤษ แต่พวกเขาก็ยินดีช่วยชี้ทางให้ถ้าคุณเกิดหลงขึ้นมา

ที่มาของภาพ, Getty Images
รวันดาคือผู้นำด้านส่งเสริมสันติภาพและสร้างความปรองดองมานานหลายปี หลังเผชิญเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยชาวทุตซี ในปี 1994 ด้วยเหตุนี้ รีเบกกาจึงแนะนำให้เยี่ยมชมอนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คิกาลี (Kigali Genocide Memorial) ในเมืองหลวง ซึ่งไม่เพียงจะจัดแสดงประวัติศาสตร์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่นี่ แต่ยังรวมถึงตัวอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศอื่น ๆ และยังคงเป็นภัยคุกคามโลกมาจนถึงปัจจุบัน
แม้ทริปการชมกอริลลาภูเขาจะมีราคาแพง แต่รีเบคกาบอกว่านี่คือกิจกรรมที่นักเดินทางทั้งหลายไม่ควรพลาด นอกจากนี้เธอยังแนะนำอุทยานแห่งชาติ Nyungwe National Park ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ และอุทยานแห่งชาติ Volcanoes National Park ทางภาคเหนือเพื่อไปดูลิง รวมทั้งไปดูสัตว์ป่าที่อุทยานแห่งชาติ Akagera National Park ทางภาคตะวันออก
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ที่มาของภาพ, Getty Images
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี อยู่ในอันดับสูงสุดของดัชนี WPS ในภูมิภาคตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ ในแง่ความเสมอภาคของผู้หญิงด้านการศึกษา และการเงิน
นอกจากนี้ ยูเออียังเป็นผู้นำด้านความปลอดภัยในชุมชน โดย 98.5% ของผู้หญิงอายุ 15 ปีขึ้นปีบอกว่ารู้สึกปลอดภัยเวลาเดินตามลำพังยามค่ำคืนในเมืองหรือระแวกบ้าน
นครรัฐดูไบได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองปลอดภัยที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวหญิงเดี่ยว โดยประเมินจากข้อมูลของบริษัทประกันการเดินทาง Insure My Trip
ขณะที่ แซนดี เอาวาด อินฟลูเอ็นเซอร์ชื่อดัง ซึ่งอาศัยอยู่ทั้งในดูไบ และปารีส บอกว่ารู้สึกปลอดภัยเสมอในดูไบ แม้จะในย่านชานเมือง
“ครั้งหนึ่งรถยนต์ฉันยางแบน ฉันต้องทิ้งรถไว้กลางทะเลทรายโดยที่ไม่ล็อกประตูและมีกุญแจอยู่ข้างใน เพราะฉันรู้ดีว่าสามารถเชื่อใจได้ว่าคนขับรถแท็กซี่จะมารับฉัน และรถของฉันจะปลอดภัย”
แซนดีแนะนำนักท่องเที่ยวหญิงเดี่ยวให้จองทัวร์ซาฟารีในทะเลทราย เพราะเป็นวิธีที่จะได้พบคนที่น่าสนใจ แต่หากชอบการผจญภัยที่ตื่นเต้นกว่านั้นก็ให้ลองกระโดดร่มเหนือหมู่เกาะต้นปาล์ม
ญี่ปุ่น

ที่มาของภาพ, Getty Images
ญี่ปุ่นคือ 1 ใน 10 ประเทศที่ปลอดภัยที่สุดของดัชนีสันติภาพโลก (Global Peace Index) เนื่องจากมีอัตราอาชญากรรมรุนแรงที่ต่ำมาก รวมทั้งมีระดับความขัดแย้งทั้งภายในและภายนอกประเทศต่ำ
ญี่ปุ่นยังให้บริการตู้รถไฟใต้ดินเฉพาะผู้หญิง (ในบางเวลาและบางเส้นทาง) รวมทั้งมีที่พักสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวหญิงที่เดินทางคนเดียว และต้องการความปลอดภัยเป็นพิเศษ
ที่นี่ยังมีร้านอาหารและกิจกรรมไว้บริการให้ลูกค้าที่มาคนเดียวมากกว่าที่ใด ๆ ในโลก
มิกะ ไวต์ ผู้ก่อตั้งบริษัทท่องเที่ยว Chapter White อธิบายเรื่องนี้ว่าเป็นผลมาจากจำนวนประชากรที่ลดลง ค่านิยมที่หวงแหนความเป็นส่วนตัว และการที่ผู้คนครองโสดกันมากขึ้น นี่จึงเอื้อให้การท่องเที่ยวคนเดียวในญี่ปุ่นทำได้ง่ายและสะดวกสบายอย่างยิ่ง
ลูลู อัสซากาฟ ซึ่งย้ายจากอินโดนีเซียมาอยู่ญี่ปุ่นเมื่อ 20 ปีก่อน บอกว่ารู้สึกถึงความปลอดภัยได้ในทันที “คนที่นี่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน และยินดีให้ความช่วยเหลือคนแปลกหน้า”
ลูลู ซึ่งปัจจุบันทำงานเป็นผู้นำเที่ยวของบริษัท Intrepid Travel แนะนำว่า หากคุณต้องเดินทางไปในพื้นที่ชนบทให้หาไกด์ไปด้วย เพราะหาคนพูดภาษาอังกฤษในแถบนั้นได้ยาก
สำหรับผู้ต้องการสัมผัสการท่องเที่ยวแบบไม่เหมือนใคร ลูลูแนะนำเมืองคานาซาวะ ซึ่งมีชื่อเสียงในฐานะเมืองแห่งซามูไร รวมทั้งเมืองทาคายาม่า ในเขต “เทือกเขาแอลป์แห่งญี่ปุ่น” ซึ่งมีสถาปัตยกรรมโบราณที่งดงามและเป็นแหล่งผลิตเหล้าสาเกชื่อดัง
นอร์เวย์

ที่มาของภาพ, Getty Images
นอร์เวย์อยู่ในอันดับหนึ่งของดัชนี WPS เนื่องจากมีคะแนนสูงสุดด้านการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในภาคการเงิน การปลอดจากปัญหาการเลือกปฏิบัติทางกฎหมาย และความปลอดภัยในชุมชนของผู้หญิง
นอกจากนี้ นอร์เวย์ยังมักติด 1 ใน 10 ประเทศที่มีความเสมอภาคทางเพศมากที่สุดในโลก รวมทั้งประเทศที่ประชากรมีความสุขมากที่สุดในโลก นี่จึงทำให้นอร์เวย์เป็นประเทศที่เปิดกว้างสำหรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ และนักเดินทางหญิงเดี่ยว
ทูรันน์ ทรุนสวอง ผู้ก่อตั้งบริษัทท่องเที่ยว Up Norway อธิบายว่า วัฒนธรรมแห่งความอดทนอดกลั้นและความเชื่อใจทางสังคมทำให้นอร์เวย์เป็นสถานที่ในอุดมคติสำหรับผู้หญิงที่ท่องเที่ยวตามลำพัง
“คุณสามารถขอให้คนโต๊ะข้าง ๆ ในร้านกาแฟช่วยเฝ้าของให้ในระหว่างที่คุณไปเข้าห้องน้ำ” ทูรันน์ บอก นอกจากนี้เธอยังภูมิใจที่ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการจำนวนมากมีเจ้าของเป็นผู้หญิง
การจะได้สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวที่แท้จริงในนอร์เวย์ ทูรันน์แนะนำให้เปิดรับค่านิยมการใช้ชีวิตกลางแจ้งของผู้คนที่นี่ที่เรียกว่า friluftsliv
ข้อมูลจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา ระบุว่า จะมีปรากฏการณ์ทางดวงอาทิตย์มากขึ้นไปจนถึงปี 2525 จึงทำให้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวแถบขั้วโลกเพื่อชมแสงเหนือ หรือจะทำกิจกรรมสุนัขลากเลื่อน และเดินตะลุยหิมะแบบคนท้องถิ่นในตอนกลางวัน จากนั้นก็พักในบ้านน้ำแข็ง “อิกลู” หรือโรงแรมน้ำแข็งในยามค่ำคืน











