พบ “มัมมี่ลิ้นทองคำ” เพิ่ม ที่สุสานยุคโรมันทางใต้ของอียิปต์

ที่มาของภาพ, MINISTRY OF TOURISM AND ANTIQUITIES
ทีมนักโบราณคดีจากกระทรวงการท่องเที่ยวและโบราณวัตถุของอียิปต์ แถลงว่าค้นพบมัมมี่ประหลาด ซึ่งมีแผ่นทองคำรูปลิ้นอยู่ในปากเพิ่มอีก 2 ร่าง ที่เมืองโบราณอ็อกซีริงคัส (Oxyrhynchus) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงไคโร
การค้นพบครั้งนี้ ทำให้จำนวนของมัมมี่อียิปต์ลิ้นทองคำในเมืองดังกล่าว เพิ่มขึ้นเป็นทั้งหมด 16 ร่างด้วยกัน หลังจากมีการค้นพบเป็นครั้งแรกที่เมืองอเล็กซานเดรียในปี 2021 และขุดพบเพิ่มเติมจำนวนมากที่เมืองอ็อกซีริงคัส นับแต่นั้นเป็นต้นมา
ดร.เอสเตอร์ ปอนส์ เมญาโด และดร. ไมเต มาสคอร์ต ผู้อำนวยการร่วมของภารกิจการขุดค้นทางโบราณคดีที่เมืองออกซีริงคัส บอกว่าแผ่นทองคำที่ตีเป็นรูปลิ้นแล้วนำไปใส่ไว้ในปากของมัมมี่นั้น มีอายุเก่าแก่ราว 2,300 ปี ถือเป็นเครื่องรางที่ชาวอียิปต์โบราณประดิษฐ์ขึ้นเพื่อให้ผู้วายชนม์ใช้งาน เสมือนเป็นอวัยวะเทียมในชีวิตหลังความตาย ซึ่งลิ้นทองคำนี้จะช่วยให้สามารถพูดจากับเทพโอไซริสในปรโลกได้
ส่วนเหตุผลที่ชาวอียิปต์โบราณนำทองคำมาทำเป็นลิ้นเทียมให้กับคนตายนั้น เนื่องจากพวกเขามีความเชื่อว่า ธาตุทองนั้นแท้จริงก็คือ “เนื้อของเทพเจ้า” จึงมีความเหมาะสมในการนำมาประดิษฐ์เป็นลิ้นเทียม ซึ่งจะเป็นอวัยวะที่ผู้ตายใช้สื่อสารกับทวยเทพได้

ที่มาของภาพ, MINISTRY OF TOURISM AND ANTIQUITIES
ก่อนหน้านี้ผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่า มัมมี่ที่มีลิ้นทองคำอาจเป็นผู้มีความพิการหรือความผิดปกติทางการพูด จึงจำเป็นต้องมีลิ้นใหม่เพื่อใช้ในโลกหน้า แต่ปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันความถูกต้องของแนวคิดนี้
ในการขุดค้นครั้งล่าสุด ทีมนักโบราณคดีพบมัมมี่ลิ้นทองคำทั้งสองร่าง ภายในสุสานใต้ดินยุคโรมันที่เรียกว่า hypogea สองแห่ง โดยพบม้วนกระดาษพาไพรัสที่บันทึกข้อความภาษากรีก และตราประทับทำจากดินเหนียวด้วย
สุสานใต้ดินขนาดใหญ่เหล่านี้ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว โดยเป็นสุสานจากยุคราชวงศ์ทอเลมี (Ptolemy) ซึ่งปกครองอียิปต์ในช่วง 304-30 ปีก่อนคริสตกาล
ภายในสุสานมีโลงหิน 9 โลง ซึ่งสลักลวดลายรูปคนและสัตว์ตกแต่งอยู่โดยรอบ ในจำนวนนี้ 2 โลงยังปิดสนิท ปราศจากร่องรอยการถูกปล้นเอาของมีค่า จึงทำให้ลิ้นทองคำของมัมมี่ในโลงดังกล่าวยังคงหลงเหลืออยู่
ร่างมัมมี่จากยุคที่อียิปต์อยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิโรมันนั้น จะถูกนำใส่กล่องรูปโครงร่างคนซึ่งทำจากกระดาษและเส้นใยพืช (cartonage) รวมทั้งมีการวาดภาพเหมือนของผู้ตายลงบนกล่องด้วยสีสันสดใส ก่อนจะนำไปบรรจุในโลงหินด้วย

ที่มาของภาพ, MINISTRY OF TOURISM AND ANTIQUITIES
ในครั้งนี้ทีมนักโบราณคดียังค้นพบรูปปั้นดินเผาของเทพี “ไอซิส-อะโฟรไดที” (Isis-Aphrodite) ซึ่งเป็นศิลปะที่ผสมผสานความเชื่อเรื่องทวยเทพของอียิปต์และกรีก-โรมัน เข้าด้วยกัน เนื่องจากรูปปั้นนี้แสดงทั้งลักษณะของไอซิส เทพีแห่งเวทย์มนตร์คาถาและการเยียวยารักษาโรคของอียิปต์ รวมทั้งลักษณะของอะโฟรไดทีหรือวีนัส เทพีแห่งความงามและความรักของวัฒนธรรมกรีก-โรมันโบราณ ซึ่งถือเป็นการค้นพบรูปปั้นดังกล่าวครั้งแรกในภาคกลางของอียิปต์
ชื่อของเมืองโบราณออกซีริงคัสมีความหมายว่า "ปลาจมูกแหลม" ในภาษากรีก เป็นแหล่งขุดค้นทางโบราณคดีที่สำคัญ โดยก่อนหน้านี้มีการค้นพบแผ่นกระดาษอ็อกซีริงคัส (Oxyrhynchus papyri) ซึ่งเป็นเอกสารโบราณที่เขียนลงกระดาษพาไพรัสด้วยภาษากรีก ภาษาละติน และภาษาอื่น ๆ นับแสนชิ้น ตั้งแต่ยุค 300 ปีก่อนคริสตกาล มาจนถึงช่วง ค.ศ. 700
ส่วนการค้นพบมัมมี่ลิ้นทองคำร่างแรก ในช่วงต้นปี 2021 มีขึ้นที่วิหารทาโปไซริส แม็กนา ของเมืองอเล็กซานเดรีย ซึ่งนักโบราณคดีบางคนสันนิษฐานว่าอาจเป็นสถานที่ฝังพระศพพระนางคลีโอพัตราที่ 7 ฟาโรห์องค์สุดท้ายของอาณาจักรอียิปต์โบราณ











