เมื่อความงามเป็นสิ่งต้องห้าม ชีวิตหญิงอัฟกานิสถานที่ไร้ร้านเสริมสวยจะเป็นอย่างไร

ร้านทำผมและร้านเสริมสวยทั่วอัฟกานิสถาน จะต้องปิดตัวลงในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้ ตามคำสั่งของรัฐบาลตาลีบัน

การปิดอุตสาหกรรมเสริมความงามนี้ จะทำให้สูญเสียการจ้างงานมากกว่า 60,000 ตำแหน่ง ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง

กลุ่มตาลีบันได้อนุญาตให้ร้านเสริมสวยดำเนินการต่อไปได้ นับแต่ทางกลุ่มขึ้นครองอำนาจในอัฟกานิสถานเมื่อ 2 ปีก่อน แต่เมื่อเดือนที่แล้ว ตาลีบันเปลี่ยนจุดยืนต่อธุรกิจลักษณะนี้

การสั่งห้ามร้านทำผมและร้านเสริมสวย ยิ่งทำให้พื้นที่ของสตรีชาวอัฟกานิสถานลดน้อยลงไปอีก หลังพวกเธอถูกสั่งห้ามเข้าชั้นเรียน ยิม และสวนสาธารณะ

ซาร์มินา วัย 23 ปี กำลังย้อมผมสีน้ำตาลเข้มอยู่ในร้านเสริมสวย ตอนที่เธอได้ทราบข่าวการเตรียมปิดกิจการ

“เจ้าของร้านตกใจมาก และเริ่มร้องไห้ เธอเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว” คุณแม่ลูก 2 กล่าว

“ฉันไม่กล้ามองกระจก ตอนที่ช่างกำลังแต่งขนตาฉัน ทุกคนร้องไห้ มันมีแต่ความเงียบ”

ซาร์มินา อาศัยอยู่ในเมืองกันดาฮาร์ ทางตอนใต้ของอัฟกานิสถาน ซึ่งเป็นศูนย์รวมอำนาจของกลุ่มตาลีบัน และเมืองที่ผู้นำสูงสุดของทางกลุ่มพำนักอยู่

เธอกล่าวว่า มันเป็นเรื่องปกติในเมืองนี้ ที่ผู้ชายจะสั่งห้ามลูกสาวไม่ให้แต่งหน้า หรือไปเสริมสวย

“ผู้หญิงส่วนใหญ่สวมใส่บุรกาและฮิญาบ เรายอมรับเครื่องแต่งกายนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม”

ซาร์มินา แต่งงานตอนอายุ 16 ปี เธอเล่าว่า การได้พูดคุยกันในร้านเสริมสวย ทำให้เธอรู้สึกถึงเสรีภาพที่หาได้ยากยิ่งในประเทศนี้

“ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้านด้วยตัวเอง แต่ฉันโน้มน้าวสามีให้อนุญาตให้ฉันมาร้านเสริมสวย 2-3 ครั้งต่อปี”

เธอเคยไปร้านเสริมสวยพร้อมกับผู้คนอีกคนที่อาศัยในชุมชนเดียวกัน และสานมิตรภาพที่ดีกับช่างเสริมสวยคนหนึ่ง

“ในอดีต ผู้หญิงมักคุยกันถึงวิธีการที่จะโน้มน้าวสามี บางคนเปิดใจถึงความรู้สึกไม่มั่นคงปลอดภัย”

แต่วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดกับอัฟกานิสถานค่อย ๆ ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต นับแต่ตาลีบันขึ้นสู่อำนาจเมื่อเดือน ส.ค. 2021 ภายหลังกองทัพสหรัฐฯ ถอนกำลังออกจากประเทศ

เสรีภาพของผู้หญิงก็หดแคบลงเรื่อย ๆ นับแต่นั้น

“ตอนนี้ พวกผู้หญิงพูดกับถึงแต่เรื่องการว่างงาน การถูกกีดกัน และความยากจน” ซาร์มินา กล่าว

ศักดิ์ศรี และ ความงาม

มาดินา ปกคลุมศีรษะเธอด้วยผ้าคลุมศีรษะ ทุกครั้งตอนที่ออกจากบ้าน มีเพียงสามีและสมาชิกหญิงในครอบครัวที่ได้เห็นผมที่ย้อมสีของเธอ

มาดินา วัย 22 ปี อาศัยอยู่ในกรุงคาบูล และติดตามกระแสการเสริมความงามใหม่ ๆ ทางออนไลน์เสมอ

“ผู้หญิงทุกคนที่ฉันรู้จักรักเรื่องความสวยความงาม ฉันชอบเรื่องแฟชันล่าสุด และแต่งหน้า”

เธอยังยอมรับว่า การไปร้านเสริมสวย เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตแต่งงานให้มีชีวิตชีวาอยู่เสมอ

“สามีฉันชอบเห็นทรงผมฉันในสี และสไตล์ที่หลากหลาย”

“เขามักพาฉันไปร้านเสริมสวย และรออย่างอดทนหน้าประตู” เธอกล่าวอย่างภูมิใจ

“เขามักชมฉันตอนที่เดินออกจากร้าน ทำให้ฉันรู้สึกดี”

มาดินา มุ่งมั่นที่จะเป็นนักกฎหมาย จนกระทั่งกลุ่มตาลีบันสั่งห้ามผู้หญิงไม่ให้ไปมหาวิทยาลัย นับแต่นั้นเธอก็หางานทำไม่ได้ เพราะผู้หญิงถูกสั่งห้ามในบทบาทหน้าที่หลายอย่าง

ตอนเด็ก ๆ มาดินา จะติดตามแม่ไปร้านเสริมสวย และจำได้ว่าผู้หญิงในร้านมักเปิดใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิต

“พนักงานผู้หญิงในร้านตอนนี้ ไม่ใส่กระโปรงหรือกางเกงยีนส์แล้ว ทุกคนใส่ฮิญาบ”

และความกลัวก็ปกคลุมไปทั่ว

“ไม่มีใครรู้ได้ว่า ใครเป็นผู้สนับสนุนตาลีบัน ไม่มีใครอยากคุยกันเรื่องการเมือง”

ในอดีต เจ้าบ่าวได้รับอนุญาตให้สังเกตการณ์ตอนที่เจ้าสาวกำลังแต่งหน้าทาปาก มาดินา ยังจำได้ว่า พวกผู้ชายถ่ายรูปกันในร้านเสริมสวยเลย แต่สิ่งเหล่านั้นถูกสั่งห้ามหมดแล้ว

สำหรับมาดินานั้น อย่างน้อยเธอก็ยังมีความทรงจำของ “วันแต่งงาน” ให้ได้ระลึกถึง

“ฉันไปร้านเสริมสวย แต่งหน้าเจ้าสาวแบบจัดเต็ม ก่อนงานแต่งงานเมื่อปีที่แล้ว” เธอกล่าว

“ตอนที่ฉันมองตัวเองในกระจก ฉันสวยมาก มันเปลี่ยนตัวฉันไป ฉันอธิบายความสุขที่มีในวันนั้นไม่ได้”

การบำบัดลับ

สำหรับ โซมายา วัย 27 ปี ที่อาศัยในเมืองมาซาร์-อี-ชาริฟ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอัฟกานิสถาน เธอระบุว่า ร้านเสริมสวยเป็นสิ่งจำเป็น

เมื่อ 3 ปีก่อน เธอถูกไฟไหม้ที่ใบหน้า ต้องเสียคิ้ว ขนตา หลังเครื่องทำความร้อนในห้องของเธอระเบิด

“ฉันทนดูใบหน้าตัวเองไม่ได้ ฉันดูน่าเกลียด” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเปี่ยมอารมณ์

“ฉันคิดว่าทุกคนมองฉัน และหัวเราะฉันเพราะคิ้วฉันหายไป ฉันไม่กล้าออกข้างนอกหลายเดือน ฉันร้องไห้หนักมากช่วงนั้น”

การแพทย์ช่วยรักษาบาดแผลของเธอได้ ส่วนร้านเสริมสวยช่วยฟื้นคืนความมั่นใจเธอกลับมา

“ฉันไปร้านเสริมสวย เพื่อสักคิ้ว มันทำให้ฉันดูดีขึ้น” เธอกล่าว

“ตอนนี้ เมื่อมองคิ้วของฉัน ฉันเริ่มร้องไห้ แต่มันเป็นน้ำตาแห่งความสุข ร้านเสริมสวยคืนชีวิตฉันกลับมาอีกครั้ง”

โซมายา ศึกษาจบปริญญาโทด้านจิตวิทยา และทำงานเป็นที่ปรึกษาสุขภาพจิต เธอได้เห็นผู้หญิงจำนวนมากเข้ามาใช้บริการของเธอเพิ่มขึ้น นับแต่ตาลีบันบังคับใช้ข้อจำกัดต่อสตรีต่าง ๆ และเธอไม่ได้เป็นคนเดียวที่เข้าร้านเสริมสวย เพราะมัน “ช่วยบำบัด” จิตใจ

“สำหรับพวกเรา ร้านเสริมสวย เป็นมากกว่าที่แต่งหน้า แต่มันช่วยกลบซ่อนความเศร้า มอบพลังและความหวังให้เรา”

ซาร์มินา เห็นด้วยกับนิยามนี้ จนวันนี้ เธอก็ยังรำลึกถึงวันนั้นเมื่อเดือน มิ.ย. ที่กลายเป็นวันสุดท้ายที่เธอเข้าร้านเสริมสวย

เธอรู้ดีว่าเธอกำลังสูญเสียอะไร เธอกำลังสูญเสียอิสรภาพที่มีอยู่น้อยนิดไป

“ฉันจ่ายเงินให้ร้านเสริมสวย เพราะมันมอบความเข้มแข็งและพลัง ฉันมีเงิน แต่ฉันกลับใช้มันกับร้านเสริมสวยไม่ได้ มันทำให้ฉันรู้สึกยากจน”