เสียงจากคนซื้อ BYD ก่อนลดราคา กับสงครามราคาของอีวีจีน

.

ที่มาของภาพ, HANDOUT/พัชริดา อ้นหนู

คำบรรยายภาพ, ผู้ซื้อรถจากพิษณุโลก บอกว่าเธอจะไม่แนะนำคนรู้จักให้ซื้อรถยนต์ค่ายนี้อีก จากประสบการณ์ที่เผชิญมา

การเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหรืออีวีของแบรนด์บีวายดี (BYD) คันแรกในประเทศไทย ดูเหมือนจะถูกกลบด้วยข่าวการลดราคาครั้งใหญ่รถยนต์ของอีวีค่ายนี้ ซึ่งมีการลดราคาบางรุ่นสูงสุด 3.4 แสนบาท ทำให้ผู้ที่เพิ่งซื้อรถยนต์ BYD แต่ละรุ่นไปเมื่อไม่นานมานี้บางส่วน ออกมาแสดงความผิดหวัง

เรเว่ ออโตโมทีฟ ผู้จัดจำหน่ายรถ BYD แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ประกาศแคมเปญการลดราคารถยนต์ BYD ในเดือน มิ.ย. แล้ว 1 รอบ สำหรับ BYD Dolphin รวม 2 รุ่นย่อย ที่ลดราคาตั้งแต่ 140,000-160,000 บาท โดยเป็นการจัดโปรโมชันเฉพาะเดือน มิ.ย.

จนมาในเดือน ก.ค. เรเว่ ออโตโมทีฟ ประกาศการลดราคารถอีกรุ่น ได้แก่ BYD Atto 3 โดยระบุว่าเพื่อ "ฉลองเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ BYD ครั้งแรกในประเทศไทย" ซึ่งจะเริ่มผลิตที่โรงงาน จ.ระยอง ในวันที่ 4 ก.ค. นี้ โดยการลดราคาจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 5-31 ก.ค. 2567

บีบีซีไทยฟังเสียงของผู้ซื้อรถ รวมทั้งสำรวจปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้รถอีวีจากจีนถูกลง และความกังวลของสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป เกี่ยวกับราคารถยนต์อีวีจีนที่ถูกลง

“ขับรถได้อาทิตย์เดียว เหมือนเอาเงินเกือบ 90,000 โยนทิ้งไปเลย”

น.ส.พัชริดา อ้นหนู หรือ มิ้นท์ วัย 30 ปี บอกกับบีบีซีไทยว่า เธอเพิ่งซื้อรถยนต์ BYD ATTO 3 รุ่น Extended Range (MY23) ในราคา 949,000 บาท ได้แค่ 7 วัน ก่อนทางบริษัทจะออกโปรโมชันปรับลดราคาลงเหลือเพียง 859,900 บาท เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา

“ขับรถได้อาทิตย์เดียว เหมือนเอาเงินเกือบ 90,000 โยนทิ้งไปเลย” น.ส. พัชริดา กล่าวถึงความรู้สึกที่เสียไปในฐานะผู้บริโภค

เธอเล่าย้อนว่าตนเองได้ไปทดลองขับ ATTO 3 กับศูนย์ BYD ใน จ.พิษณุโล กเมื่อต้นเดือน มิ.ย. ก่อนจะตัดสินใจวางเงินมัดจำในเวลาต่อมา เพื่อนัดรับรถในวันที่ 23 มิ.ย. 2567 เนื่องจากเห็นว่าราคา 949,000 บาท คือราคาที่ดีที่สุดในการตัดสินใจตอนนั้น ถึงแม้ว่าในตอนแรกตั้งใจจะออกรถช่วงเดือน ก.ค. เพื่อรอเทียบราคากับ NETA X รถยนต์อีวีอีกค่ายที่คาดว่าจะเปิดราคาในไทยราวเดือน ก.ค.

“เราก็ถามเซลล์ (พนักงานฝ่ายขาย) ไปหลายครั้งว่าราคาจะลดอีกไหม เพราะก็อยู่ในกรุ๊ป BYD เขาก็พูดกันว่าราคารถมันจะลดลงอีกนะ เราก็กลัวว่าถ้าซื้อเดือนนี้ (มิ.ย.) แล้วเดือนหน้าราคามันจะลดลงหรือเปล่า จะได้ไม่เสียความรู้สึกทีหลัง”

แต่เดิมรถยนต์รุ่นดังกล่าวตั้งราคาไว้ที่ 1,199,900 บาท ดังนั้น ราคา 9 แสนกว่าบาทที่ทางผู้ขายเสนอให้ น.ส.พัชริดา จึงเป็นราคาโปรโมชันที่ผ่านการลดราคามาแล้วครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้ และเซลล์บอกด้วยว่าในปีหน้าราคารถจะเพิ่มขึ้นเพราะไม่มีเงินอุดหนุนจากรัฐบาล 150,000 บาทแล้ว ถ้าหากอยากได้ราคาโปรโมชัน ก็ต้องรับรถภายในเดือน มิ.ย. เท่านั้น

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

“มิ้นท์กู้เงินสวัสดิการพนักงานรัฐวิสาหกิจมาซื้อเงินสด จะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยหลายต่อ จริง ๆ แล้ว 90,000 บาท มันสามารถเอาไปทำอะไรได้หลายอย่าง เติมแบตรถยนต์ได้อีกหลายปี” น.ส.พัชริดา กล่าว พร้อมบอกว่า เซลล์แจ้งแต่ว่าเขาก็เพิ่งทราบนโยบายของบริษัทเรเว่ฯ ผู้จำหน่าย แต่เธอคิดว่าทางผู้จัดจำหน่าย “จะไม่แจ้งล่วงหน้าจริง ๆ หรือ ?”

เธอบอกกับบีบีซีไทยด้วยว่า รู้สึกเสียความรู้สึกอย่างมากจากนโยบายการลดราคาโดยไม่สนใจลูกค้าเก่าเช่นนี้ อีกหนึ่งสิ่งที่กังวลอย่างมากคือความคุ้มครองจากประกันรถยนต์ที่ลดลง เนื่องจากพบว่าบริษัทประกันภัยจะประเมินราคาเบี้ยประกันจากราคาขายล่าสุดซึ่งเหลือเพียง 8 แสนกว่าบาทเท่านั้น ขณะที่เธอหรือผู้บริโภครายอื่น ๆ ซื้อมาในราคาสูงกว่านั้น

“คนที่ซื้อรถรุ่นนี้ล็อตแรกก็จะขาดทุนไปแล้วกว่า 3 แสนบาท จะไปขายมือสองก็ลำบาก” น.ส.พัชริดา บอกกับบีบีซีไทย และกล่าวด้วยว่า “รู้สึกโดนเอาเปรียบเกินไป”

ผู้ใช้รถบีวายดีรายนี้บอกด้วยว่า ไม่อยากได้เงินเกือบ 9 หมื่นบาทคืน แต่ต้องการให้ทางบริษัทเพิ่มระยะเวลาประกันแบตเตอรีเป็น 10 ปี มีแพ็กเกจดูแลบำรุงรักษารถยนต์เพิ่มจากเดิม หรือให้บัตรกำนัลสำหรับการชาร์จไฟฟ้า เพื่อเยียวยาความรู้สึกที่เสียไป

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

"ราคาที่จ่ายไปตอนนี้สามารถขยับรุ่นได้เลย"

ธนะสิทธิ์ (ขอไม่เปิดเผยนามสกุล) ผู้ซื้อรถจากกรุงเทพฯ อาชีพรับเหมาก่อสร้าง บอกกับบีบีซีไทยว่า เขาเพิ่งซื้อรถ BYD Dolphin รุ่น สแตนดาร์ดเรนจ์ จากโชว์รูมแถบ จ.สมุทรปราการ มาเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ด้วยราคาที่จองในงานมอเตอร์โชว์ เดือน เม.ย. ที่ 659,000 บาท ด้วยการซื้อเงินสด ซึ่งเป็นราคาได้รับส่วนลดมาแล้วกว่า 30,000 บาท จากราคาเต็ม 699,999 บาท

แต่หลังจากนั้นประมาณหนึ่งสัปดาห์ ผู้จำหน่ายรถบีวายดี ประกาศลดราคารถรุ่นที่เขาซื้อลง โดยเปิดเป็นแคมเปญลดราคา ในรุ่นย่อยทั้งสองรุ่นของ BYD Dolphin ทำให้รถยนต์ที่เขาซื้อในรุ่นสแตนดาร์ดเรนจ์ ราคาลดลงเหลือ 559,900 บาท (จากราคา 699,999 บาท) นั่นหมายความว่า ราคาของรถถูกลงไปราว ๆ 100,000 บาท

"มันเหมือนกับว่าลูกค้าโดนหลอกให้ซื้อในราคานั้น" ธนะสิทธิ์กล่าว "คุยกับเซลล์ เขาก็บอกว่าไม่รู้ว่าทางแบรนด์เขาจะลดราคาขนาดนี้ ถ้าผมรู้ว่าจะลดราคา ผมไม่รีบซื้อหรอก"

ธนะสิทธิ์ มองหารถอีวีไว้ใช้งานเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย จากการใช้รถยนต์สันดาปที่ต้องจ่ายค่าน้ำมันอยู่ที่เดือนละ 5,000-6,000 บาท เขาใช้เวลาหาข้อมูลของรถอีวียี่ห้อต่าง ๆ 3-4 เดือน เริ่มตั้งแต่เลือกแบรนด์ ไปจนถึงหาเซลล์ และมาได้ข้อเสนอที่ดีที่สุดจากโชว์รูมแห่งหนึ่งในสมุทรปราการที่ไปออกงานมอเตอร์โชว์ และนัดรับรถเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา

แต่เมื่อทางผู้จำหน่ายรถบีวายดีในไทยประกาศราคาขายออกมาใหม่ภายในเดือนเดียวกัน เงินที่ธนะสิทธิ์จ่ายไปในรุ่นสแตนดาร์ด หากเทียบกับราคาในตอนนี้เขาอาจจะได้รถรุ่นที่มีออปชั่นและฟังก์ชันต่าง ๆ ดีกว่าเดิม

"ราคาที่จ่ายไปตอนนี้สามารถขยับรุ่นได้เลย ได้ระยะทางที่วิ่งไกลกว่าเดิม ออปชั่นได้เยอะกว่าเดิม เบาะไฟฟ้าปรับได้ทั้งสองข้าง" ธนะสิทธิ์ กล่าว พร้อมกับอธิบายว่าระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จของรุ่นเขาซื้ออยู่ที่ 410 กิโลเมตร แต่รุ่นที่สูงกว่าจะอยู่ที่ 490 กิโลเมตร

ผู้ใช้รถอีวีรายนี้แสดงความเห็นว่า คนขายน่าจะได้กำไรไปมากแล้วหลัก "หลายพันล้าน" จึงลดราคาลง แต่ในมุมของคนซื้อและผู้บริโภคเขาเห็นว่าควรจะมี "สิ่งปลอบใจ" แก่คนที่จ่ายราคาเดิมไปไม่นานก่อนประกาศลดราคา ทั้งการขยายเวลาการรับประกันแบตเตอรี การลดราคาแบตเตอรีลง

"ให้ลดราคาแบตลง หรือขยายระยะเวลารับประกันเป็นมากกว่า 8 หรือ 16 ปี ตามความเหมาะสม เพราะคิดว่า ยังไงปลายปีนี้ บีวายดีต้องออกตัวใหม่แน่นอน เพราะต้องการเปิดฐานการผลิตในประเทศ" ธนะสิทธิ์กล่าว

"เงินแสนนึงเหมือนซื้อทองได้ 3 บาทเลย" เขาทิ้งท้าย

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

รถยนต์อีวีจีน ปรับราคาลงเพราะอะไร

ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง เมื่อเดือน มี.ค. 2567 ระบุว่า ในปี 2566 จีนสามารถผลิตและจำหน่ายรถยนต์อีวีภายในประเทศได้ 9.5 ล้านคัน ขยายตัว 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งออกได้ 1.2 ล้านคัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 77.6% ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก

ทางกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของไทย ระบุว่า หลังช่วงเทศกาลตรุษจีนเป็นต้นมา บริษัทรถยนต์รายใหญ่ของจีนหลายเจ้า ไม่ว่าจะเป็น BYD, Changan Qiyuan, NETA Automobile และ SAIC-GM-Wuling ต่างปรับรถราคารถอีวีหลายรุ่น เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดรถยนต์อีวีภายในประเทศจีน โดยลดราคาลงประมาณ 5-15% จากราคาเดิมที่เคยปรับลดลงจากครั้งที่แล้ว โดยมูลค่าปรับลดสูงสุดอยู่ที่ 47,000 หยวน (ราว 235,000 บาท)

ในบทความของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศฉบับดังกล่าว อ้างอิงบทสัมภาษณ์ของนายหวาง ตู ผู้ช่วยประธานสมาคมผู้จำหน่ายรถยนต์แห่งชาติจีน ที่กล่าวกับสื่อจีนว่า บริษัทรถยนต์อีวีหลายแห่งกำลังปรับลดราคาและใช้สโลแกนว่า “รถยนต์ไฟฟ้าถูกกว่ารถยนต์เบนซิน” เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาด

นายหวาง ตู กล่าวต่อว่า อีกสาเหตุหนึ่งของการปรับลดราคา คือเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและมีกำลังการผลิตที่สูงขึ้น แต่ต้นทุนการผลิตในปัจจุบันลดต่ำลงมากจากราคาลิเธียมคาร์บอเนตที่ปรับลดลงจาก 600,000 หยวน/ตัน (ราว 3 ล้านบาท) เมื่อสองปีก่อน เป็นราคาตันละไม่ถึง 100,000 หยวนในปีนี้ (ราว 5 แสนบาท) นอกจากนี้ ยังพบว่าการผลิตแบตเตอรีลิเธียมในจีนยังขยายตัวถึง 25% ในปีที่ผ่านมา

“กล่าวได้ว่ารถยนต์ EV ในขณะนี้ มีความพร้อมแข่งขันกับรถยนต์สันดาปโดยตรงผ่านการลดราคา และนี่คือเหตุผลหลักต่อการลดราคาในครั้งนี้” นายหวาง ตู ระบุ

สำหรับในประเทศไทย ไม่เพียงแต่ BYD เท่านั้นที่ลดราคา แต่ตั้งแต่ต้นปี 2567 ที่ผ่านมา รถยนต์อีวีหลายแบรนด์ก็มีการปรับลดราคาในช่วงไล่เลี่ยกัน อย่าง MG เคยประกาศลดราคาขายรถเอสยูวี 2 รุ่นหลัก สูงสุด 110,000-160,000 บาท เมื่อเดือน พ.ค. ส่วน Tesla ประเทศไทย ปรับลดราคา Model Y ลงใน 3 รุ่นย่อย ตั้งแต่ 50,000-150,000 บาท โดยมีผลเมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา

BYD บอกว่าอย่างไร

ขณะที่นายหลี่ หยุนเฟย ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายตราสินค้าและประชาสัมพันธ์ของบริษัท BYD กล่าวถึงการปรับลดราคาครั้งใหญ่ในช่วงหลังตรุษจีนที่ผ่านมาว่า “การได้รับส่วนแบ่งตลาดที่ใหญ่ขึ้นผ่านการปรับลดราคาเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับบริษัทรถยนต์หลายแห่งของจีน” จากข้อได้เปรียบด้านกำลังการผลิตและห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมรถยนต์อีวีที่สมบูรณ์มากขึ้น ทำให้บริษัทสามารถผลิตรถยนต์อีวีได้ในราคาที่ผู้บริโภคจีนเอื้อมถึง ท่ามกลางการแข่งขันของตลาดที่รุนแรง

ในงานมอเตอร์โชว์ 2024 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มี.ค.-7 เม.ย. ที่ผ่านมา ทางค่าย BYD ในประเทศไทยได้จัดโปรโมชันลดราคารถยนต์อีวีรุ่นปี 2023 โดยปรับราคาลดสูงสุดตั้งแต่ 50,000-250,000 บาท สำหรับ BYD ATTO 3, BYD DOLPHIN และ BYD SEAL

ในช่วงที่มีการจัดงานมอเตอร์โชว์รอบที่ผ่านมา นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BYD อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับ Autolife Thailand.TV ว่าการปรับราคาจำหน่ายรถยนต์ของบริษัทเป็นไปตามกลไกตลาด เนื่องจากทางบริษัทต้องการทำแคมเปญลดราคาครั้งสุดท้ายสำหรับรถยนต์รุ่นปี 2023 โดยจำกัดจำนวนเพียงแค่หลักพันคันเท่านั้น

“การปรับลดราคาเราก็คิดว่าจะเสียแบรนด์ในคราวแรก ซึ่งตอนนี้เราก็ยังคงคิดอย่างนั้นอยู่ แต่ในเมื่อทุกคนเริ่มทำสงครามราคากัน เราก็ต้องตาม โดยยืนยันว่าเราไม่ใช่คนเริ่ม” นายประธานวงศ์กล่าวกับ Autolife Thailand.TV โดยพร้อมกันนี้ เขายืนยันว่าทางบริษัทก็ “เจ็บตัวเข้าเนื้อ” จากการลดราคาด้วยเช่นกัน และบริษัทไม่ได้มีกำไรมากอย่างที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต

ราคารถยนต์อีวีจีนที่ถูกมาก สร้างความกังวลแก่สหรัฐฯ และอียูอย่างไร

อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ของจีนเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งพัฒนาควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมผลิตแบตเตอรี ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักภายใต้ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมระดับสูงของจีนในระยะ 10 ปี ที่ชื่อว่า Made In China 2025

ผลลัพท์ที่ได้จากนโยบายนี้ คือการพัฒนาอย่างรุดหน้าของบริษัทผู้ผลิตรถอีวีอย่าง BYD ซึ่งกำลังแข่งขันกับเทสลา ในการเป็นผู้ผลิตรถอีวีเจ้าใหญ่ที่สุดในโลก

เมื่อปี 2023 รถยนต์อีวีขายได้ในจีนมากกว่า 8 ล้านคัน ซึ่งคิดเป็น 60% ของยอดขายทั่วโลก ตามรายงานขององค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency-IEA)

อย่างไรก็ตาม ในสายตาของคนออกนโยบายในยุโรปและสหรัฐฯ นี่เป็นสาเหตุของความกังวล ด้วยเหตุที่ว่า รถยนต์อีวีแบรนด์จีนมีกำลังการผลิตที่ล้นเกินและเคลื่อนเข้าสู่ตลาดระหว่างประเทศ

พวกเขากลัวว่า บริษัทผลิตรถยนต์ของตัวเองจะไม่สามารถแข่งขันได้ และอ้างว่าการอุดหนุนอุตสาหกรรมรถอีวีภายในประเทศของจีนที่มากเกินไป จะทำให้บริษัทจีนสามารถคุมราคาขายให้อยู่ในระดับที่ผู้ผลิตรายอื่นต้องพยายามทำราคาให้ได้ในระดับนั้น

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

จากรายงานของธนาคารสวิส ยูบีเอส ซึ่งเผยแพร่ในเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว ชี้ให้เห็นว่า ความได้เปรียบของจีนเป็นความจริง โดยระบุว่า BYD สามารถผลิตรถยนต์ด้วยต้นทุนที่ถูกกว่าค่ายรถยนต์เก่าแก่ระดับโลกถึง 25%

รายงานจากธนาคารสวิส ยูบีเอส ระบุว่า BYD และบริษัทจีนอื่น ๆ “พร้อมที่จะครองตลาดโลกด้วยรถยนต์อีวีที่มีเทคโนโลยีสูงและราคาถูกสำหรับคนทั่วไป”

ความกังวลนี้ทำให้ทั้งสหรัฐฯ และยุโรป ออกมาตรการบางอย่าง

เมื่อเดือน มิ.ย. รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศขึ้นอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์ที่ใช้พลังงานแบตเตอรีสัญชาติจีน ด้วยอัตราจากเดิม 25% เป็น 100% จากปัจจุบันที่ยอดขายรถอีวีจีนในสหรัฐฯ น้อยอยู่แล้ว ด้วยอัตราภาษีใหม่นี้คาดว่าทิศทางจะยังคงเป็นไปเช่นเดิม ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ก็อุดหนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศตัวเอง ด้วยแรงจูงใจทางภาษีให้ผู้ผลิตรถยนต์ผลิตรถที่มีราคาถูกลงด้วย

ส่วนยุโรปหรืออียู ดูเหมือนจะใช้มาตรการที่เบากว่า แต่ใช้ถ้อยคำวิพากษ์วิจารณ์รุนแรง

เมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว นางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ประกาศว่าจะเปิดการสอบสวนต่อการนำเข้าสินค้าต่าง ๆ จากจีน

"ตลาดโลกเต็มไปด้วยรถอีวีราคาถูกจากจีน" เธอกล่าว "ราคาของพวกเขา (รถอีวีจีน) ถูกทำให้ถูกอย่างไม่เป็นจริงด้วยการอุดหนุนจำนวนมากจากรัฐ มันกำลังบิดเบือนตลาดของเรา"

เป็นที่คาดการณ์ว่าคณะกรรมาธิการยุโรปจะขึ้นภาษีการนำเข้ารถอีวีจากจีนเป็นการชั่วคราว จากระดับมาตรฐานที่ 10% เป็น 20-25% สำหรับการนำเข้าจากประเทศที่สาม

ปฏิกิริยาจากรัฐบาลไทย

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้สั่งการให้สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เข้าตรวจสอบว่าการโฆษณาลดราคารถยนต์ของ BYD เป็นไปตามมาตรการการคุ้มครองผู้บริโภคตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวงกำหนดข้อความโฆษณาสินค้าหรือบริการที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือไม่

รวมถึงให้พนักงานเจ้าหน้าที่เชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ได้แก่ ผู้บริโภคและทางบริษัทรถยนต์ มาเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน