สหรัฐฯ ระงับการอนุมัติสถานะผู้ลี้ภัยทั้งหมด หลังเกิดเหตุยิงทหารกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ เรารู้อะไรแล้วบ้าง ?

US President Donald Trump looks on as he participates in a call with service members of the US Army

ที่มาของภาพ, Reuters

    • Author, หยาง เทียน
    • Author, เจมส์ ฟิตซ์เจอรัลด์

ผู้อำนวยการสำนักงานบริการพลเมืองและตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ เปิดเผยว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ระงับการพิจารณาการขอสถานะผู้ลี้ภัยทั้งหมด หลังจากเหตุการณ์ยิงทหารกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

โจเซฟ เอ็ดโลว์ ผอ.สำนักงานบริการพลเมืองและตรวจคนเข้าเมือง (US Citizenship and Immigration Services - USCIS) กล่าวว่าการระงับการพิจารณาดังกล่าวจะดำเนินต่อไป "จนกว่าเราจะมั่นใจได้ว่าชาวต่างชาติทุกคนได้รับการตรวจสอบและคัดกรองอย่างดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"

เรื่องนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้คำมั่นว่าจะ "ระงับการอพยพเข้าสหรัฐฯ อย่างถาวร" จาก "ประเทศโลกที่สาม" ทั้งหมด

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (26 พ.ย.) เกิดเหตุยิงทหารกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ ทำให้มีทหารเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 นาย ซึ่งชาวอัฟกานิสถานคนหนึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อเหตุ

สำนักงานข่าวซีบีเอส นิวส์ซึ่งเป็นพันธมิตรของบีบีซีในสหรัฐฯ รายงานว่าสำนักงานบริการพลเมืองและตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ได้รับคำสั่งไม่ให้อนุมัติ ปฏิเสธ หรือยุติคำร้องขอสถานะผู้ลี้ภัยที่ได้รับสำหรับทุกสัญชาติ

ซีบีเอสรายงานด้วยว่าเจ้าหน้าที่สามารถทำงานดำเนินการเกี่ยวกับคำขอลี้ภัยและทบทวนคดีต่าง ๆ ได้จนถึงขั้นตอนก่อนที่จะมีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเท่านั้น

คำสั่งที่ออกมาเมื่อวันศุกร์ (28 พ.ย.) และถ้อยแถลงของโดนัลด์ ทรัมป์ ปรากฏรายละเอียดออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ทรัมป์ไม่ได้ระบุว่าประเทศใดบ้างที่อาจได้รับผลกระทบจากแผนของเขา ซึ่งอาจเผชิญกับความท้าทายทางกฎหมาย ซึ่งจากคำสั่งดังกล่าวทำให้หน่วยงานของสหประชาชาติออกมาคัดค้านแล้ว

ทรัมป์ยังคงพยายามผลักดันการเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมายจำนวนมาก ลดจำนวนการรับผู้ลี้ภัยต่อปี และยกเลิกสิทธิการเป็นพลเมืองโดยอัตโนมัติที่ใช้บังคับกับคนส่วนใหญ่ที่เกิดในดินแดนสหรัฐฯ

หลังเหตุการณ์ยิงเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เมื่อวันพุธ ทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะขับไล่ชาวต่างชาติ "จากประเทศใดก็ตามที่ไม่สมควรได้อยู่ในสหรัฐฯ" ออกจากประเทศ

สหรัฐฯ ยังได้ระงับการออกวีซ่าให้กับชาวอัฟกานิสถานเป็นการชั่วคราวเพื่อรอการทบทวน "มาตรการรักษาความปลอดภัยและการตรวจสอบ"

จากนั้นในวันพฤหัสบดี (27 พ.ย.) สำนักงานบริการพลเมืองและตรวจคนเข้าเมือง (USCIS) ระบุว่าจะตรวจสอบกรีนการ์ดที่ออกให้กับบุคคลที่อพยพมายังสหรัฐฯ จาก 19 ประเทศอีกครั้ง แต่ไม่ได้กล่าวถึงเหตุการณ์โจมตีในวันพุธ

หน่วยงาน USCIS ยังอ้างถึงประกาศของทำเนียบขาวเมื่อเดือน มิ.ย. ซึ่งรวมถึงอัฟกานิสถาน คิวบา เฮติ อิหร่าน โซมาเลีย และเวเนซุเอลา หลังจากบีบีซีถามว่าประเทศใดบ้างที่อยู่ในรายชื่อดังกล่าว แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการตรวจสอบในกฎเกณฑ์ที่ประกาศใหม่

ในโพสต์บนทรูธโซเชียล (Truth Social) เมื่อคืนวันพฤหัสบดี ทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะ "ยุติสวัสดิการและเงินอุดหนุนของรัฐบาลกลางทั้งหมดให้กับผู้ที่ไม่ใช่พลเมือง"

เขาเขียนว่าสิ่งนี้จะ "ช่วยให้ระบบของสหรัฐฯ ฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่" จากนโยบายที่เคยกัดกร่อน "ผลประโยชน์และสภาพความเป็นอยู่" ของชาวอเมริกันจำนวนมาก

คำบรรยายวิดีโอ, รับชม: ทรัมป์ประกาศการเสียชีวิตของซาราห์ เบ็คสตรอม ทหารกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ

"ประเทศโลกที่สาม"

ทรัมป์กล่าวโทษผู้ลี้ภัยว่าเป็นสาเหตุของ "ภาวะสังคมเสื่อมโทรมในอเมริกา" และประกาศจะย้าย "ใครก็ตามที่ไม่ใช่ทรัพย์สิน [ของสหรัฐฯ]" ออกจากสหรัฐฯ

"ผู้ลี้ภัยจากโซมาเลียหลายแสนคนกำลังเข้ายึดครองรัฐมินนิโซตา ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นเมืองเคยยิ่งใหญ่" โดยคำกล่าวนี้เป็นการมุ่งเป้าไปที่สมาชิกรัฐสภาจากพรรคเดโมแครตของรัฐ

"ผมจะระงับการย้ายถิ่นฐานจากประเทศโลกที่สามทั้งหมดอย่างถาวร เพื่อให้ระบบของสหรัฐฯ ฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่" ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุบนโพสต์ทางทรูธโซเชียล

คำว่า "โลกที่สาม" เดิมทีใช้เรียกประเทศกำลังพัฒนาที่ยากจนกว่าภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกคำสั่งห้ามพลเมืองอัฟกานิสถานเดินทาง และอีก 11 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในแอฟริกาและเอเชียเมื่อต้นปีนี้ คำสั่งห้ามเดินทางอีกครั้งหนึ่งที่มุ่งเป้าไปที่ประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมหลายประเทศได้ถูกประกาศใช้ในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก

ด้านสหประชาชาติได้เรียกร้องให้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับผู้ขอลี้ภัย

"เราคาดหวังให้ทุกประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา เคารพในพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัย ค.ศ. 1953" รองโฆษกเลขาธิการสหประชาชาติกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์

เจเรมี แมคคินนีย์ ประธานสมาคมทนายความคนเข้าเมืองอเมริกัน โต้แย้งว่า การตอบสนองของทรัมป์นั้นเปรียบเสมือนการให้ผู้อพยพในสหรัฐฯ เป็น "แพะรับบาป"

ก่อนที่ทรัมป์จะแสดงความคิดเห็นครั้งล่าสุด แมคคินนีย์ได้กล่าวในรายการ นิวส์เดย์ (NewsDay) ของบีบีซีเวิลด์เซอร์วิสว่า ยังไม่มีใครทราบแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุ

"ประเด็นแบบนี้ ไม่เกี่ยวกับสีผิว ไม่เกี่ยวกับสัญชาติ" เขากล่าว "เมื่อบุคคลใดก็ตามกลายเป็นคนหัวรุนแรงหรือกำลังป่วยเป็นโรคทางจิต บุคคลนั้นอาจมาจากภูมิหลังแบบใดก็ได้"

ผู้ต้องสงสัยในเหตุยิงที่กรุง ดี.ซี. เป็นชาวอัฟกานิสถาน

การประกาศข่าวเกี่ยวกับนโยบายผู้อพยพในระลอกนี้ เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่า ราห์มานุลเลาะห์ ลากันวาล ผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์ยิงที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้เดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกาในปี 2021

เขาเดินทางภายใต้โครงการที่ให้ความคุ้มครองพิเศษด้านการอพยพแก่ชาวอัฟกันที่เคยทำงานร่วมกับกองกำลังสหรัฐฯ หลังจากการถอนทหารของสหรัฐฯ ออกจากอัฟกานิสถาน

อดีตสมาชิกกองกำลังป้องกันและความมั่นคงของอัฟกานิสถานกล่าวกับ ซีบีเอสนิวส์ว่านายลากันวาลเคยเป็นสมาชิกของ "หน่วยซีโร" ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองและกองกำลังกึ่งทหารของชาวอัฟกันที่ทำงานร่วมกับสำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ หรือซีไอเอ (CIA)

สหรัฐฯ ถือว่าหน่วยซีโรเป็นหนึ่งในกองกำลังภายในประเทศที่ได้รับความเคารพมากที่สุดในอัฟกานิสถาน

ผู้อำนวยการคนปัจจุบันของซีไอเอ ยืนยันว่าเขาเคยทำงานกับหน่วยงานี้มาก่อนจริง

เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ คนหนั่งให้สัมภาษณ์กับสหนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่านายลากันวาลจะถูกตรวจสอบจากทางการสหรัฐฯ ทั้งในช่วงที่เขาเริ่มทำงานกับซีไอเอ และในช่วงที่เขาเดินทางมายังสหรัฐฯ

ขณะเดียวกันมีข้อมูลว่า เพื่อนสมัยเด็กคนหนึ่งของผู้ต้องหา บอกกับสำนักงานข่าวนิวยอร์กไทมส์ว่านายลากันวาลประสบปัญหาสุขภาพจิตหลังจากทำงานกับหน่วยซีโร

ต่อมานายลากันวาลได้ยื่นขอลี้ภัยในปี 2024 โดยมีรายงานว่าคำขอของเขาได้รับการอนุมัติเมื่อต้นปีนี้ หลังจากที่ทรัมป์กลับมามีอำนาจอีกครั้ง

แต่เจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิให้สัมภาษณ์กับซีบีเอสว่าคำร้องขอกรีนการ์ดของเขา ซึ่งเชื่อมโยงกับเงินช่วยเหลือการลี้ภัยนั้น ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา

นายลากันวาลซึ่งตกผู้ต้องสงสัยถูกจับกุมหลังการโจมตี และมีรายงานว่าไม่ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ และทรัมป์อธิบายเหตุการณ์นี้ว่าเป็น "การก่อการร้าย" ซึ่งเขากล่าวในวันถัดจากที่สมาชิกของกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิสหรัฐฯ 2 นายถูกยิงเสียชีวิต

ซาราห์ เบ็คสตรอม วัย 20 ปี จากเวสต์เวอร์จิเนีย กำลังทำงานอยู่ในเมือง โดยเธอเป็นกำลังพลของกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิที่ถูกส่งไปปราบปรามอาชญากรรม ตามนโยบายของทรัมป์

แพม บอนดี อัยการสูงสุด กล่าวว่า เบ็คสตรอมอาสาไปทำงานที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในช่วงวันหยุดขอบคุณพระเจ้าของสหรัฐฯ

สมาชิกกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิอีกคนที่ถูกยิงบาดเจ็บสาหัส คือ แอนดรูว์ วูล์ฟ วัย 24 ปี ซึ่งทรัมป์กล่าวว่าเขาเป็นบุคคลที่ "ดิ้นรนสู้เพื่อชีวิตของตัวเอง"

คำบรรยายวิดีโอ, เอฟบีไอระบุว่าผู้ต้องสงสัยมีความสัมพันธ์กับ "กองกำลังพันธมิตร" ในอัฟกานิสถาน